เช้าวันพรุ่งนี้ 20 มกราคม ห้ามพลาดนะครับ ตั้งแต่เวลา 09.00-11.45 น. คุณสราวุธ วัชรพล ในนามไทยรัฐ กรุ๊ป ร่วมกับ กระทรวง คมนาคม จัดสัมมนาใหญ่ “Thailand Future Smart & Sustainable Mobility ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ณ ห้องอีเทอร์นิตี้บอลรูม ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์กรุงเทพฯ รางนํ้า ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Thairath, Thairath TV และ YouTube Thairath Online โดยมี คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม เป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ชีวิตคนไทยจะดีขึ้นอย่างไรบนแผนคมนาคม”ต่อด้วยการสัมมนาหัวข้อ “โอกาสของประเทศไทยกับการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม” โดย คุณชยธรรม์พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คุณสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย คุณศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และ คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสองปีเศษที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงักจากการปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุนต่างๆก็หดหาย มีเพียงโครงการโครงข่ายคมนาคมของกระทรวงคมนาคมเท่านั้น ที่ยังเดินหน้าต่อเนื่องไม่หยุด ทั้ง การก่อสร้างโครงการที่ประมูลไปแล้ว และ การเปิดประมูลโครงการใหม่ ทางบก ถนน ราง ทางนํ้า และทางอากาศ โดยมีวงเงินลงทุนกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ปี 2560–2565 มีโครงการที่ได้ลงนามสัญญาไปแล้ว 516,956 ล้านบาท และ มีโครงการลงทุนใหม่ 2565-2571 อีก 974,454 ล้านบาท สร้าง มูลค่าเศรษฐกิจถึง 2.24 ล้านล้านบาท ราว 1.6 เท่าของเงินลงทุน ถ้าไม่มีกรณีโควิด-19 มูลค่าเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 2 เท่าของเงินลงทุน เฉพาะ กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการลงทุนรถไฟฟ้าถึง 14 สาย รวมระยะทาง 554 กม. พอๆกับระยะทางจากกรุงเทพฯถึงอุดรธานี ปัจจุบัน เปิดให้บริการแล้ว 6 สาย 11 เส้นทาง คือ สายสีเขียว 4 เส้นทาง สายสีนํ้าเงิน 2 เส้นทาง สายแอร์พอร์ตลิงก์ 1 เส้นทาง สายสีม่วง 1 เส้นทาง สายสีทอง 1 เส้นทาง สายสีแดง 2 เส้นทาง และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 4 สายคือ สายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีส้ม และ แอร์พอร์ตลิงก์ช่วงพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมืองเครือข่ายระบบรถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง ช่วยให้คนกรุงเทพฯและปริมณฑลเดินทางสะดวกมากขึ้น และ ช่วยลดความแออัดของกรุงเทพฯ ชั้นใน เป็นการกระจายความเจริญและเศรษฐกิจไปสู่ชานเมืองและจังหวัดปริมณฑล เมืองหลวงขนาดใหญ่ทั่วโลกล้วนใช้เครือข่ายรถไฟฟ้าในการสร้างเมืองบริวาร เพื่อระบายประชาชนในเมืองออกไปสู่ชานเมือง ซึ่งจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ที่อยู่อาศัยที่ถูกลงแต่กว้างขวางขึ้น ค่าครองชีพที่ถูกกว่าเมืองหลวงชั้นในอีกโครงการสำคัญที่ คุณศักดิ์สยาม เปิดเผยกับไทยรัฐก็คือ ปี 2565 การก่อสร้าง “รถไฟทางคู่” ระยะแรกจะเสร็จสิ้นทั้งหมด 1,111 กม. ทั่วประเทศ รวมทั้งการก่อสร้าง ทางรถไฟสายใหม่อีก 2 สาย ระยะทาง 678 กม. คือ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. และ สายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. ทำให้ภาคอีสานมีเครือข่ายรถไฟทางคู่มากที่สุดในประเทศส่วนระยะที่ 2 จะมี โครงการทางคู่อีก 7 โครงการ ระยะทางรวม 1,483 กม. เมื่อรวมกันแล้ว ประเทศไทยจะมีรถไฟทางคู่ระยะทางรวมกว่า 3,200 กม. ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่น ทั้งในด้านการเดินทางและขนส่งสินค้าที่ผมเล่ามานี้แค่นํ้าจิ้มนะครับ ของจริงต้องฟังสดวันพรุ่งนี้ 20 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ใครไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน สามารถชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Thairath, Thairath TV และ YouTube Thairath Online จะได้รู้ว่าชีวิตคนไทยจะดีขึ้นได้อย่างไรบนแผนคมนาคม.“ลม เปลี่ยนทิศ”อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องติดตามอนาคตคมนาคมไทยพร้อมกันในเวทีเสวนาแห่งปี โดยกระทรวงคมนาคม 20 ม.ค. นี้ ยิงสดที่ไทยรัฐ