“บิ๊กตู่” ลั่นไม่คิดปรับ ครม.-ยุบสภา โต้ไม่ยุ่งเกมขับ “ธรรมนัส”-20 ส.ส. ยังรักปรารถนาดีกับ “พี่ป้อม” “ประวิตร” ขึ้นเสียงสื่อจี้ถามปมขัดแย้งนายกฯ “สันติ” เต็งหนึ่งเสียบแทน “ผู้กอง” “สมศักดิ์” เหนียมโควตาสามมิตรยึดเลขาฯ พปชร. “ไพบูลย์” แจงเหตุต้องขับเพราะข่มขู่หนัก โวเก้าอี้นายกฯมั่นคง “วิษณุ” รับสถานการณ์รัฐบาลสุ่มเสี่ยง พิษสนิมเกิดแต่เนื้อใน ห่วงสุญญากาศจัดเลือกตั้งไม่ได้ 9 พรรคเล็กเฮลงเรือลำเดียว “ธรรมนัส” “สุรทิน” ขอจองตั๋วก่อนเพื่อน พท.เย้ย “ประยุทธ์” เสือติดจั่นอยู่ต่อลำบาก เชื่อต่อรองผลประโยชน์หนักข้อขึ้น “สมชัย” ชี้เสียงปริ่มน้ำอยู่ลำบาก ลือหึ่งกลุ่มบ้านใหญ่ส่อซบ สอคท.ผลพวงหลังจากพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการ พปชร. พร้อม ส.ส.รวม 21 คน ออกจากพรรค ส่งผลกระทบทางการเมืองเป็นวงกว้าง โดยพรรคเล็กร่วมรัฐบาล 9 พรรค มีแนวโน้มจะไปจับมือกับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส อาจส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล ทำให้เกิดการต่อรองผลประโยชน์หนักขึ้น “บิ๊กตู่” ไม่คิดปรับ ครม.-ยุบสภาเมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในฐานะนายกฯ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีความรับผิดชอบในภาพรวม เข้ามาด้วยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ถูกเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล ผ่านการพิจารณาของ ส.ว. หลายคนไปบิดเบือนว่า ส.ว.สืบทอดอำนาจให้นั้น ถามว่าหากพรรคไม่มีคะแนนเสียงมากพอจะเสนอชื่อตนได้หรือไม่ ดังนั้นใครหรือพรรคใดคะแนนสูงแล้วเสนอรายชื่อนายกฯ ส.ว.ก็คงไม่มีปัญหา ยอมรับกติกาทุกอย่าง อย่าเอาการเมืองมาพันทุกเรื่อง ส่วนเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจอยู่ตอนนี้ ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พร้อม 20 ส.ส.พ้นพรรค ยืนยันไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคดำเนินการ คิดว่าทุกคนพยายามทำให้สถานการณ์เป็นปกติโดยเร็วที่สุด ยังไม่คิดปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือยุบสภา ขณะนี้กฎหมายยังไม่เรียบร้อยยังรักปรารถนาดีกับ “พี่ป้อม”พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่สุดทุกคนต้องมองว่าใครเป็นยังไง การเลือกตั้งครั้งหน้าทุกคนต้องช่วยกันติดตามพฤติกรรมแต่ละคนด้วย ให้ประชาชนตรวจสอบคัดกรอง ต้องขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่น และเชื่อถือการทำงานที่ผ่านมา ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่และข้าราชการด้วย นโยบายหรือที่สั่งการลงไปรายวันเยอะมาก ลงรายละเอียดทุกเรื่อง เพื่อให้การทำงานลุล่วงไปด้วยดี เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีการหารือหรือส่งสัญญาณอะไรมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ส่งความรักความปรารถนาดีให้กัน เคารพซึ่งกันและกัน”“บิ๊กป้อม” ยันไม่ขัดแย้งนายกฯพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงมติพรรคพลังประชารัฐขับ ร.อ.ธรรมนัส และ ส.ส. รวม 21 คน พ้นพรรคว่าไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ใจเย็น เมื่อถามว่ารู้สึกเครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่เครียด เมื่อถามย้ำว่าปมปัญหาที่เกิดขึ้นถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างนายกฯกับตัว พล.อ. ประวิตร ทำให้พล.อ.ประวิตรตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “เฮ้ย บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีขัดแย้ง ก็บอกแล้วไม่มีอะไร” ก่อนจะวางสายไปทันที“สมศักดิ์” เหนียมนั่งเลขาฯ พปชร.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กรรมการบริหารพรรค พปชร. กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมกรรมการบริหารและ ส.ส.พรรค เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ติดภารกิจอื่นอยู่ คงเป็นแนวทางที่อาจพูดคุยทำความเข้าใจกันและผลออกมาเป็นแบบนั้น ไม่คิดว่าเป็นการทะเลาะ ถือว่าพรรคจัดการปัญหาภายในจบแล้ว อาจเป็นเรื่องดี เสถียรภาพรัฐบาลอาจแข็งแกร่งขึ้น ถ้าจัดการปัญหาได้ จัดระเบียบได้ การเมืองคือการแบ่งปันอำนาจบริหารผลประโยชน์ส่วนรวม เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคนต่อไป นายสมศักดิ์ตอบว่าไม่ค่อยอยากเป็น มีหลายท่านที่เป็นได้และอยากเป็นอยู่ คนจะมาเป็นเลขาธิการพรรคต้องเข้าใจรัฐบาล เข้าใจพรรค เข้ากับหัวหน้าพรรคได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโควตากลุ่มสามมิตร ส่วนจะให้นายอนุชา นาคาศัย กลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีกรอบหรือไม่ คงตอบแทนไม่ได้ ต้องไปถามจากเจ้าตัวเอง ขับ “ธรรมนัส” เพราะข่มขู่หนักที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า กรณีที่พรรคมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 20 ส.ส. ออกจากพรรค มาจากสมาชิกพรรคนำโดย ร.อ.ธรรมนัส เสนอหัวหน้าพรรคให้ปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่ ถ้าไม่ปรับจะเคลื่อนไหวให้พรรคเกิดความเสียหาย หัวหน้าพรรคเห็นว่าข้อเรียกร้องจะสร้างปัญหา เกรงเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ จึงนัดประชุมหารือคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.พรรค รวม 78 คน ที่ประชุมเห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เนื่องจากจะเกิดความเสียหายทั้งระบบ เพื่อรักษาหลักการความมีเสถียรภาพ ความเป็นเอกภาพ พรรคเห็นว่าข้อเสนอนี้เป็นเหตุร้ายแรง ตามข้อบังคับของพรรค ข้อที่ 54 (5) จึงมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.กลุ่มดังกล่าวออกจากพรรค ด้วยคะแนน 63 เสียง ถือว่าเกิน 3 ใน 4 หลังจากนี้จะแจ้งเรื่องไปยัง กกต.รับทราบต่อไป ขณะนี้สถานะทั้ง 21 คน ยังเป็น ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9)พฤติกรรมร้ายแรงกระทบพรรคนายไพบูลย์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของ ร.อ.ธรรมนัสเป็นการเคลื่อนไหวร้ายแรงถือว่าขัดความมั่นคง เสถียรภาพ เอกภาพในพรรค เป็นจุดแตกหักต้องตัดสินใจ สมาชิกส่วนใหญ่เลือกรักษาเสถียรภาพพรรคไว้ ส่วนอนาคตทั้ง 21 คน จะร่วมงานกับพรรคได้อีกหรือไม่ ให้ไปถาม ร.อ.ธรรมนัส ไม่สามารถตอบแทนได้ มติการขับครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเรื่องของที่ประชุมพรรค มั่นใจหลังจากนี้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคจะจบ ไม่เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นมาอีก ถึงเวลาต้องขจัดความขัดแย้งที่ฝังรากลึกเกินเยียวยา มติครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพรรค จะเป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง รับรองพรรคดีขึ้นแน่โวเก้าอี้นายกฯมั่นคงเหนียวแน่นเมื่อถามว่า 21 ส.ส.ที่หายไป ทำให้เสถียรภาพนายกฯยังมั่นคงหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า สถานะนายกฯมั่นคงอยู่แล้ว และจะมั่นคงต่อไป ภาพลักษณ์พรรคจะดีขึ้น เรายังเหลือ ส.ส.อีก 100 คน สำหรับสัญญาณการยุบสภา นายกฯบอกแล้วว่าไม่เซ็นยุบสภาจะยุบได้อย่างไร เมื่อถามถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสจะย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย มี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. เป็นหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ตอบว่า ขณะนี้ พล.อ.วิชญ์ยังเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อยู่“สันติ” เต็งหนึ่งเสียบแทน “ผู้กอง”ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า จากมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.รวม 21 คน ออกจากพรรค ทำให้พรรค พปชร.ต้องเรียกประชุมใหญ่เร็วๆนี้ เพื่อแต่งตั้ง กก.บห. แทน 3 คนที่ขาดหายไป ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส เลขาธิการพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรค และนายไผ่ ลิกค์ รองเลขาธิการพรรค โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่ขณะนี้มีตัวเต็ง 2 ราย คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรค กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กก.บห.พรรค ทั้งนี้ คนในพรรคส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนนายสันติ เพราะมีความอาวุโสกว่า และสมาชิกให้การยอมรับมากกว่า วิปรัฐบาลอ้อนวอน ส.ส.เข้าสภานายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงมติพรรค พปชร. ที่ขับ 21 ส.ส.ออกจากพรรค อาจกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลว่ายังเชื่อมั่นว่าเพื่อน ส.ส. จะคำนึงถึงการทำงานของสภาให้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่านักการเมืองทำเพื่อประโยชน์ตนเอง ยืนยันการพิจารณากฎหมายสำคัญ หรือการเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ยังดำเนินการได้ปกติ วิปรัฐบาลต้องทำหน้าที่ดูแลองค์ประชุมต่อไป แต่ละพรรคต้องร่วมมือกันต่อไป สถานการณ์เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำเคยมีมาแล้ว อยู่ที่การประสานงานทำงานร่วมกัน“วิษณุ” รับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องเสถียรภาพรัฐบาลฝ่ายการเมืองต้องเป็นคนดูแล อีกไม่นานก็หมดสมัยประชุมแล้ว มีเวลาจัดการ แต่จะจัดการอย่างไรไม่ทราบ อยู่ที่นายกฯและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดช่วยกันคิด เชื่อว่าตอนนี้ยังไม่มีใครตอบอะไรได้ทั้งนั้น ทุกคนกำลังอ่านเกมอยู่ อ่านกติกาหาทางออกกันอยู่ ต้องถามผู้ที่มีอำนาจเพราะนี่คือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ถือว่ารัฐบาลอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ใช่” เมื่อถามต่อว่าพร้อมจะเกิดอุบัติเหตุทุกเวลาใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบสั้นๆว่า “ใช่ครับ” ทั้งนายกฯและพรรคร่วมรัฐบาลต้องรีบแก้ย้ำสนิมเกิดแต่เนื้อในรัฐบาล“ผมถึงเคยพูดตั้งแต่ตอนตั้งรัฐบาลเมื่อสองปีที่แล้วว่ารัฐบาลเป็นเรือเหล็ก แต่เป็นเรือลำเล็ก และสนิมเหล็กเกิดแต่ในเนื้อในตน มันไม่ได้มาจากฝ่ายค้านหรอก” นายวิษณุกล่าว เมื่อถามว่ารัฐบาลทำให้เกิดปัญหาเองใช่หรือไม่ นายวิษณุพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “ครับ” เมื่อถามว่าหากนายกฯตัดสินใจยุบสภาฯ ในขณะที่กฎหมายลูกยังไม่เสร็จทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เรียกว่าค้างอยู่อย่างนั้น หรือเรียกว่าตกไปก็ได้ เพราะเมื่อยุบสภาแล้วจะเลือกกันอย่างไรนึกไม่ออก เคยตอบมาหลายเดือนแล้วว่าหากมีเหตุยุบสภาขึ้นก็ไม่ต้องทำอย่างไรกัน เมื่อถามว่าหากเป็นรัฐบาลรักษาการจะนำกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับมาออกเป็น พ.ร.ก.ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีข้อเสนอแนะอย่างนั้น แต่ตนไม่เห็นด้วย คิดว่าไม่ใช่วิธีที่ฉลาด รัฐบาลกำหนดฝ่ายเดียว เท่ากับว่ากติกานี้รัฐบาลกำหนดห่วงสุญญากาศเลือกตั้งไม่ได้ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะกลับไปใช้กฎหมายเดิมได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขและประกาศใช้ไปแล้ว ก็ต้องจัดการเลือกตั้งอยู่ดี แต่จัดอย่างไรตนนึกไม่ออกจริงๆ เคยถาม กกต.แล้ว กกต.ก็คิดไม่ออก ถึงอย่างไร ก็ต้องให้กฎหมายลูกผ่านออกมาใช้ก่อน จะได้มีกลไกและเครื่องมือในการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าแสดงว่านายกฯไม่ควรยุบสภาก่อนที่กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะเสร็จ นายวิษณุตอบว่าใช่ คำตอบคืออย่างนั้น เมื่อถามว่านายกฯจะใช้วิธีลาออกเพื่อแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าได้ แต่วิธีนั้นจะแก้ปัญหาอะไร แก้ได้อย่างไร ถ้าเลือกนายกฯใหม่ก็ต้องถามแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะสภายังเป็นสภาเดิม เสียงยังอยู่แบบเดิม ใครอยู่พรรคไหนก็อยู่พรรคนั้นเหมือนเดิม จะย้ายพรรค ยุบพรรค ไม่ได้ทั้งนั้น 9 พรรคเล็กร่วมลงเรือ “ธรรมนัส”ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาผู้แทนราษฎรว่า เริ่มมีการเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ที่อยู่ในสังกัดของ ร.อ.ธรรมนัส ทั้ง 9 พรรค พร้อมจะเป็นแนวร่วมเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังชาติไทย 1 คน พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน พรรคพลเมืองไทย 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน พรรคไทรักธรรม 1 คน พรรคเพื่อชาติไทย 1 คน รวมถึงพรรคไทยศรีวิไลย์ของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ก่อนหน้านี้ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน ก็จะไปเป็นแนวร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัสเช่นกัน ส่วนพรรคเล็กที่ตัดสินใจอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี มีเพียง 1 พรรค คือพรรคพลังธรรมใหม่ ของ นพ.ระวี มาศฉมาดล หลังเกิดความขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัสในช่วงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา“สุรทิน” ขอจองตั๋วก่อนเพื่อนนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ใหม่ กล่าวว่า ได้หารือกับพรรคเล็กอื่น เช่น นายพีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ถึงการสนับสนุนงานการเมืองกับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. แต่ยังไม่ตกผลึก เนื่องจากมีบางพรรคต้องการยุบพรรคตนเองไปรวมกับพรรคใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ตนยังยืนยันจะทำงานการเมืองในนามพรรคประชาธิปไตยใหม่ต่อไป ไม่ยุบหรือไปควบรวมกับพรรคใด แต่ยังทำงานการเมืองกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะมีสายสัมพันธ์กันมาก่อน อีกทั้งภริยาของ ร.อ.ธรรมนัส เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่มาก่อน เรื่องนี้จะมีความชัดเจนสัปดาห์หน้า ต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัสปักหลักให้ได้ มีบ้านก่อน ไม่ใช่เป็นผีตองเหลืองแบบนี้เย้ย “บิ๊กตู่” เสือติดจั่นอยู่ลำบากขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมสภาฯ สมัยนี้เหลืออีก 5 สัปดาห์ เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่กล้าเสนอกฎหมายสำคัญๆ เข้าสภาฯแน่นอน เพราะหากมีปัญหานายกฯต้องรับผิดชอบ จำนวนมือในสภาฯขณะนี้เสียงฝ่ายรัฐบาลคงไม่พอ อาจเกิดการล้มในสภาฯ เกิดขึ้นได้ ฝ่ายรัฐบาลคงประคองสถานการณ์ไปจนถึงปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ. ไปก่อน แต่เมื่อเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป ยังไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเอาอย่างไร เพราะฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีแน่นอน อาจชิงยุบสภาฯหนีไปก่อนได้ เพราะวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในภาวะเสือติดจั่น ถูกบีบจากฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง คงไปได้ยากแล้ว รัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านเพียง 30 เสียง ขณะที่กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสออกไป 21 เสียง ถ้าพาพรรคเล็กๆไปอีก 9 เสียง ก็รวม 30 เสียงแล้วเชื่อต่อรองผลประโยชน์หนักขึ้นนายสมคิดกล่าวอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจยุบสภาฯ ก่อนกฎหมายลูกการเลือกตั้งเสร็จ ก็คงไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญเรื่องกติกาบัตร 2 ใบ มีผลใช้บังคับแล้ว สามารถใช้ช่องทางให้ ครม. หรือ กกต. ออกประกาศกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง มาประกาศใช้กับการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ เมื่อถามว่าเสียงฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส 21 เสียง จะมาเป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า คงยัง เชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัสยังอยู่กับฝ่ายรัฐบาล แต่จะโหวตหรือต่อรองกันอย่างไรเป็นอีกเรื่อง เชื่อว่าหลังจากนี้คงมีการต่อรองเรื่องผลประโยชน์และตำแหน่งมากขึ้น การเมืองนับจากนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เสียงปริ่มน้ำรัฐบาลอยู่ลำบากนายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยฯต่อความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่า เชื่อว่าเป็นเกมการเมืองที่วางสคริปต์ไว้ มีเป้าหมายเพื่อเอา พล.อ.ประยุทธ์ลงจากตำแหน่ง ต้องยอมรับว่าเสียง ส.ส.รัฐบาล 21 เสียงที่หายไป ทำให้เสียงในสภาฯ ปริ่มน้ำ และมีจำนวนที่ห่างจากพรรคฝ่ายค้านไม่ถึง 20 เสียง ทุกเสียงของพรรคเล็กมีความหมาย ดังนั้นภาวะดังกล่าวจะทำให้อยู่ลำบาก สถานภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานโดยง่ายไม่มีแล้ว สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสต้องการเอา พล.อ.ประยุทธ์ลงมี 2 ทางคือ ลาออก หรือยุบสภาฯ การลาออกคงเป็นไปได้ยากเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้สึกว่าต้องเลือกทางนี้ เพราะเท่ากับพ่ายแพ้กับเกม อีกทางเลือกคือยุบสภาฯ แต่จะกลับมาได้อีกหรือไม่ เป็นเกมที่ต้องเล่นต่อไป สำหรับ ส.ส.ทั้ง 21 คน คงไม่รีบหาพรรคสังกัด ยังมีเวลา 30 วันสร้างราคาของตัวเอง หากอยากให้ร่วมรัฐบาลต่อ ต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการอย่างน้อย 2 กระทรวง หากสับเปลี่ยนโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา อาจเกิดปัญหาได้ ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายของ พล.อ.ประยุทธ์ และไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะต่อรองได้ เพราะเป็นคนยอมหักไม่ยอมงอ หากผลของการเดินหมากแบบนี้ ต้องยอมให้ ร.อ.ธรรมนัสร่วมโต๊ะ ครม. ทั้งที่ไม่มองหน้ากัน เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ทำ“ธรรมนัส” บอกเดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์เวลา 20.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการ พปชร. โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 3.27 นาที ลงเฟซบุ๊กระบุว่าความรู้สึกแรกหลังออกมาคือเป็นห่วงบ้านเก่าว่าพี่น้องเราหลายคนที่เป็นนักการเมืองมีอุดมการณ์ เขาจะอยู่กันอย่างไร ถ้าไม่มีเราดูแลเขา “ช่วงที่ผ่านมาบ้านเมืองมีวิกฤติโควิด ส่วนใหญ่ที่ส.ส.ไปลงพื้นที่ ได้รับการสนับสนุนจากพี่ทั้งนั้น 80% จากพี่และหัวหน้าพรรค หลังจากไม่มีเราใครจะทำให้เขาใครจะดูแลเขา เรายึดหลักผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งเอาปัญหามาทำเป็นโจทย์ถามตัวเองว่าจะแก้อย่างไร ท้ายที่สุดมันทำไม่ได้ เราก็อยากมาทำด้วยตัวเองมั่นใจว่าจะมีคุณภาพมากกว่า คนอย่างผมเคลียร์จบก็คือจบไม่เคยเอามาเป็นประเด็น เมื่อจบไม่จบ เราก็แยกกันเดินดีกว่าพรรคนี้บ้านหลังใหม่นี้ไม่ใช่พรรคที่เพิ่งเกิด เป็นพรรคที่เกิดมานานพอสมควร ครั้งหนึ่งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะใช้เป็นพรรคหลักพรรคนี้เมื่อเปิดตัวมาแล้วทุกคนจะร้องอ๋อว่าเป็นพรรคของใคร เรามีความพร้อมทุกเรื่อง องค์ประกอบอื่นๆเราพร้อมหมด บ้านหลังใหม่เราเตรียมมานานแล้ว เดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์”หึ่งกลุ่มบ้านใหญ่ส่อซบ สอคท.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตแกนนำพรรคพปชร. เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย (สอคท.) ดึงนักการเมืองที่มาร่วมงานแล้วชุดแรก ล่าสุดยังมีกลุ่มการเมืองเตรียมย้ายมาสมทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยอยู่พรรคไทยรักไทย-พรรคเพื่อไทย ที่คุ้นเคยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ อาทิ กลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี ของนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กลุ่มกำแพงเพชร ของนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง รวมถึงกลุ่มบ้านใหญ่ นครปฐม ของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเป็นหนึ่งตัวหลักให้พรรคสร้างอนาคตไทยในพื้นที่ กทม. “อรรถวิชช์” หาเสียงย่านพหลฯวันเดียวกัน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคกล้า กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงตลาดย่านพหลโยธิน ถึงการยื่นญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านเกี่ยวกับปัญหาสินค้าราคาแพงว่า การแก้ปัญหาปากท้องของแพงเป็นเรื่องใหญ่ อยากให้ ส.ส.มีสมาธิใน 2 เรื่อง คือ 1.นำเข้าหมูทันทีเพื่อทุบราคาลง 2.ดูแลผู้ประกอบการรายย่อยผลิตหมูให้ทันการ ไม่เร่งดำเนินการภายในสัปดาห์นี้จะเกิดสภาวะของแพงหมดจริงๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนตรุษจีน ส่วนเรื่องเสถียรภาพรัฐบาล และความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะประคองอยู่ได้“สุรชาติ” ขอมุ่งแก้ปัญหาประชาชนด้านนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชนโรงช้อนและชุมชนโรงสูบ ซอยพหลโยธิน 45 เขตจตุจักร นายสุรชาติกล่าวว่า ถือว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย แต่พร้อมอยู่เสมอ และมั่นใจเพราะอยู่กับประชาชนมาตลอด 17 ปี ส่วนปัญหาภายในของพรรค พปชร. เป็นปัญหาภายในรัฐบาล ยังถือว่าเป็นปัญหารอง แต่ปัญหาหลักคือปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องโรคระบาด หรือวิกฤติเศรษฐกิจ ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความด้อยประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ขอเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลลดความขัดแย้งทางการเมืองลง เพื่อมุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนพีมูฟวอนสางปัญหา 12 ข้อเมื่อเวลา 13.00 น. นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารพีมูฟ นำมวลชนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟประมาณ 50 คน ที่ปักหลักชุมนุมกันหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนิน เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นายจำนงค์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องมี 12 ข้อ อาทิ การเดินหน้าโฉนดชุมชน การผลักดันร่าง พ.ร.ฎ. นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับปัญหาป่าไม้และที่ดิน ทบทวน พ.ร.บ.ป่าชุมชน ผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์กรณีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจแม่สอด และกรณีการละเมิดสิทธิชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี รวมถึงแก้ปัญหาราคาสินค้าแพง โดยเฉพาะหมูทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ มีนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือ