จากที่ซึมซับในการทำธุรกิจของครอบครัว กิตติยุวา สุวรรณธาร จึงเข้ามาสานต่องานของที่บ้าน ด้วยความตั้งใจจะเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็นำความรู้ของคนรุ่นใหม่มาต่อยอดการทำงานเพื่อขยายงานไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้กิตติยุวา สุวรรณธาร หรือ “มารุโกะ” หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ทายาทคนโตในจำนวน 4 คนของ ยูริโกะ–เรืองยศสุวรรณ สุวรรณธาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไคเซนมารุ จำกัด ธุรกิจค้าขายอาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูป มายาวนานกว่า 20 ปี เล่าถึงเส้นทางการทำงานว่า พอจบปริญญาตรี จากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดเชิงสร้างสรรค์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น คุณพ่อให้ทดลองเข้าศึกษาและเรียนรู้งานที่บริษัท ซึ่งไม่ได้ทำงานชิลไปวันๆ เพราะต้องพยายามเรียนรู้และฝึกฝนกับงานในทุกแผนกตั้งแต่เช็กสต๊อกสินค้า, ระบบโลจิสติกส์, งานด้านบริหารบุคคล รวมถึงงานด้านการตลาดการประชาสัมพันธ์ เรียนงานจนเข้าใจระบบเป็นอย่างดีแล้ว ก็มีโจทย์ยากเข้ามาท้าทายความสามารถจากวิกฤติโควิด-19 “บริษัทเราก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ต่างจากธุรกิจอื่น คุณพ่อได้ให้โอกาสผมในการร่วมเบรนสตอร์มกับผู้บริหารฝ่ายต่างๆ ว่าบริษัทของเราจะปรับตัวไปในทิศทางใดได้บ้าง เพื่อให้รอดพ้นจากภาวะเช่นนี้ ซึ่งผมเสนอให้โฟกัส “กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่” ชื่นชอบการรับประทานปลาดิบ ที่สำคัญต้องดำเนินธุรกิจในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น และเพื่อปรับการให้บริการให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจในนาม นามิเซ็น บาย ไคเซนมารุ ที่มีความหมายว่า เกลียวคลื่นที่พัดพาความสดมาจากท้องทะเล เพื่อจัดจำหน่ายอาหารญี่ปุ่นออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Namizen by Kaisenmaru และ Line : @ namizenbykaisen ซึ่งนามิเซ็น บาย ไคเซนมารุ ชูจุดแข็งเน้นบริการลูกค้าที่ชอบรับประทานปลาดิบ ขณะเดียวกันยังให้บริการแซลมอนเกรดพรีเมียม ในราคาจับต้องได้ มีเมนูต่างๆ อาทิ เซต 3 สายพันธุ์, มินิเซต หรือซินชูเซต เป็นปลาแซลมอนสายพันธุ์ที่เพาะและเลี้ยงตามธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่น และนามิเซ็นฯเราเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่นำเข้ามาจำหน่าย นอกจากนี้ ในแต่ละเดือนเรายังมีแคมเปญ หรือโปรโมชันพิเศษ โดยปัจจุบันมีสาขาออนไลน์ที่กรุงเทพฯ ขอนแก่น อุบลราชธานี อีกทั้งยังมีแผนในการขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอีกหลายแห่ง” ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงกล่าวในการทำงานท่ามกลางการแข่งขันที่สูงและการก้าวผ่านวิกฤติที่มีผลกระทบต่อกระเป๋าของผู้คนทั่วไป ผู้บริหารหนุ่มคนนี้บอกว่า บนโลกออนไลน์มีธุรกิจร้านอาหารเกิดใหม่ทุกวัน การแข่งขันย่อมมีสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว เราจึงต้องมีการพัฒนาและรักษาจุดแข็งของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเรายึดถือคอนเซปต์ในการทำงานของเราที่ว่า “รสชาติแห่งความใส่ใจ” เป็นหลักการปฏิบัติมาโดยตลอด พร้อมกับเผยถึงหลักในการทำงานที่ว่า “คุณพ่อสอนลูกๆอยู่เสมอเรื่องหลักทำงานเพื่อองค์กร ทำเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ทุกคนทุกหน้าที่มีความสำคัญเท่ากัน และมีหลักในการทำงานอยู่ 3 ข้อ ข้อแรกคือ “เปิดใจ” รับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน รวมถึงคำติชมต่างๆ ข้อสอง “เน้นคิดนอกกรอบ” เพราะโจทย์ที่ได้จากธุรกิจแบบใหม่มักไม่มีคำตอบที่ตายตัว จึงจำเป็นต้องกล้าคิดนอกกรอบเพื่อหาทางแก้แบบใหม่ๆ ข้อสาม “มองหาประสบการณ์ใหม่จากการทำงาน” ว่าจะนำไปต่อยอดอะไรได้บ้าง รวมถึงความน่าสนใจใหม่ๆของงานที่รับผิดชอบครับ”.....เคล็ดลับการทำงานของผู้บริหารคนนี้.