ประชาธิปัตย์เท่าทุน พลังประชารัฐเข้าเนื้อ รัฐบาล 3 ป. เน่าใน บทสรุปจากสมรภูมิเลือกตั้งซ่อมสนามปักษ์ใต้ ยี่ห้อ ปชป.รักษาแชมป์ไว้ได้ทั้ง 2 เก้าอี้ นำทีมเข้าป้ายทั้งชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6สภาพที่ต้องซดน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในด้วยกันทั้งสองค่าย ที่แน่ๆมวยจบ แต่กองเชียร์ พี่เลี้ยง ไม่จบ คนดูเห็นภาพแตกแยกกลบเกลื่อนยังไงก็ไม่มิด แรงสั่นสะเทือนจากการสู้รบที่ประจานสถานภาพ “เพื่อนกิน” ระหว่างคนของ ปชป.กับ พปชร.ล่อกันเอาเป็นเอาตาย สาวไส้ด่ากันเองแบบลืมไปเลยว่านั่งอยู่ในเรือลำเดียวกันพลังประชารัฐให้ “เอ๋” ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ขึ้นเวทีด่า “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ บริหารห่วยแตก ทำ “หมูแพง” ยุให้อัปเปหิออกจากรัฐบาล อีกด้านประชาธิปัตย์ก็ให้โทรโข่งพรรคแถลงประจานพลังประชารัฐชกใต้เข็มขัด ใช้อำนาจรัฐ ท็อปบูต แทรกแซงเกมเลือกตั้งโดยเฉพาะที่หักลำกันจังๆก็คือการยื้อแย่งกันเคลมโบแดง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศรัฐบาล พปชร.นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ทำให้โครงการ “คนละครึ่ง” ถูกอกถูกใจพี่น้องประชาชนแต่โดน “จุรินทร์” สวนคืนทันควัน โครงการ “คนละครึ่ง” เป็นผลงานที่คิดร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่พลังประชารัฐเหมาตีกินอยู่คนเดียวถ้าใครบอกว่าเป็นนโยบายเขา ไอ้นี่ลักวิ่งชิงปล้นกลางแดดเลยอารมณ์แบบที่คนใจไม่ด้านพอ ยังเดาไม่ออกว่า “บิ๊กป้อม” กับ “อู๊ดด้า” จะนั่งทำหน้ากัน ยังไงในห้องประชุม ครม. เพราะเป็นรองนายกฯนั่งติดกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมของผู้ใหญ่คงไม่ออกอาการชัดเจนให้อายผู้คนโฟกัสมันอยู่ที่กองเชียร์ กองแช่ง บรรดาลูกทีมที่อารมณ์ค้าง อารมณ์แบบที่นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ยี่ห้อ ปชป.ออกมากระทุ้งสีข้างผู้ใหญ่ในพรรค ตะโกนออกอากาศดังๆให้ได้ยินไปถึงหูนายจุรินทร์ ถึงเวลาทวงคืน “ศักดิ์ศรี” หรือยังเพราะมันเข้าทาง “ฟอร์มถนัด” ปชป.ชิงเป็นพระเอก ถอนยวงจากรัฐบาลที่ร่อแร่เต็มที แต่นั่นก็แค่เสียงนกเสียงกา เล่นกันคนละบทไป จุดสำคัญมันอยู่ที่ “อู๊ดด้า” กับ “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะยังกินดีอยู่ดี แถมได้จังหวะ “ขี่คอ” นายกฯที่กำลังเผชิญเกมซ่อนแต้มในสภา ปั่นราคาต่อรอง ขออะไรต้องได้ รถเสบียงประชาธิปัตย์ยังมีที่ว่างอีกเยอะ“ศักดิ์ศรี” หรือจะสำคัญเท่า “กระสุนดินดำ” ในการเลือกตั้งรอบต่อไปในมุมตัดฉากกลับมาที่ค่ายพลังประชารัฐที่ “เข้าเนื้อ” แผลลึก เลือดโชก กับยุทธศาสตร์การเมืองสไตล์ทหารเฒ่า 3 ป. ที่นักการเมืองเดาทางไม่ออก ทำไมถึงทุ่มทุนกับศึกเลือกตั้งซ่อมแค่ 2 เก้าอี้ แค่เวทีซ้อมเลือกตั้งเดิมพันไม่ได้มากอะไร เมื่อเทียบกับการต้องหักเหลี่ยมกับพรรคประชาธิปัตย์เขย่ารัฐบาลที่ง่อนแง่น เร่งปฏิกิริยาแตกหักกับ “เพื่อนกิน” โดยเฉพาะคนที่เสียหาย เสียฟอร์มหนักเลยก็คือ “บิ๊กบราเธอร์” อย่าง พล.อ.ประวิตร ที่ขนทัพหลวงพลังประชารัฐ ขนาบข้างด้วยขุนศึกคู่ใจอย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคไสช้างเข้าปะทะ โดดขึ้นเวทีปราศรัย ใส่แบบหมดหน้าตัก และมุมหักเหที่ถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ของการเลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ล่าสุด ก็คือวาทกรรมของ “ผู้กองนัส” ที่แนะคนสงขลาให้ “เลือกคนดี บ้านมีตังค์” พร้อมลีลาตบกระเป๋ากางเกงโชว์บ่งบอกตัวตน คนที่ติดยุทธวิธีแจกกล้วยแลกแต้มในสนามเลือกตั้งและแน่นอน มันจะเป็น “บ่อน้ำมัน” จุดที่คู่แข่ง ฝ่ายต้านอำนาจ 3 ป. นำไปขยายผล ตีปี๊บประจานภาพการได้มาซึ่งอำนาจของค่ายพลังประชารัฐ เน้น “กะตังค์” อัดกล้วยในสนามเลือกตั้ง เหนืออื่นใด มันยังมีอีกสนามสำคัญนั่นคือการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 มกราคมนี้ เวทีปราบเซียน ที่ “กะตังค์” ใช้ไม่ได้ผล แต่ก็ยังมีคนร้องประจาน อัดกันหัวละ 4-5 พันบาทโอกาสพลังประชารัฐจะรักษาแชมป์แทนตัวจี๊ดอย่างนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.ที่หลุดเก้าอี้ หืดจับนั่นเท่ากับการประกาศ “แลนด์สไลด์” ของ “บิ๊กป้อม” ที่ประกาศิตในที่ประชุมพรรค มั่นใจ พปชร.ต้องเข้าวินทั้ง 3 เขตเลือกตั้งซ่อม แต่มาถึงตรงนี้ พ่ายไปแล้ว 2 เหลือลุ้นหนักสนามเขตหลักสี่ กทม.ถ้าพลาดอีกก็เท่ากับพลังประชารัฐแพ้แบบ “แลนด์สไลด์” และคนที่หนักใจสุดหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์จะยังมั่นใจในยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” ที่มี “บิ๊กป้อม” กับ “ผู้กองนัส” เป็นทีมเชียร์แขกอยู่อีกหรือไม่เพราะมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเวอร์ชันแรกที่มีทีมเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่งเป็นจุดขายถึงจุด “บิ๊กตู่” อาจต้องคิดใหม่ แทนการยึดยี่ห้อ พปชร.ที่ขายไม่ออก.ทีมข่าวการเมือง