“สภาทนายความ” เต้น โต้เดือดค้านแนวคิด กกอ. ตั้งสภานิติศาสตร์แห่งชาติ กำกับดูแลการออกใบอนุญาตทนายความ (ตั๋วทนายความ) และบริหารจัดอบรมหลักสูตรเนติบัณฑิต ยันขณะนี้การคัดเลือกผู้เข้ามาประกอบวิชาชีพทนายมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกเป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว ให้อนุกรรมการฯที่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอาเวลาไปศึกษาเรื่องวิชาการและพัฒนาการศึกษา ให้บัณฑิตจบออกมามีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในสังคมมากกว่ามาศึกษาและทำข้อเสนอแนะในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความชำนาญกรณีกระแสข่าวความไม่พอใจในหมู่นักกฎหมาย เมื่อคณะอนุกรรมการสภานิติศาสตร์แห่งชาติจัดตั้งโดยอาศัยอำนาจคำสั่งที่ 64/2564 ของคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ สถาบันที่จัดการอุดมศึกษาระดับปริญญาและระดับต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน สอบถามทนายความเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ทั้งที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลสภาทนายความ เนื้อหาแบบสอบถาม อาทิ เสนอให้การรับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตทนายความไม่ต้องผ่านการอบรมวิชาว่าความ การอบรมมรรยาททนายความ เสนอให้สภานิติศาสตร์แห่งชาติเป็นผู้จัดการเอง และขอบริหารจัดอบรมหลักสูตรเนติบัณฑิตเอง และให้นำผลการสอบเป็นเนติบัณฑิตมาขอออกใบอนุญาตเป็นทนายความได้เลย เปรียบเสมือนยุบสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความ ก่อนหน้านี้ ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ก.พ. นายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สภาทนายความ เผยว่า ตามที่อนุกรรมการสภานิติศาสตร์แห่งชาติ ที่ตั้งโดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีข้อเสนอปฏิรูปการศึกษานิติศาสตร์แห่งชาติ ให้มีสภานิติศาสตร์แห่งชาติและให้เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการออกใบอนุญาตทนายความ หรือตั๋วทนายความนั้น ตนไม่เห็นด้วยและคัดค้านแนวความคิดดังกล่าว เพราะข้อเสนอดังกล่าวค่อนข้างเลื่อนลอย ไม่มีหลักการและเหตุผลที่น่าเชื่อถือ เป็นข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษานิติศาสตร์แห่งชาติที่ไม่รอบด้าน เป็นเพียงมุมมองทางวิชาการของอนุกรรมการฯเท่านั้น อีกทั้งการบริหารการศึกษาของสภาวิชาชีพ โดยเฉพาะสภาทนายความมีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจจัดทำหลักสูตรและการคัดเลือกผู้เข้ามาประกอบวิชาชีพเหล่านี้“เพราะสภาทนายความเป็นแหล่งรวมของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ มีความรู้ความเข้าใจในสถานะของวิชาชีพ ไม่เฉพาะในทางวิชาการเท่านั้น ยังรวมถึงประสบการณ์การทำงานและฐานข้อมูลอันเป็นปัจจุบันในการออกแบบหลักสูตรและผลิตทนายความเข้าสู่สังคม ปัจจุบันการคัดเลือกผู้จะเข้ามาประกอบวิชาชีพทนายความมีหลักเกณฑ์และการคัดเลือกที่เป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว อยากให้อนุกรรมการฯที่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เอาเวลาไปศึกษาเรื่องวิชาการและพัฒนาการศึกษาให้บัณฑิตจบออกมาอย่างมีคุณภาพ ให้เป็นที่ยอมรับในสังคมมากกว่ามาศึกษาและทำข้อเสนอแนะในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความชำนาญ ไม่มีประสบการณ์การประกอบวิชาชีพทนายความ อันจะสร้างความสับสนให้สังคมและประชาชนทั่วไป” อุปนายกสภาทนายความกล่าวนายทัศไนยกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องนี้ในฐานะเป็นกรรมการบริหารสภาทนายความ ตนจะนำเรื่องนี้เสนอเป็นวาระการพิจารณาของคณะกรรมการสภาทนายความในการประชุมครั้งต่อไป คาดว่าสภาทนายความคงจะพิจารณาและดำเนินการคัดค้านข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาสภานิติศาสตร์แห่งชาติที่ไม่รอบด้าน และสร้างความสับสนให้สังคมฉบับนี้ด้วยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะอนุกรรมการสภานิติศาสตร์แห่งชาติมี 21 คน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นประธานอนุกรรมการฯ คณะกรรมการประกอบด้วย รศ.สุดา วิศรุตพิชญ์ และคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น