นายอำพล จินดาวัฒนะ ส.ว.ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเรื่อง การให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษาเริ่มต้นด้วยเกริ่นนำว่าตามที่มีการระบาดของโควิด-19 หนักหน่วงรุนแรง จนเปรียบเทียบว่าเป็น “สงครามโรค” โดยมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารด่านหน้าจนเรียก ว่าเป็น “นักรบชุดขาว” จึงขอเรียนถามว่า1.รัฐบาลมีนโยบายการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าหรือไม่อย่างไร 2.รัฐบาลได้ดำเนินการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่เสี่ยงอันตรายไปแล้วบ้างหรือไม่ หรือมีแผนจะดำเนินการอย่างไรพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามดังกล่าวโดยสรุปว่า มีการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ดังนี้ข้อที่ 1 รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีแนวทางที่จะให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ที่ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ซึ่งมีผลทำให้บุคลากรด่านหน้าบางรายเจ็บป่วยและบางรายเสียชีวิต ผู้เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข พ.ศ.2561 รวมทั้งจะได้รับบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521ข้อที่ 2 กรณีการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่เสี่ยงอันตราย ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ยื่นขอรับเงินบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 2 ราย โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบแล้ว 1 ราย ได้แก่ นางสาวอุไรวรรณ จันทรปลิน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนรายที่ 2 ได้แก่ นายพิเชษฐ์ สหกิจ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนหลวง จังหวัดสมุทรสาคร อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาเอกสารเพิ่มเติมจากคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบเห็นคำตอบแล้วน่าสมเพชและน่าสงสารข้าราชการที่ประสบเคราะห์กรรมทั้งๆที่มีการระบาดมายาวนานแต่กลับมีคนเข้าข่ายยื่นขอได้เพียง 2 ราย และได้รับอานิสงส์จากระเบียบการช่วยเหลือได้แล้วเพียงรายเดียว ส่วนอีกรายก็ต้องรอการพิจารณาที่ล่าช้าต่อไปไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้นี่นะหรือคือความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน.“ซี.12”c12thongchai@gmail.com