ในยุคที่ “การเมืองไทยใช้กฎหมายทำลายล้างกัน” จนถึงขั้น ยุบพรรค กันเลย สุดท้ายกลายเป็นแรงเหวี่ยงย้อนกลับ เหมือนกฎแห่งกรรมไม่มีผิด ล่าสุดจากกรณีที่มีข่าวว่าการประชุม ครม.นัดแรกปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดในที่ประชุม ครม.ถึง นโยบายหาเสียงของบางพรรค จะให้เงินประชาชนเดือนละ 3,000–5,000 บาท ว่า พูดได้อย่างไร ไม่รับผิดชอบ พูดมาแล้วทำได้หรือไม่ ขอให้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปตรวจสอบว่า มีกฎหมายไหนกำกับดูแลเรื่องการหาเสียงหรือไม่เมื่อมีข่าวออกไป แรงเหวี่ยงก็ย้อนกลับมาที่นายกฯทันที ทำให้ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำรัฐบาลที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต้องย้อนกลับไปดูนโยบายหาเสียงของ พปชร. ได้ทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ การไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์หรือไม่ กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธาน พรรคไทยสร้างไทย เจ้าของนโยบาย “บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท” เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้พอยังชีพ ก็ได้โต้ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ดิฉันยืนยันได้เลยค่ะว่าถ้าไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉัน ทำได้แน่นอนทันทีค่ะ นายกฯประยุทธ์ลาออกสิคะ ดิฉันจะทำให้ดู” โดยระบุว่า บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท สร้างขึ้นมา เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ให้ผู้สูงวัยที่ยากจนได้มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลาน เป็นการสร้างกำลังซื้อ ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจ ผู้สูงวัยที่รับบำนาญต้องเข้าโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงกลับมาทำงานได้ ช่วยเหลือครอบครัวและสังคมได้ผมเคยเขียนสนับสนุนนโยบายนี้ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เพราะเห็นว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวแล้ว ผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้นทุกปี ลำพัง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท มันน้อยจนไม่พอยาไส้ ค่าอาหารหมาแมวตามบ้านยังมากกว่านี้ ที่สำคัญ ผู้สูงอายุทุกคนทำงานเสียภาษีให้ชาติมาคนละ 30–40 ปี เงินบำนาญเดือนละ 3,000 บาท ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ทีข้าราชการยังได้เงินบำนาญราว 70% ของเงินเดือนทุกเดือน แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลยคุณเกณิกา ตาปสนันท์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ก็ออกมา เรียกร้องให้ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯด้วย นโยบายที่เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง จนรัฐบาลจะครบเทอมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ทำคุณเกณิกา ได้ยกตัวอย่างการหาเสียงของ พรรคพลังประชารัฐ ที่ยังไม่ได้ทำ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400–425บาท ปริญญาตรีเงินเดือน 20,000 บาท อาชีวะเงินเดือน 18,000 บาท มารดาประชารัฐตั้งครรภ์รับเงิน 3,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 9 เดือน รวมไม่เกิน 27,000 บาท ค่าคลอดบุตร 10,000 บาท ค่าดูแลเด็กเดือนละ 2,000 จนเด็กมีอายุ 6 ขวบ รวมเป็นเงินคนละ 144,000 บาท) ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% อยากให้ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ตรวจสอบให้ด้วยว่า เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน และเป็นเฟกนิวส์หรือไม่ ผิด พ.ร.บ.คอมพ์หรือไม่ รัฐบาลนี้อยู่จวนจะครบเทอมอยู่แล้ว กลับไม่ได้ทำสักนโยบายเป็นการย้อนกลับที่เจ็บแสบมาก ช่วยเปิดหูเปิดตาประชาชนให้เห็นว่า สิ่งที่นายกฯพูดมาตลอด ตั้งแต่เป็น นายกฯ คสช. จนเป็น นายกฯ พปชร. เป็นจริงอย่างที่พูดสักกี่อย่างผมเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ควรต้องมีกฎหมายกำกับดูแลการหาเสียงของนักการเมืองและพรรคการเมือง ไม่ให้โกหกหลอกลวงประชาชนเพื่อเอาคะแนนเสียง เมื่อชนะ ได้เป็นรัฐบาลได้เป็นนายกฯแล้ว ไม่ทำตามที่หาเสียงเอาไว้ ควรจะมี “บทลงโทษหนัก” เอาไว้ด้วย ห้ามเล่นการเมืองไปตลอดชีวิต อนาคตประเทศไทยจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”