งานบุญกลายเป็นงานบาป เจ้าภาพจัดงานฉลองนาค จ้างวงดนตรีมาแสดงพร้อมตั้งโต๊ะจีนเลี้ยงเหล้าเพื่อนบ้าน หนุ่ม รปภ.ดื่มกินจนเมาได้ที่ หมั่นไส้โต๊ะข้างๆตะโกนให้ของลับ ก่อนชักปืน 9 มม. รัวยิงขึ้นฟ้าดังสนั่นจนหมดแมกกาซีน แล้วบรรจุกระสุนใหม่กราดยิงมั่วกว่า 30 นัด แขกเหรื่อก้มหลบคมกระสุนหนีตายอลหม่าน มีเหยื่อถูกยิงหัวกระจุยตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 3 คน ตำรวจตามตะครุบผู้ก่อเหตุทันควัน คาดปมมรณะเพราะหลานมือปืนตัวต้นเหตุรปภ.เมาคลั่ง ชักปืน 9 มม. รัวยิงขึ้นฟ้าหมดแมกกาซีน ก่อนบรรจุกระสุนใหม่แล้วกราดยิงแขกในงานกินเลี้ยงฉลองนาค กระสุนพุ่งเจาะหัวตาย 1 ศพ เจ็บ 3 คน เปิดเผยช่วงเที่ยงคืนเศษวันที่ 2 ม.ค. พ.ต.อ.ธีรเชษฐ์ ธนวินรวีร์ ผกก.สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ร.ต.อ.บุญชาญ เทียนกัญเทศ รอง สว. (สอบสวน) ชุดสืบสวน สภ.กำแพงแสน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 (ศพฐ.) นายอดิศร ล้อถิรธร ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.กำแพงแสน แพทย์เวร รพ.กำแพงแสน และอาสามูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ร่วมกันตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ หลังมีการยิงกันในงานฉลองนาค มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 6 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หน้าบ้านกางเต็นท์ จัดเลี้ยงโต๊ะจีนและตั้งเวทีดนตรี จัดงานเลี้ยงฉลองนาคที่จะเข้าพิธีอุปสมบทในช่วงเช้าที่วัดปลักไม้ลาย พบโต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม ขวดเหล้า ล้มกระจายเกลื่อน และเก็บรวบรวมปลอกกระสุนปืน 9 มม.ได้ราว 30 ปลอก ในที่เกิดเหตุพบศพนายพิพัฒน์ หรือนอม แก้วพิน อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 7 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงลายทหาร รองเท้าแตะ ในมือขวากำปืน 9 มม. สภาพศพถูกยิงเข้าศีรษะใบหน้าเละ กระสุนยังเจาะต้นแขน และลำตัวพรุน นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงเจ็บอีก 3 คนชื่อนายศิริศักดิ์ แจ้งธรรมมา อายุ 24 ปี คนงานวงดนตรีเพชรชมพู คอมโบ้ ที่เจ้าภาพจ้างมาแสดง ถูกยิงเข้าไหล่ขวา นายจรูญ คล้ายเมือง อายุ 37 ปี อาชีพค้าขาย และนายสมร ศรีสุข อายุ 52 ปี ชาวบ้านละแวกเกิดเหตุ ถูกยิงเข้าลำตัว กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.กำแพงแสน และถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์นครปฐมจากการสอบถามนางมานิตย์ เอกจีน อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตายให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บ้าน ส่วนสามีมาร่วมงานบวชลูกชายเพื่อนบ้าน ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ยังนั่งดื่มกินกันอยู่ 3 โต๊ะ มือปืนนั่งดื่มอยู่คนละโต๊ะกับสามี ก่อนยิงได้หันมาให้ของลับสามีแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าจนกระสุนหมดแมกกาซีน ก่อนบรรจุกระสุนใหม่และหันปากกระบอกปืนยิงใส่สามีเสียชีวิต และกราดยิงมั่วอีกกว่า 30 นัด ใส่แขกเหรื่อที่มาร่วมงานจนต้องก้มหลบกระสุนกันอลหม่าน ส่วนสาเหตุไม่ทราบเพราะมือปืนกับสามีไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนพ.ต.อ.ธีรเชษฐ์ ธนวินรวีร์ ผกก.สภ.กำแพงแสน กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายธนัท จ้อยร่อย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 6 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ทำงานบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง สาเหตุเบื้องต้นอาจเกิดจากการมีปากเสียงกัน ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจนต้องรอสอบปากคำผู้ถูกยิงที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คนก่อนช่วงสายวันเดียวกัน ร.ต.อ.บุญชาญ เทียนกัญเทศ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครปฐม อนุมัติหมายจับนายธนัท จ้อยร่อย ผู้ก่อเหตุในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน” ต่อมาในช่วงบ่ายชุดสืบสวน สภ. กำแพงแสน เข้าจับกุมตัวนายธนัทได้แล้ว นำตัวมามอบให้ พ.ต.อ.ธีรเชษฐ์ ธนวินรวีร์ ผกก.สภ.กำแพงแสน สอบปากคำร่วมกับพนักงานสอบสวน จากนั้นจะเปิดแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันที่ 3 ม.ค.แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สาเหตุการยิงกันครั้งนี้ มีคลิปของพยานผู้อยู่ในงานได้ถ่ายไว้ ก่อนเกิดเหตุพบว่า นายปั๊ก (ยังไม่ทราบชื่อจริง) เป็นหลานมือปืน ได้หยิบขวดเหล้าของผู้ตายไปดื่ม ทำให้ผู้ตายต่อว่าเพราะเป็นเหล้าที่ผู้ตายซื้อมาเอง ไม่ได้เป็นเหล้าของเจ้าภาพ ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยเคลียร์กันจบเรียบร้อยแล้ว แต่ระหว่างที่ผู้ตายนั่งดื่มอยู่คนละโต๊ะกับนายธนัท ผู้ก่อเหตุ มือปืนได้หันมาให้ของลับแล้วชักปืนยิงขึ้นฟ้าจนหมดแมกกาซีน ก่อนบรรจุกระสุนใหม่แล้วยิงใส่ผู้ตาย พร้อมกราดยิงมั่วกว่า 30 นัดด้าน น.ส.กัตติกา แก้วพิน อายุ 28 ปี ลูกสาว ผู้เสียชีวิต นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลหัวเสา ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรทรีบรอดแบนด์ นครนนท์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ปีใหม่นี้กลับมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านเพราะเจ็บหัวเข่าจากการแข่งขัน คืนวันเกิดเหตุนอนหลับอยู่ในบ้าน ทราบอีกทีตอนพ่อถูกยิงตายแล้ว ไม่ทราบมาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ยอมรับว่ายังทำใจรับไม่ได้ เพราะคนยิงไม่ได้ทะเลาะกับพ่อโดยตรง และไม่เคยบาดหมางกัน ไม่ได้ เจอกันนานแล้ว แต่กลับยิงอย่างโหดเหี้ยม ปีใหม่ปีนี้เป็นการเริ่มต้นปีที่หนักหน่วง เป็นปีที่ใจร้ายมาก ตนเจอเรื่องแย่จะไม่ได้ลงแข่งขันวอลเลย์บอลไทยลีก เนื่องจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าแล้ว ยังต้องมาเจอกับเรื่องหนักของครอบครัวที่พ่อถูกยิงตาย ยอมรับว่ายังไม่เข้มแข็งที่จะอยู่เพียงลำพังสองคนแม่ลูก และอยากฝากถึงพ่อที่ถูกยิงตายว่า ทำไมพ่อทิ้งให้ตนกับแม่อยู่กันสองคน เพราะพ่อจากไปไม่มีวันกลับ