ข่าวที่ผมจะหยิบยกมาเขียนถึงต่อไปนี้ มีคนส่งมาที่โต๊ะทำงานผมที่ไทยรัฐตั้งแต่วันที่ 30 หรือ 31 ธันวาคม 2564 โน่นแล้วละ––แต่เนื่องจากผมยังต้อง “Work From Home” ตามนโยบายของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ให้ความร่วมมือกับ ศบค.อย่างใกล้ชิด... นานๆจึงจะเข้าโรงพิมพ์สักหนหนึ่งกว่าจะได้อ่านข่าวนี้จึงผ่านช่วงปีใหม่ไปแล้วหลายวัน และเมื่อเขียนวันนี้ก็จะลงตีพิมพ์ในวันศุกร์ที่ 7 มกราคม...ผ่านปีใหม่มาครบ 7 วันพอดีอาจจะไม่ทันกาลหรือไม่ทันโอกาสที่จะช่วยกันดูแลคนไทยจำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ใน “ภาวะซึมเศร้าในช่วงปีใหม่” หรือที่กรมสุขภาพจิตท่านใช้คำว่า “ภาวะ New Year’s Blue” แล้วก็ได้แต่มาคิดอีกทีเนื่องจากปีใหม่ปีนี้มีแต่ข่าวเศร้าๆที่ชวนให้หนักอกหนักใจ ทั้งโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ทั้งภาวะของแพง เงินเฟ้อ ฯลฯ อันจะเป็นผลให้คนไทยเราตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าที่ยาวนานกว่าปกติ...คือแม้จะผ่านปีใหม่ไปแล้วก็อาจจะยังซึมเศร้ากันอยู่ก็ได้การหยิบยกสาระของข่าวนี้มาเขียนถึงในช่วงนี้ น่าจะยังมีประโยชน์พอสมควร...ผมจึงตัดสินใจหยิบมาสรุปไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งกล่าวโดยสรุป ก็คือ ท่านอธิบดีกรมสุขภาพจิต แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ท่านแถลงไว้ว่า จากการสำรวจในกิจกรรม “วัดใจ” ในระบบ Mental Health Check ของกรมสุขภาพจิตพบว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ประชาชนมีความเครียดสูงร้อยละ 5.24 และมีความเสี่ยงต่ออาการซึมเศร้าร้อยละ 6.72มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ซึ่งประชาชนมีความเครียดสูงถึงร้อยละ 8.41 และมีความเสี่ยงซึมเศร้าถึงร้อยละ 10.60แต่สถิติของเดือนธันวาคมที่ว่านี้ ยังไม่รวมช่วงวันหยุดยาว ระหว่างส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่กรมสุขภาพจิตให้ความสำคัญและเฝ้าระวังด้านสุขภาพจิตของประชาชนเป็นอย่างมากเพราะแม้จะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่สนุกสนาน ออกเที่ยวโน่นนี่กันอย่างเบิกบานสำราญใจ แต่ก็จะมีผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ทำให้มีเวลาว่างและพอว่างก็จะเริ่มนึกทบทวนโน่นนี่นั่นถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาของตนเองประกอบกับที่ผ่านมา 2 ปีเต็มๆ ประเทศไทยของเราเจอปัญหาโควิด-19 เข้าเต็มๆ มีปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เข้ามากระทบ หลายๆคนอาจตกงาน อาจสูญเสียญาติมิตร ทำให้ความเครียดสะสมที่มีอยู่แล้วในตัวของบุคคลเหล่านี้กลับมาปะทุอีกครั้งในช่วงที่อยู่คนเดียวเงียบๆดังกล่าวเกิดภาวะที่เรียกว่า New Year’s Blue หรืออาการซึมเศร้าในช่วงปีใหม่ขึ้น และที่ผ่านๆมาก็มักจะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่เสมอๆกรมสุขภาพจิตโดยท่านอธิบดี จึงได้ออกมาแถลงข่าวนี้ ขอร้องให้ช่วยกันดูแลคนที่อยู่รอบๆตัวเรา เห็นใครทำท่าจะมีอาการซึมเศร้า เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ ฯลฯ ก็ขอให้รีบหาทางปลอบโยน และให้กำลังใจบุคคลเหล่านั้นโดยไม่ชักช้าที่สำคัญ ท่านบอกให้เราดูแลหรือเฝ้าระวังตัวเราเองด้วยนะครับ ว่าตอนที่เราอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเหมือนคนอื่นๆนั้น เรารู้สึกเครียด รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ฯลฯ อะไรขึ้นมาบ้างหรือเปล่า?ถ้าพบว่าเราอาจจะมี “อาการ” ขึ้นมาละก็ ขอให้หยุดคิดหยุดอยู่คนเดียว รีบไปหาเพื่อนฝูง ญาติมิตรคนอื่นๆทันที หากไปไม่ได้ หรือไม่สะดวกก็ให้ใช้วิธีโทรศัพท์ไป ยุคนี้ใช้วิดีโอคอล สามารถมองเห็นหน้าเห็นตากันได้ชัดเจนเหมือนนั่งคุยอยู่ใกล้ๆการได้พูดได้คุยกับเพื่อนฝูงญาติมิตรก็เท่ากับเราได้ปลดปล่อยสามารถจะลดความเครียดหรือความซึมเศร้าลงได้เป็นอย่างมากต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมสุขภาพจิตไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง ที่กรุณาแถลงข่าวนี้ เตือนพวกเราชาวไทยให้ช่วยกันดูแลตัวเอง และดูแลคนรอบข้างในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังที่ผมสรุปไว้ข้างต้นผมเชื่อว่าภาวะซึมเศร้านั้น คงไม่ใช่จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงปีใหม่เท่านั้น แต่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและในทุกเทศกาลว่างั้นเถอะจึงขอฝากให้ท่านผู้อ่านช่วยดูแลซึ่งกันและกัน...หมั่นสำรวจอารมณ์ของคนใกล้ตัว และตัวเราเองไปตลอดปี 2565 นี้ด้วยอย่า “เครียด” มากนะครับ...หันมา “ขำ” กันเยอะๆหน่อย จะได้หายจาก “Blue” มาเป็น “Bright” สดใสซาบซ่าตลอดทั้งปี 2565 และปีต่อๆไป...ตราบกาลนิรันดร์โน่นเลย.“ซูม”