บรรดา ส.ส.ที่ยืนยันว่า การจงใจทำให้ “สภาล่ม” เป็นหน้าที่ของ ส.ส.เพราะเป็นการตรวจสอบรัฐบาล น่าจะรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่แสดงผ่านนิด้าโพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 43.44% เห็นว่าผู้ที่รับผิดชอบเรื่องสภาล่มคือ ส.ส.รัฐบาล 42.07% ผู้รับผิดชอบคือรัฐบาล 37.94% ระบุ ส.ส.ฝ่ายค้านประชาชนส่วนใหญ่มองว่า การจงใจทำให้ “สภาล่ม” เป็นการเล่นเกมการเมืองของกลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาล รองลงไปเห็นว่า ส.ส.ส่วนหนึ่งไร้สำนึกการทำหน้าที่ และเสนอวิธีแก้ไขให้ตัดเงินเดือนและสวัสดิการ ส.ส. ตามด้วยการตัดสิทธิทางการเมือง ไล่ออกจาก ส.ส. ปรับเงินทุกครั้งที่ไม่เข้าประชุม ประจานประชาชนและยุบพรรคต้องถือว่าเป็นความเห็นที่ค่อนข้าง ดุเดือด เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ตนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเกมการเมือง จากคนที่เป็น “ผู้แทนปวงชนชาวไทย” ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้แต่ความเบื่อหน่ายเอือมระอา และเสื่อมศรัทธาในนักการเมือง และระบบรัฐสภา รับเงินเดือนและสวัสดิการจากภาษีประชาชน แต่ไม่ทำหน้าที่การแสดงความเห็นผ่านทางโพล เป็นส่วนหนึ่งของประชามติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสังคมประชาธิปไตย ทั้งรัฐบาล รัฐสภา และเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน รัฐธรรมนูญ 2560 มีบทบัญญัติให้รัฐบาลรับฟังความเห็นประชาชนในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ด้วยการให้ประชาชนออกเสียงประชามติแต่รัฐบาลไทยมักจะไม่ชอบให้ประชาชนลงประชามติ อาจเห็นว่าไม่จำเป็น หรือสิ้นเปลืองงบประมาณและเวลา โดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากรัฐประหาร มักจะยึดแนวทางอำนาจนิยมมากกว่าอุดมการณ์ประชาธิปไตย เมื่อเกิดวิกฤติทางการเมือง มักจะพูดถึงการลาออก หรือยุบสภาทางออกจากวิกฤติ หรือทางตันทางการเมือง ไม่จำเป็นจะต้องมีแค่การยุบสภา การลาออก หรือการปรับคณะรัฐมนตรี ยิ่งถ้าเป็นทางออกนอกวิถี รัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด หากรัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่ ยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขถ้าเป็นปัญหาสำคัญ ประเทศประชาธิปไตยส่วนหนึ่งจะให้ประชาชน ออกเสียงประชามติ เป็นประชาธิปไตยทางตรง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจะออกจากทางตันอย่างไร โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลหรือรัฐสภาผู้ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจหน้าที่ แต่ไม่ยอมทำหน้าที่ แต่ชอบเล่นปาหี่การเมือง.