ของแพงร้อนฉ่า พท.เฉ่ง “รัฐบาลตู่” ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว บริหารเหลวสิ้นหวัง ข้าวของแพงทั้งแผ่นดินเด็ก พปชร.ร่วมวงยำ 2 รมต.ปชป. ไร้น้ำยาปล่อยปละ ละเลยแก้หมูแพงที่ปลายเหตุ อ้างสินค้าเกษตรได้ราคาเอื้อแต่รายใหญ่ รายย่อยไม่ได้ประโยชน์ “จุรินทร์” กลืนเลือดไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะ ลั่นพร้อมตอบทั้งใน-นอกสภาฯ กังวลปมใช้อำนาจรัฐแทรกแซงเลือกตั้งซ่อม “สรวงศ์” โวยสมรภูมิหลักสี่ กทม. ขรก. ข่มขู่ลูกบ้านพักทหารกาพรรคแกนนำ จี้ “ประยุทธ์” สั่งทหารวางตัวเป็นกลาง ปูดจ่าย 1,500 บาท เก็บบัตร ปชช.ในชุมชน “เบญจา” จวก กกต.ปล่อย 2 พรรคใหญ่หาเสียงในวัดขัดประกาศ มส. พปชร.แจงวุ่น “หน.ป้อม” ช่วยหาเสียงสงขลา เขต 6 นอกเวลาราชการปัญหาราคาสินค้าแพงหลายรายการขยับขึ้นตามหลังเกิดปัญหาราคาหมูแพง กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ที่พรรคฝ่ายค้านหยิบมาตอกย้ำความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาล พท.เฉ่ง รบ.ทำของแพงทั้งแผ่นดินเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ม.ค.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัญญาณอันตรายปากท้องของคนไทยเริ่มแล้วทุกมิติ สินค้าอุปโภคบริโภคปรับราคาสูงขึ้น ประชาชนแบกรับภาระค่าครองชีพสูงลิ่วสวนทางกับรายรับ สินค้าหลายรายการแพงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งผัก น้ำมัน ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ค่าทางด่วน หมู ล่าสุดไข่แพง เป็นวิกฤติของแพงทั้งแผ่นดิน คนไทยต้องทนภาวะของแพงค่าแรงถูก ค่าแรงขั้นต่ำที่พรรคพลังประชารัฐให้คำมั่นสัญญาตอนหาเสียงเมื่อปี 2562 จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 400-425 บาท ทุกวันนี้ค่าแรงยังไม่ขึ้นแต่มาขึ้นค่าครองชีพแทน ไร้วี่แววไม่ทำตามสัญญาแล้ว การแก้ไขปัญหาของผู้รับผิดชอบสุดแสนสิ้นหวัง โดยเฉพาะปัญหาหมูแพงเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลปกปิดความจริงมาตลอด 2-3 ปี บอกให้ประชาชนหันไปกินเนื้อไก่หรืออาหารทะเลแทน ไม่ใช่การแก้ปัญหาตรงจุดซ้ำยังทำให้เนื้อสัตว์อื่นๆปรับราคาขึ้นไปเรียบร้อยแล้วมีงบฯซื้ออาวุธแต่ไม่มีเงินซื้อเอทีเคนายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาฯ เปิดเผยว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบที่ 5 รุนแรงคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อรอบใหม่มากกว่า 10,000 คนในเดือน ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่เคยรับรู้ปัญหาแต่ออกนโยบายสร้างผลกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเรียนออนไลน์เครียดหนักมากไร้อุปกรณ์ไม่มีสัญญาณเน็ต หลายโรงเรียนได้งบฯไม่เพียงพอจัดซื้อเครื่องตรวจคัดกรองโควิด-19 หรือ ATK ให้นักเรียนและบุคลากรการศึกษา อนุมัติงบฯกลางจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ได้ แต่ไม่จัดซื้อเครื่องปกป้องชีวิตอนาคตของชาติ จนนักเรียนทั่วไปให้คำขวัญนายกฯว่า “อุปกรณ์ปกป้องอนาคตชาติไม่พร้อม แต่อุปกรณ์การรบไม่เคยขาด” หรืออาวุธฆ่าคนสำคัญกว่าอุปกรณ์ปกป้องชีวิตประชาชนขอ ปชช.สนับสนุนภารกิจไล่รัฐบาลน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กที่ยังไม่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ โรงเรียนประถมหลายพื้นที่มีเด็กติดเชื้อโควิดจำนวนมาก แต่ยังเปิดสอนปกติ รมว.ศึกษาธิการเวิร์กฟรอมโฮมอยู่หรือไม่จึงยังไม่สนใจเด็กอีกหลายล้านคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มแรก ประเทศไทยกำลังจะจัดสอบหลายระดับอยากให้ปรับแผนการจัดสอบให้ถี่ถ้วน เร่งประกาศให้เด็กและผู้ปกครองทราบล่วงหน้า หากจำเป็นต้องสอบควรจัดสถานที่แยกหรือศูนย์สอบเฉพาะได้หรือไม่ จากการบริหารผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยขออาสาทำงานไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ผู้นำที่อ่อนแอทำของแพงแต่เห็นชีวิตประชาชนราคาถูก ขอเชิญชวนผู้สนใจแสดงเจตจำนงให้เงินอุดหนุนพรรคการเมืองช่วยพัฒนาพรรคการเมือง สนับสนุนการทำงานของพรรคเพื่อไทย หมายเลข 034 สู่วันพรุ่งนี้เพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดินเด็ก พปชร.สับ รมต.ปชป.ไร้น้ำยานายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีกลุ่มการเมืองเก่าแก่กลุ่มหนึ่งและผู้ต้องหาคดีอาญาอ้างว่าพรรค พปชร.แกนนำรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจให้ดีขึ้นตามนโยบายที่หาเสียงไว้ไม่ได้ ต้องชี้แจงว่า พปชร.ประนีประนอม ให้โอกาสและความเชื่อมั่นการบริหารกระทรวงหัวใจหลักของเศรษฐกิจประเทศกับกลุ่มพรรคการเมืองนี้ แต่กลับล้มเหลวใช้กลไกเอื้อต่อนายทุนรายใหญ่ กรณีหมูแพง เกษตรกรรายย่อยขาดทุนจากโรคระบาดและค่าอาหารสัตว์จนเลิกเลี้ยง ถูกปล่อยปละละเลยแก้ไขแต่กลับแก้ไขปัญหาปลายเหตุทั้งโครงการเนื้อหมูราคาถูกไล่ตรวจฟาร์มสุกร ทั้งที่อาจทราบข้อมูลโรคระบาดมากว่า 2 ปีแล้ว แม้อ้างว่าปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดราคาสูงขึ้น แต่ความจริงเกษตรกรรายย่อยไม่ได้รับประโยชน์ ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าปุ๋ยแพงขึ้น รายใหญ่เท่านั้นได้ประโยชน์ ล่าสุดสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไก่ไทยแจ้งปรับขึ้นราคา และราคาอาหารสัตว์มีแนวโน้มปรับขึ้นอีก เห็นได้ว่าผู้บริหาร 2 กระทรวงหลักที่ดูแลสินค้าเกษตรไร้ประสิทธิภาพ “ศรีฯ” ยื่น ป.ป.ช.เชือดกราวรูดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนอธิบดีปศุสัตว์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.พาณิชย์ กรณีปล่อยให้หมูแพง-ไข่แพง มีนายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผอ.สืบสวนและกิจการพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ปกปิดข้อมูลแพร่ระบาดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) อ้างว่าประเทศไทยปลอดเชื้อ ASF 100% ทำให้หมูตายจำนวนมาก จนปัญหาหมูแพง ผิดพลาด ล้มเหลวลุกลามไปถึงสินค้าอื่นอีกมากมาย โดยเฉพาะไข่ไก่แห่ขึ้นราคา“จุรินทร์” ไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.ทั้งพรรคร่วมและฝ่ายค้านหยิบประเด็นหมูและไข่ไก่แพงมาโจมตีว่าบริหารบกพร่องขู่เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า เป็นปกติที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบ หากมีอะไรจะสอบถามในสภาฯยินดีตอบเพื่อคลี่คลายความสงสัยหรือข้อข้องใจ กระทรวงพาณิชย์มีอะไรถามยินดีตอบตลอดไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลระบุว่ามีพรรคการเมืองเก่าแก่และใช้คำว่าบริหารงาน ล้มเหลวไร้ศักยภาพในเรื่องปัญหาราคาหมู ในช่วงสอดคล้องกับการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สงขลาและชุมพร นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าพรรคไหน แต่จะเป็นพรรคไหนก็ยินดีตอบไม่มีปัญหาไม่อยากไปพูดว่ามันใกล้เลือกตั้งซ่อมแล้ว พูดไปเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องการเมืองโดยไม่จำเป็น เราเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยตามระบบรัฐสภา ถามนอกหรือในสภายินดีตอบ ไม่มีปัญหาอะไรเลยกังวลปมใช้อำนาจรัฐแทรก ลต.ซ่อมเมื่อถามย้ำว่ากังวลการใช้อำนาจรัฐช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อมภาคใต้หรือไม่ นายจุรินทร์ยอมรับว่ากังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐ ไม่ถูกต้อง นอกจากเอาเปรียบพรรคอื่นแล้วยังเป็นการกระทำผิดกฎหมายด้วย อำนาจรัฐเป็นของส่วนรวมของทุกคนไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เอาไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวมันไม่ถูกต้อง ขอฝากว่าไม่ว่าพรรคไหนอย่าทำและไม่ควรทำ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทำลายความชอบธรรม ทำลายความยุติธรรมในการเลือกตั้ง และทำลายระบอบประชาธิป ไตยในระยะยาวด้วย“จ้อน” ดันรายได้คนชุมพรขึ้นท็อปเทนที่ จ.ชุมพร นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือตาร์ท ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ อ.เมืองและ อ.สวี เจาะวิสาหกิจชุมชนถ้ำสิงห์และกลุ่มผลิตจำหน่ายกาแฟโรบัสต้า กลุ่มประมงหาดทรายรีชุมพร กลุ่มผู้ประกอบการผลไม้ใน อ.สวี และปราศรัยย่อยในเขตเทศบาลเมือง โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า ชุมพรมีศักยภาพสูงทั้งเกษตร การค้า การท่องเที่ยว อุตสาห กรรมแปรรูป ในอดีตมีรายได้ต่อหัว 230,000 บาทต่อปี สูงเป็นอันดับ 15 ของประเทศ มั่นใจว่าจะต่อยอดเพิ่มรายได้ต่อหัวสู่จังหวัดท็อปเทนของประเทศด้วยนโยบายมหานครผลไม้ของภาคใต้เป็นฮับกาแฟโรบัสต้าอันดับหนึ่งของประเทศ ประตูท่องเที่ยวเกตเวย์ทะเลใต้ สะพานเศรษฐกิจ ชุมพร-ระนองเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน “นิพนธ์” มั่นใจกุมหัวใจคนสงขลาที่วัดวังปริง อ.สะเดา จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ช่วยรณรงค์หาเสียงให้ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ ขึ้นปราศรัย นายนิพนธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า กว่า 76 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งอยู่จนเป็นสถาบันการเมือง ยึดถืออุดมการณ์ สะสมความรู้ ประสบการณ์ มารยาททางการเมือง เป็นหลักที่พึงหวังของประเทศชาติประชาชน ได้ลงพื้นที่หลายจุดชาวสงขลายังไว้วางใจผู้สมัครของพรรคกก.จวก กกต.ไม่ห้ามหาเสียงในวัดน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 62 ทุกพรรครับรู้แนวปฏิบัติว่า ไม่สามารถเข้าไปหาเสียง หรือจัดกิจกรรมในวัดได้ ยกเว้นไปไหว้พระขอพร เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงลงพระนามในประกาศมหาเถร สมาคม (มส.) ห้ามไว้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.61 แต่การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา บางพรรคไม่ยึดปฏิบัติ เช้าวันที่ 10 ม.ค.พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยในวัดวังปริง อ.สะเดา ทั้งยังเตรียมจัดเวทีที่วัดเทพชุมนุม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ วัดเดียวกับที่พรรคพลังประชารัฐจะใช้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. กกต.มีหน้าที่กำกับการเลือกตั้งต้องใช้แนวปฏิบัติด้วยความสม่ำเสมอไม่ใช่เลือกตั้งครั้งก่อนแบบหนึ่งครั้งนี้อีกแบบหนึ่ง เคร่งครัดกับฝ่ายค้าน แต่รัฐบาล พร้อมตีความยืดหยุ่นให้เสมอยัน “บิ๊กป้อม” หาเสียงหลังเวลาราชการผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวพรรค พปชร. เจ้าหน้าที่พรรคส่งข้อความชี้แจงกรณีที่มีผู้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ใช้เวลาราชการไปช่วยผู้สมัครหาเสียงว่า เป็นการช่วยหาเสียงใช้เวลาหลังราชการ กำหนดการตรวจราชการจังหวัดภาคใต้ติดตามการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามปกติ ได้วางแผนจัดตารางงานล่วงหน้านานแล้ว ส่วนไปร่วมหาเสียงให้นายอนุกูล ค่ำวันที่ 10 ม.ค.ยืนยันใช้เวลาช่วงหลังราชการแล้วเท่านั้น พรรคขอยืนยันทุกอย่างโปร่งใส อย่ากังวล หรือใส่ร้ายด้วยความเท็จ ขอให้สู้กันอย่างยุติธรรม “สุชาติ” โวมั่นใจได้ ส.ส.สงขลาเพิ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรค พปชร.ในฐานะ ผอ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ช่วยนายอนุกูล พฤษานุศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 สงขลา เบอร์ 3 หาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชน ทำให้มั่นใจว่าพรรคจะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นในสภาฯแน่นอน อย่างเวทีปราศรัยหาเสียงที่สนามเทศบาล ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่มี ส.ส.สงขลา พรรคพปชร.ไปร่วมปราศรัยบรรยากาศคึกคัก มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.ปริก ไปร่วมฟังการปราศรัยกว่า 3 พันคน และเวลา 18.00 น.วันที่ 10 ม.ค. ที่วัดเทพชุมนุม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่วัดเทพชุมนุม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมแกนนำและ ส.ส.พรรคกว่า 20 คนยกทีมปราศรัยใหญ่มวลชนร่วมคึกคักต่อมาเวลา 19.30 น. ที่วัดเทพชุมนุม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยหาเสียงให้นายอนุกูล พฤกษานุ ศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 สงขลา โดยมีแกนนำพรรค อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานและกรรมการบริหารพรรค ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 สงขลา รวมถึง ส.ส.สงขลา ทั้ง 4 คน และนายอนุมัติ อาหมัด อดีต ส.ว.ร่วมขึ้นเวทีช่วยหาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยกว่า 6 พันคน“สุรชาติ” สงสารชาวบ้าน–ตลาดหงอยเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ตลาดจัดสรรรถไฟ นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่- จตุจักร เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย พร้อมนายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมช.สาธารณสุข และคณะทำงานพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ หาเสียง สำรวจคุณภาพชีวิตชาวชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เลียบคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ โดยนายสุรชาติระบุว่าเห็นใจพี่น้องประชาชน ปกติบรรยากาศจะคึกคักเต็มไปด้วยประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า โดยเฉพาะผู้สูงวัยในชุมชน แต่ทุกวันนี้ตลาดเงียบเหงาจากปัญหาเศรษฐกิจและหวาดกลัวโควิดระบาดแฉ ขรก.ขู่ลูกบ้านเลือกพรรคใหญ่ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) พรรคเพื่อไทย นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง กล่าวว่า ได้รับรายงานผู้พักอาศัยในบ้านพักทหาร เขตหลักสี่และจตุจักร ว่า มีข้าราชการบางท่านพยายามชี้นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครจากพรรคหนึ่ง หากคะแนน ไม่เข้าเป้าจะมีมาตรการพิเศษกับบุคคลที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะข้าราชการต้องเป็นกลางทางการเมือง คงไม่มีผู้บังคับ บัญชาคนไหนกล้ากระทำความผิดด้วยการใช้อำนาจไปสนับสนุนพรรคใดเป็นพิเศษ เชื่อว่าข้อมูลดังกล่าว อาจเป็นไปได้ที่ข้าราชการระดับสูงบางคนนิยมชมชอบ พรรคใดเป็นพิเศษ จึงชี้นำกำลังพล หรืออาจเอื้อประโยชน์ให้หัวคะแนนของพรรคนั้นเข้าไปหาเสียงได้อย่างเสรี คงห้ามปรามได้ยาก แต่อยากขอร้องให้ ผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลบ้านพักข้าราชการทุกแห่ง อย่าปิดกั้นพรรคอื่นๆ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกพรรคจี้นายกฯสั่งทหารเป็นกลางอย่าชี้นำ“ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้วางตัวเป็นกลางและปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กำหนด หากมีใครที่มีพฤติกรรมดังกล่าวจริง อยากเชิญชวนให้กำลังพล ครอบครัว และทหารกองประจำการ ที่รักในประชาธิปไตย ช่วยบันทึกคลิปไว้ด้วยเพื่อเผยแพร่ ให้สังคมได้ทราบ จะได้นำส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการต่อไป” นายสรวงศ์กล่าวปูดในชุมชนมีจ่ายเงินเก็บบัตร ปชช.เมื่อถามว่า มีเรื่องผิดปกติที่อาจเข้าข่ายทุจริตเลือกตั้งในกรณีอื่นๆอีกหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ได้รับรายงานจากบางพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนแออัด และในกลุ่มเปราะบางว่า มีพฤติกรรมของการเก็บ บัตรประชาชน โดยจ่ายให้หัวละ 1,500 บาท เรื่องนี้ อยากให้ กกต.ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิดด้วย อย่างน้อยเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้กระทำผิดซื้อสิทธิ ขายเสียงกันได้อย่างเสรี หวังว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน จะช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องการทุจริตต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งซ่อมบริสุทธิ์ยุติธรรมไร้คำครหา อย่าได้เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเด็ดขาด “สมชัย” จับมือ “เสรีพิศุทธ์” ริบดาบ ส.ว.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเสรีรวมไทย นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร คณะผู้รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 การตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ เข้าพบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขอเสียงสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว โดยนายสมชัยกล่าวว่า มาเริ่มต้นขอเสียงสนับสนุนจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยกเลิกมาตรา 272 จะรณรงค์ให้ประชาชนเข้าชื่อผ่านแอปพลิเคชันที่จะเริ่มให้ลงชื่อ ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.-16 เม.ย. ตั้งเป้าให้ได้อย่างน้อย 70,000 รายชื่อ ยื่นต่อรัฐสภา ขอให้พรรคเสรีรวมไทย ให้ข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด และขอเสียงสนับสนุนจาก 10 ส.ส.เสรีรวมไทย สนับสนุนทั้ง 3 วาระ ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญปี 2560 มีบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก ให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ แต่เมื่อใช้มา 4 ปีแล้ว หลักการดังกล่าวไม่ถูกต้องเหมาะสม ให้ ส.ว.แต่งตั้งเลือกนายกฯ เพื่อเป็นฐานอำนาจให้คนบางส่วนสมควร แก้ไข การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ครั้งที่ผ่านมา ไปแก้ไข ปนกับประเด็นอื่นๆ ทำให้ ส.ว.กังวลจะไปแก้เรื่องอื่น จึงไม่สนับสนุน แต่ครั้งนี้ขอแก้ไขเฉพาะมาตรา 272 โดยตรง เชื่อว่ามีโอกาสที่ ส.ว.จะเห็นชอบมากขึ้น คาดว่าจะยื่นเข้าสภาฯได้กลางเดือน พ.ค. จากนี้จะไป ขอเสียงสนับสนุนจากทุกพรรค รวมถึง ส.ว.ด้วยเสรีรวมไทยหนุนสุดลิ่มยกเลิก ม.272พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า 7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนได้ สินค้าทุกอย่างแพงหมด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รับรู้ปัญหาใดๆ จึงจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 272 ตามที่นายสมชัยเสนอมา พรรคพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เกิน 100% ขณะนี้ ส.ส.-ส.ว. เข้าใจมากขึ้นถึงมาตรา 272 ไม่เหมือนช่วงเริ่มต้นการใช้รัฐธรรมนูญ สถานการณ์ ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไป ส.ส. และ ส.ว.เสื่อมศรัทธา พล.อ.ประยุทธ์มากขึ้น หากใครยังคิดป้องกัน คงเป็น หมาหัวเน่า ไม่มีใครเอาด้วย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แตกหนัก การจะไปควบคุมเสียง ส.ว.อาจมีปัญหา ต้องกลับเนื้อกลับตัวมาสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยปชป.เลือดไหลอีก “นาถยา” ไขก๊อกผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.64 นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ (แดงบุหงา) อดีต ส.ส.กทม.เขตสะพานสูง-ประเวศ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ทีมงานไปยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า นางนาถยาไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานพรรคเรียบร้อยแล้ว การเลือกตั้ง ครั้งหน้าพรรคไทยสร้างไทยวางตัวให้ไปลงสมัคร ส.ส. เขตสะพานสูง-ประเวศเขตเดิมย้ายค่าย “เจ๊หน่อย” จีบมานานนางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ อดีต ส.ส.กทม.เขตสะพานสูง-ประเวศ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้คนไป ยื่นลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้วจริงก่อนปีใหม่ ได้ย้ายไปอยู่พรรคไทยสร้างไทย เพราะที่ผ่านมาลงทำพื้นที่ได้พบปะกับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิมของคุณหญิงสุดารัตน์ ท่านเคยชักชวนหลายครั้งเมื่อไหร่จะมาทำงานด้วยกัน จนเมื่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยและชักชวนหลายคน เมื่อหลาย อย่างลงตัว จึงย้ายสังกัดมาร่วมงานตามคำเชิญปัจจุบัน เปิดตัวกับชาวบ้านถึงการทำงานการเมืองในฐานะสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยเต็มตัวแล้ว ได้แจ้งความจำนงต่อพรรคไปว่า จะลงสมัคร ส.ส.ครั้งหน้าในเขต สะพานสูง-ประเวศ