“บิ๊กตู่” ประกาศลั่นกลางวง ศบศ. “ผมไม่มีแพ้ใครอยู่แล้ว” “ลุงป้อม” หอบทีมงานขึ้นเชียงราย “ไพบูลย์” ไม่หวั่นถูกร้องยุบพรรค “ระวี” โดดหนุน “ลุงตู่” เต็มตัว ฉะพวกหิวกล้วยอย่าเหมารวม คาดยุบสภาฯหลังเดือน พ.ค. “ศรีสุวรรณ” ชง กกต.สอบ พปชร.ขับ 21 ส.ส.“เผดิมชัย” ปัดโยกซบพรรคสี่กุมาร ยังแฮปปี้ดีกับ ชทพ. “อุตตม” โอ่ยังมีคนดังร่วมงานอีกเพียบรอจังหวะเปิดตัว ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก ม.152 พุ่งเป้าถล่มปมของเเพง-โควิด “ชวน” ชี้กลาง ก.พ.ได้อภิปราย ศาลสั่งถอนประกันม็อบทะลุฟ้ามือบอนขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงานในสภา หลังพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ 21 ส.ส.ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พ้นพรรค แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศลั่นกลางวงประชุม ศบศ. ไม่มีแพ้ใครอยู่แล้ว“บิ๊กตู่” ลั่น “ผมไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว”เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว แต่กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ให้รอฟังจาก press release (เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์) มีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้นแหละ” ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. นายกฯได้เปิดเพลง “อย่ายอมแพ้” ของ “อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์” พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ผมไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว เพลงเป็นเรื่องการให้กำลังใจทุกคนที่ร่วมทำงานไม่แพ้ต่อปัญหาอุปสรรค เช่นเดียวกับผมไม่เคยยอมแพ้ ทำงานเพื่อชาติและประชาชน” โพสต์ย้ำลง “TikTok” ไม่มีแพ้ใครต่อมานายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอลงแอปพลิเคชัน “TikTok” เป็นภาพนายกฯที่ร้องคลอตามเพลง “อย่ายอมแพ้” ที่เปิดผ่านไมโครโฟนในห้องประชุมศบศ. ในท่อนที่ว่า “อย่าหยุดยั้ง ก้าวไป ขออย่ายอมแพ้” จากนั้นได้กล่าวขณะเก็บเอกสารว่า “ผมไม่มีแพ้ใครอยู่แล้ว ทุกคนต้องไม่ยอมแพ้ เพื่อประเทศชาติ ประชาชนที่รักยิ่งของพวกเรานะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านรองนายกฯทุกท่าน เรากำลังทำภารกิจที่สำคัญให้กับประเทศชาติเวลานี้”“ลุงป้อม” หอบทีมงานขึ้นเชียงรายที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติหนองมโนราห์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ นำคณะ อาทิ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ที่มีกระแสข่าวเตรียมขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะขน ส.ส.ในกลุ่มไปร่วมสังกัด นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำภาคเหนือ โดย พล.อ.ประวิตรมอบนโยบายเน้นให้ สทนช. เร่งจัดทำและศึกษาแผนแม่บท พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟู เวียงหนองหล่ม ให้เสร็จโดยเร็ว พร้อมกำชับจังหวัด กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้เร่งปฏิบัติตามแผนงาน“ไพบูลย์” ไม่หวั่นถูกร้องยุบพรรคนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพปชร. กล่าวว่า ในช่วงเดือน เม.ย. พรรคจะมีการประชุมใหญ่สามัญสามารถนำเรื่องการแต่งตั้งเลขาธิการพรรค รองเลขาธิการ และนายทะเบียนพรรค เสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา และให้สมาชิกรับรองได้ ระหว่างรอการประชุมใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคสามารถใช้ดุลพินิจ แต่งตั้งบุคคลให้มารักษาการตำแหน่งดังกล่าวได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบพรรคที่มีมติขับ 21 ส.ส.พ้นพรรคนั้น ไม่น่ากังวลใจ มั่นใจว่าดำเนินการไปตามข้อบังคับข้อ 54 (5) ยืนยันไม่เข้าข่ายให้ถูกยุบพรรค“ระวี” โดดหนุน “ลุงตู่” เต็มตัวที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ แถลงถึงกระแสข่าว 9 พรรคเล็กจะย้ายไปร่วมงานกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ว่า การปล่อยข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายกับกลุ่มพรรคเล็ก สื่อหลายสำนักนำไปขยายความต่อว่าพรรคเล็กจะได้รับกล้วยทั้งเครือ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง แน่นอนว่าถ้าพรรคเล็กไปร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัสจริงจะสร้างอำนาจต่อรองอย่างแรงต่อนายกฯ ถ้านายกฯไม่ยอมอาจถึงขั้นยุบสภาฯได้ครั้งนี้เป็นความขัดแย้งภายในของพรรค พปชร. พรรคร่วมรัฐบาลอื่น รวมทั้งกลุ่มพรรคเล็กไม่เกี่ยวข้องด้วย ขอเตือนไปยังคนใดที่ปล่อยข่าวไม่ใช่คิดแต่จะเล่นเกมการเมือง เพื่ออำนาจผลประโยชน์ และคิดแต่จะหากล้วยเช่นนี้ เชื่อว่า ส.ส.พรรคเล็กยังคงยืนหยัดทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้คิดแต่จะกินกล้วย แต่อาจมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ตาม ร.อ.ธรรมนัสไป พลังธรรมใหม่จึงยังคงยืนหยัดอยู่ข้างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้บริหารประเทศต่อไปคาดยุบสภาฯ หลังเดือน พ.ค.นพ.ระวีกล่าวว่า เสียงของรัฐบาลที่หายไปอาจส่งผลต่อเสถียรภาพแน่นอน แต่เชื่อว่ารัฐบาลยังผ่านพ้นไปได้ ต่อให้กลุ่มพรรคเล็กบางส่วนตาม ร.อ.ธรรมนัสไปโหวตให้กับฝ่ายค้าน หรือโหวตคว่ำรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เพราะถึงอย่างไรเสียงรัฐบาลยังมากกว่าฝ่ายค้านเกือบ 7 เสียง คล้ายกับรัฐบาลในปีแรกที่มีเสียงปริ่มน้ำ และถ้าเป็นการโหวตเรื่องสำคัญ รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ก็ต้องทิ้งงานมาร่วมประชุมสภาฯ แต่ในภาวะเช่นนี้พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมสภาฯ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดสภาฯล่มได้ แต่หากสถานการณ์ไปไม่ไหว จนนายกฯคิดยุบสภาฯ ก็ต้องยุบ เราพร้อมเลือกตั้ง คาดว่านายกฯจะตัดสินใจยุบสภาฯช่วงหลังเปิดสมัยประชุมหน้าคือพ้นช่วงเดือน พ.ค.ไปแล้ว “ศรีฯ” ชง กกต.สอบพลังประชารัฐเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ไต่สวน และวินิจฉัย กรณีพรรคพลังประชารัฐมีมติให้ 21 ส.ส.ของพรรค ออกจากสมาชิกภาพ เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายประการ คือ 1.การที่สมาชิก หรือ ส.ส. เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่ จะถือว่าเป็นเหตุร้ายแรง จนต้องให้ออกจากสมาชิกพรรค ชอบหรือไม่ 2.การที่มี 17 กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. 61 คน รวมทั้งสิ้น 78 คนประชุมกันแล้วมีมติออกมา ไม่ใช่ ส.ส.ทั้งหมด ถือว่าชอบหรือไม่ 3.กรณีไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน สอบสวนสมาชิกทั้ง 21 คน เพื่อหาข้อสรุปก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเสียก่อนนั้น ชอบหรือไม่ และ 4.ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ถูกให้ออกนั้น ต้องพ้นสภาพ ส.ส.ไปเลยหรือไม่ เนื่องจากมิใช่กรณียุบพรรค หรือถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ขอให้ กกต.ตรวจสอบก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือสั่งยุบพรรคต่อไป หากพบว่าเข้าข่ายขัดกฎหมาย“พิธา” ชี้เสถียรภาพ รบ.สะเทือนด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐว่า ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลแน่นอน น่าเสียดาย เพราะตอนนี้ศึกในเข้มข้น แต่ศึกนอกเข้มข้นกว่า เพราะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ขอเรียกว่า “เศรษฐกิจฟุบ เฟ้อ” วันนี้มีใครเชื่อหรือไม่ว่าเงินเฟ้อเพียง 1.5% สวนทางกับอารมณ์ตอนเดินตลาด ดังนั้นเราต้องรื้อตะกร้าเงินเฟ้อใหม่หมด ในส่วนของฝ่ายค้านมีการพูดคุยกันว่าฝ่ายค้านต้องเป็นเสาหลักในการสู้วิกฤติ ขณะที่รัฐบาลไม่มีสมาธิในตอนนี้“เผดิมชัย” ปัดโยกซบพรรคสี่กุมารขณะที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายไปร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทยว่า ไม่ทราบจริงๆ เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มาก รู้สึกว่าตระกูลเรายังมีคนสนใจ เมื่อถามว่าไม่ได้พูดคุยอะไรกับกลุ่มผู้ก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยเลยใช่หรือไม่ นายเผดิมชัยตอบว่า ไม่มีจริงๆ ไม่เคยพบปะกันหรือคุยเป็นการส่วนตัว อาจเป็นไปได้ที่ช่วงนี้ไปสภาบ่อย เจอพรรคพวกอย่างนายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.พรรค พปชร. เคยพูดเรื่องพวกนี้เหมือนกัน เมื่อถามว่า ยังมีความสุขดีกับพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ นายเผดิมชัยตอบว่า พอใจกับพรรคชาติไทยพัฒนามาก แม้จะมี 12 เสียง แต่เต็มไปด้วยคนที่มีประสบการณ์ เราภูมิใจกับพรรคเรา เมื่อถามว่า หากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ออกปากชวนจะย้ายไปหรือไม่ นายเผดิมชัยตอบว่า วันนี้บ้านยังดีอยู่ ถ้าเราจะไปก็ต้องพิจารณาว่าเราไปทำงานให้ใคร ปัจจุบันก็มีความสุขดี “อุตตม” โอ่ยังมีคนดังร่วมเพียบนายอุตตม สาวนายน แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย (สอคท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งพรรคที่หลายคนไม่เคยมีท่าทีว่าจะสนใจทำงานการเมือง แต่พวกเขาติดตามสถานการณ์บ้านเมืองจนตกผลึกว่า คงไม่สามารถปล่อยให้บ้านเมืองตกในภาวการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ได้อีก จึงเกิดฉันทามติมาร่วมกันทำงาน อยากบอกว่าเรายังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลายคน ทั้งที่เริ่มต้นทำงานกับพวกเราแล้ว และแสดงเจตจำนงเข้ามา แต่ยังไม่ขอเปิดตัว เพราะยังติดภารกิจบางอย่างจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม พรรคสร้างอนาคตไทยมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหรือซ้ำเติมความขัดแย้งที่เป็นอยู่ มุ่งสร้างยุทธศาสตร์ให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดสภารับฟังรายงาน “ขุดคลองไทย”ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารายงานผลการศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย รองประธานกมธ.กล่าวสรุปรายงานว่า กมธ.มีข้อสรุปสนับสนุนให้รัฐบาลขุดคลองไทยในพื้นที่ภาคใต้ แนวพื้นที่5 จังหวัด จะเกิดการจ้างงาน สร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองภาคใต้ พัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้เป็นศูนย์กลางความเจริญ ขณะที่มี ส.ส.หลายคนเห็นค้านว่า ผลการศึกษาเป็นการรับฟังความเห็นด้านเดียว ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้จริง ทำให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กว้างขวาง ประชาชนกว่าแสนครัวเรือนได้รับผลกระทบกก.แฉแจกพระเครื่องให้หนุนนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ อย่าส่งให้รัฐบาล อายเขา ไม่สมควรดำเนินโครงการนี้ “อย่าหวังว่าพระเครื่องรุ่นที่หนึ่ง ที่เอามาให้ผมเป็นค่าปิดปากเพื่อให้ ส.ส.ผ่านรายงานนี้ วางสิบพระเครื่อง รุ่นดีๆ ผมก็ไม่ผ่านให้ ขอตั้งข้อสังเกตว่ารายงานฉบับนี้เป็นการรับเงินจากนายทุน เพื่อให้ผลักดันโครงการดังกล่าวเดินหน้า พบว่ามีการจัดซื้อรถตักดินไว้จำนวนมาก เพื่อหวังจะได้รับงาน” นายพิเชษฐ์ชี้แจงว่าที่เราไม่สามารถดำเนินการโครงการนี้ได้ เพราะมีกลุ่มทุนต่างชาติจากเกาะเล็กๆ หว่านเงินหลักหมื่นล้านบาท ถึงแสนล้านบาท ขัดขวางไม่อยากเห็นคลองไทยเกิดขึ้น เลี้ยงข้าราชการไว้ วันนี้ช่องแคบมะละกามีรายได้ 4 ล้านล้านบาทต่อปี หากมีคลองไทยเกิดขึ้นรายได้เราจะทำได้มากกว่านั้น หากกังวลเรื่องความมั่นคงเราก็ตัดงบแบ่งไปให้ฝ่ายความมั่งคง 4 แสนล้านบาท ดังนั้นอย่ากลัวที่ประเทศจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ถ้ามีคลองไทยเงินไหลเข้าประเทศทุกวินาที ยิ่งกว่ามีบ่อน้ำมันอีก แต่ปรากฏว่านายสุชาติ ตันเจริญ ประธานการประชุม ชิงปิดประชุมดื้อๆ ก่อนจะโหวตขอความเห็นชอบส่งรายงานต่อไปยังรัฐบาลครม.นัดหน้าเลื่อนมาถก 24 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า มีการแจ้งเลื่อนการประชุมจากวันที่ 25 ม.ค. มาเป็นวันที่ 24 ม.ค. เป็นการประชุมแบบเต็มคณะที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ถือเป็นครั้งแรกหลังเทศกาลปีใหม่ และหลังการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน สาเหตุที่ต้องเรียกประชุมเต็มคณะ เนื่องจากมีกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาก่อนส่งต่อให้สภา และที่ต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 24 ม.ค. เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญที่ต่างประเทศ“วิษณุ” เผยมีวาระเร่งทำ ก.ม.ลูกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม. วันที่ 24 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เข้าที่ประชุม ครม. มีการประสานไปยังประธานรัฐสภาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และรับปากว่าจะรีบบรรจุเข้าวาระ โดยมี 3 ร่าง คือ ร่างของรัฐบาล ร่างพรรคร่วมรัฐบาล และร่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน คิดว่าการพิจารณาวาระแรกน่าจะพิจารณาในวันเดียว เมื่อถามว่าไทม์ไลน์การออกกฎหมายลูกยังเป็นไปตามเดิมที่จะเสร็จสิ้นในช่วงเดือน ก.ค.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าวางไว้เต็มที่แบบนั้น แต่ถ้าทำได้เร็วกว่านั้นได้เป็นเรื่องดี เมื่อถามย้ำว่าในสถานการณ์ตอนนี้จำเป็นต้องเร่งทำกฎหมายให้เร็วขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยอมใครหรือไม่ ถ้าไม่ยอมก็ต้องส่งกันไปมา ทั้งนี้ยังเกี่ยวไปถึงวุฒิสภา ที่ต้องร่วมลงมติ มีสิ่งที่เป็นห่วงกันอยู่คือกฎหมายลูกฉบับเก่า ส.ว.อาจจะยังหวงของเดิม ไม่อยากให้ไปแก้ตรงนั้นก็ได้“วัฒนา” ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ศาลฎีกา มีประกาศศาลฎีกาแจ้งวันนัดพิจารณาคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลตสส 1/2565 ที่ กกต.ยื่นร้องนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยศาลรับคำร้องไว้พิจารณา นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 15 ก.พ.เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา โดยผลทางกฎหมายหากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง เเละไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้นายวัฒนาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลจะส่งคำสั่งไปยังรัฐสภา ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ นายวัฒนาเป็น 1 ใน 21 ส.ส.ที่ถูกพรรค พปชร.มีมติขับออก พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาวุ่นอีก “สมศักดิ์” จี้ทบทวนมติที่พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส. นครราชสีมา 1 ใน 21 ส.ส. ที่ถูกมติพรรคขับออก ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ขอให้ทบทวนมติพรรค ระบุว่าไม่เคยทราบและไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า ร.อ.ธรรมนัส เสนอให้ปรับโครงสร้างขนานใหญ่ ไม่เคยเรียกร้อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนร่วมใดๆกับข้อเรียกร้องของ ร.อ.ธรรมนัสกับพวก ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีชื่อตนรวมอยู่ใน 21 คนด้วย อาจเป็นการกระทำของ ร.อ.ธรรมนัสแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับตนและ ส.ส.คนอื่น หรือมีข้อเสนอจริงแต่ยังไม่นำไปสู่การปฏิบัติ การมีมติขับออก ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนอย่างร้ายแรง จึงควรตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการลงมติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีการกระทำที่เจตนาจงใจให้ตนกับ ส.ส.อื่นรวม 21 คนพ้นจากสมาชิกโดยไม่เป็นธรรม เป็นการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9) ขอให้หัวหน้าพรรคยกเลิกมติดังกล่าว ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก ม.152วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน นำตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรพุ่งเป้าถล่มปมของแพง–โควิดนพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีประเด็นที่จะอภิปราย 4 เรื่อง คือ 1.วิกฤติของแพงค่าแรงถูกทั้งแผ่นดิน 2.โรคระบาดโควิดและอหิวาต์ในสุกร (ASF) 3.วิกฤติทางการเมืองยุคใช้เงินเป็นหลัก และ 4.ล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งปัญหายาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะฝุ่นพิษ PM 2.5 และการค้าการลงทุน ขอเวลาไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาสมาชิกได้อภิปรายได้เต็มที่ คาดว่าจะอภิปรายช่วงวันที่ 16-18 ก.พ.“ชวน” ส่งซิกกะซวกได้กลาง ก.พ.นายชวนกล่าวว่า คาดว่าจะอภิปรายได้กลาง เดือน ก.พ. ส่วนเวลาที่จะใช้อภิปรายนั้นให้ตัวแทนผู้ควบคุมเสียงทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกัน แต่กรณีมาตรา 152 เป็นการเสนอเพื่อสอบถามให้คำแนะนำรัฐบาล ไม่ถึงขั้นไม่ไว้วางใจ แต่โดยปฏิบัติก็เป็นอีกเรื่อง เบื้องต้นผู้นำฝ่ายค้านคุยกับเราแล้ว จะรักษามาตรฐานสภาฯ จากนี้จะนำญัตติดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปปชป.มั่นใจ รมต.พรรคไร้มลทินนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวล รัฐมนตรีทุกกระทรวงของพรรคพร้อมตอบชี้แจงข้อซักถามทุกประเด็นอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา มั่นใจรัฐมนตรีของพรรค ไม่มีเรื่องทุจริต ตอบได้ในทุกประเด็น ครม.ที่ถูกอภิปรายมีหน้าที่ชี้แจง และพรรคจะได้ติดตามสนับสนุนข้อมูลควบคู่ไปกับคณะทำงานทางการเมืองในแต่ละกระทรวงจี้สอบ “วิสาร–สุทิน” กุเรื่องแจกเงินนายสนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อจริยธรรมร้ายแรง กรณีนายวิสาร เตชะ ธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจและนำเสนอข่าวในสื่อต่างๆใส่ร้ายนายกฯแจกเงิน 5 ล้านบาทให้ ส.ส.ในอาคารรัฐสภา ซึ่งคณะทำงานประธานรัฐสภาตรวจสอบเรื่องแล้ว ไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ จึงยื่นร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรงกับ ส.ส.ทั้งสองบี้ “ลุงป้อม” เซ็นรับรู้ปัญหาพีมูฟอีกเรื่อง นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารพีมูฟ นำมวลชนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ไปชุมนุมกันที่กลางสะพานมัฆวานรังสรรค์ หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องขอพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของกลุ่มพีมูฟ หรือนำเอกสารที่ พล.อ.ประวิตรลงนามรับทราบข้อเรียกร้องทั้ง 12 ข้อของกลุ่มพีมูฟ ที่ยื่นไปเมื่อวันที่20 ม.ค. มามอบให้ไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งเวลา 14.25 น. นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายก รัฐมนตรี ออกมาเจรจา ซึ่งกลุ่มพีมูฟก็ยังไม่พอใจ ประกาศปักหลักชุมนุมจนกว่า พล.อ.ประวิตรจะออกมาพบหรือเซ็นรับทราบตามข้อเรียกร้องนายกฯอารมณ์ดีถกสภากลาโหมที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงการจัดส่วนราชการ กห. ครั้งที่ 1/2565 และพิจารณาร่างหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอัตราของหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และเหล่าทัพ ซึ่งเป็นแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวทักทาย ซักถาม และหยอกล้อ ผบ.เหล่าทัพอย่างอารมณ์ดีเหมือนทุกครั้ง ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ได้เอ่ยเรื่องสถานการณ์การเมืองแต่อย่างใด เพียงกำชับให้ ผบ.เหล่าทัพจัดทำแผนโครงการงบฯ 2565 ให้ละเอียดรอบคอบบช.น.สั่งรับมือเลือกตั้งซ่อมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า สถานการณ์ชุมนุมพื้นที่ กทม. วันที่ 21 ม.ค. มีการชุมนุม 4 จุด ได้แก่ กลุ่มพีมูฟ และเครือข่ายสลัม 4 ภาค ชุมนุมหน้าองค์กรสหประชาชาติ กลุ่มศิลปินเพลงราษฎร์ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มพลเมืองโต้กลับ หน้าศาลฎีกา และเฝ้าระวังกลุ่มทะลุแก๊ส ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องการชุมนุมทั้งหมด 814 คดี สั่งฟ้อง 409 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 405 คดี ส่วนการเลือกตั้งซ่อมพื้นที่ กทม. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. กำชับกำลังพลระดมกวาดล้างอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 21-30 ม.ค. เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม และเฝ้าระวังการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งต่อไปศาลถอนประกัน 6 ม็อบทะลุฟ้าผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 6 จำเลยในคดีม็อบทะลุฟ้า ประกอบด้วย นายทรงพล สนธิรักษ์ จำเลยที่ 3 นายนวพล ต้นงาม จำเลยที่ 4 น.ส.วิโรฌาชัชวาลวงศ์ จำเลยที่ 6 นายพีรพงศ์ เพิ่มพูน จำเลยที่ 8 นายปวรวิศ แย้มยิ่ง จำเลยที่ 12 และนายวชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ จำเลยที่ 15 ตำรวจศาลพบการขีดเขียนข้อความตามบริเวณที่ต่างๆในห้องเวรชี้ พบความเสียหายที่เก้าอี้ยาวโดยพนักพิงหลุด 1 ตัว ฉากกั้นมีรอยงัดแงะ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏภาพจำเลยบางคนเป็นผู้ขีดเขียนข้อความ โดยมีจำเลยคนอื่นอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย ต่อมาจำเลยทั้ง 6 คนได้รับการปล่อยชั่วคราว หลังศาลได้รับรายงานจึงออกคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 6 คน โดยให้นายประกันนำตัวจำเลยทั้ง 6 คนมาส่งศาล หลังจำเลยทั้ง 6 พร้อมทนายความเดินทางมาศาล ศาลอ่านคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวจำเลยทั้ง 6 คนแล้วออกหมายขัง ก่อนคุมตัวทั้งหมดไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิง