“หมูแพง” ส่อจะแรงกว่า “โอมิครอน” ตามสภาพโควิดสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด “ลาม” เร็วระบาดหนัก แต่ไม่ดุร้าย อานุภาพการทำลายล้างเบาบางกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า คนติดเชื้ออาการไม่สาหัสสวนทางกับคนในรัฐบาลอารมณ์แบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ที่เพิ่งย้ำ 2-3 รอบ โควิดกระจอก แต่รอบนี้รีบเสนอ ศบค.ให้เลื่อนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวแบบ TEST&GO ออกไปก่อน และให้งัดมาตรการเข้มกับร้านอาหารกึ่งผับที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ล้อกับการแถลงข่าวด่วนของ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการเตือนจากเดิมระดับ 3 เป็นระดับ 4 ส่งซิกสัญญาณการระบาดโควิดระลอก 5ต่อเนื่องกันกับราชกิจจานุเบกษาประกาศข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 41 เพื่อบังคับใช้ควบคุมสถานการณ์ระบาดโควิด–19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2565 เป็นต้นไปกลับมาเปิดโรงพยาบาลสนาม สำรองเตียงรับผู้ป่วยอีกรอบรัฐบาลโดย ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข “จัดเต็ม” ในการรองรับการระบาดโควิด–19 ที่เด้งกลับมาใหม่ แต่นั่นก็เป็นอะไรที่ยังย้อนแย้งกับข้อมูล “โอมิครอน” ในต่างประเทศที่ระบาดหนัก ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ที่ไม่ตื่นตูมกับโควิดสายพันธุ์ล่าสุดณ จุดหักมุมที่มีความหวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส “โอมิครอน” จะทำลายล้างโควิดสายพันธุ์ก่อนหน้า ทำให้การระบาดแพร่กระจายรวดเร็วแต่ไม่รุนแรง กลายเป็นโรคประจำถิ่นผสมกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดาไปแต่ในมุมของฝ่ายบริหาร ถือว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะโดยสภาพรัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ติดโควิด “งอมพระราม” เชื้อลามลงปอดยันไส้ติ่งแล้วแนวโน้มถ้า “โอมิครอน” ระบาดซ้ำต้องล็อกดาวน์อีกรอบก็ไม่ต่างกับคนไข้ตรีทูต ไร้ความหวัง ต้องถอยออกซิเจน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่แทบไร้สัญญาณชีพแล้ว แนวโน้มเจ๊งกันหมดทั้งประเทศในอารมณ์แบบที่ผู้ประกอบการไม่กลัวโควิดแล้ว แนวโน้มประชาชนคนหาเช้ากินค่ำกลัวอดตายมากกว่ากลัวเชื้อโรคที่เปลี่ยนสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ไม่ทันไร “เดลตาครอน” โผล่ ไม่มีวี่แววจะหายไปง่ายๆแต่ติดเชื้อแล้วไม่ตาย “โอมิครอน” ไม่ดุ ผู้คนก็ใจชื้นแล้วว่ากันตามแนวโน้ม “หมู” ส่อเค้าจะดุกว่า ตามสถานการณ์สำหรับประชาชนคนไทย ณ วันนี้กำลังผวากับภาวะข้าวยากหมากแพงที่มาแรงแซงหน้าวิกฤติโรคระบาดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ต้องบันทึก เนื้อสุกรหน้าเขียงกิโลฯละ 250 บาทแม่บ้าน พ่อบ้าน ที่จ่ายตลาดสัมผัสความเดือดร้อนได้ด้วยตัวเอง นั่นทำให้กระแส “หมูแพง” ลุกลามอย่างรวดเร็ว เสียงสวดชยันโตรัฐบาลดังไปทุกตรอกซอกซอย อาถรรพณ์ปีเสือ “บิ๊กตู่” เจอ “หมูกัด” ตั้งแต่ต้นศักราช และตามฟอร์มธรรมชาติ “ทีมเศรษฐกิจของผู้นำทหารอาชีพ” เงอะๆงะๆทำอะไรกันไม่ถูก ที่แน่ๆคิวนี้ทุกสายตาในรัฐบาลหันขวับไปที่ “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เบอร์แรกและเบอร์ 2 คือ “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ต้องรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่แบบที่หนีไม่ออก บอกปัดไม่ได้อันดับแรกต้องแก้ไขปัญหาแบบเอาหน้ารอดไปก่อน ด้วยการสั่งห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2565ไม่กล้าแนะให้ชาวบ้านไปกินไก่ กินปลาแทน เพราะนั่นจะยิ่งตอกย้ำกึ๋นในเชิงบริหาร ที่สำคัญไม่ดีต่อสถานการณ์ที่กำลัง “เดิมพัน” เลือกตั้งซ่อม อาการแบบที่ยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” ยอมแพ้บายในสนาม กทม.ส่อแหยง ฝันร้าย “สูญพันธุ์” ยังหลอกหลอนขณะที่สงครามรักษาฐานปักษ์ใต้ ปชป.ก็ไม่ได้ชัวร์ ทั้งสงขลา เขต 6 ที่มีรอยโหว่เบ้อเริ่มระหว่างนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ขาใหญ่ทีม “อู๊ดด้า” กับนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.ยี่ห้อ กปปส.เช่นเดียวกับที่ชุมพร เขต 1 “ลูกหมี” นายชุมพล จุลใส อดีตเจ้าของแชมป์ที่ว่าแต้มต่อส่งตัวแทนลงสมัครรักษาฐาน ก็มีเซียนกันแย่งรอง ตามสถานะ “ลูกครึ่ง” ประชาธิปัตย์กับลูกน้อง “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่ กปปส.สภาพเสียงแตก ประชาธิปัตย์สู้แบบไม่เต็มร้อยขณะที่อีกด้าน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงทุนบินลงพื้นที่ กำกับเกมเลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ด้วยตัวเอง หลังโดนประชาธิปัตย์แฉมีการใช้ท็อปบูตเป็นตัวช่วยตามอาการทีม 3 ป. เอาจริง ไม่ไว้หน้ายี่ห้อ ปชป.อารมณ์ทางเมืองด้วยคำว่า “ศักดิ์ศรี” ประชาธิปัตย์กลืนเลือดจนจุกแล้วจุกอีก เลือกตั้งซ่อมโดน พปชร.บุกตบหน้าถึงถิ่น นำร่องศึกเลือกตั้งใหญ่ปักษ์ใต้ส่อโดนเจาะพรุนแน่ ขณะที่สนาม กทม.ก็ลุ้นไม่ขึ้นหมูแพง ค่าครองชีพพุ่ง สภาพ “อู๊ดด้า” จะเอาอะไรไปหาเสียง.ทีมข่าวการเมือง