ผมได้รับจดหมายข่าวว่าด้วย “ภาวะสังคมไทยรายไตรมาส” ฉบับไตรมาส 3 ของสภาพัฒน์มาตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว เป็นกระดาษแค่ 2 แผ่น...แผ่นแรกเป็นจดหมายนำส่งเอกสารจากสำนักงานและแผ่นสองสำเนาภาพถ่ายหน้า 1 ของเอกสารชุดนี้รายละเอียดต่างๆต้องไปสแกน QR Code ที่เขาแนบมาด้วย เพื่อหาอ่านกันเอาเองตามยุคสมัยแห่งการประหยัดกระดาษในปัจจุบันนี้ทำให้ผมไม่ได้อ่านรายงานสภาพัฒน์เสียหลายไตรมาส เพราะค่อนข้างจะ “โลว์เทค” ยังสแกนโน่นสแกนนี่กับเขาไม่เป็นทั้งๆที่ผมชอบอ่านรายงานทางด้านสังคมของสภาพัฒน์มากที่สุด เมื่อครั้งยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ขนาด A4 นั้น ผมจะอ่านอย่างละเอียดทุกหน้าและบ่อยครั้ง ถ้าท่านผู้อ่านจำได้ ผมมักจะหยิบยกบทความ ข้อมูล หรือรายงานสำคัญๆ มาเผยแพร่ต่ออยู่เสมอแต่ระยะหลังๆผมแทบไม่ได้อ่านเลยครับ เพราะสแกนไม่เป็นอย่างที่ว่า ได้เอกสาร 2 แผ่นมาก็ทิ้งกองไว้บนโต๊ะทำงานที่โรงพิมพ์นั่นเองจนฉบับล่าสุดนี่แหละ จากพาดหัวหน้าแรกในหลายๆประเด็น มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจส่งจดหมายที่มี QR Code ไปให้ลูกๆผมช่วยสแกนอย่างเร่งด่วน เพราะอยากอ่านรายละเอียดเป็นที่สุดได้แก่ประเด็นพาดหัวของเขาที่ว่า“ประเทศไทยถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่ 5 จาก 165 ประเทศ ที่ทรงอิทธิพลด้านวัฒนธรรม ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและเป็นโอกาสที่ดีในการนำไปต่อยอดด้วยการใช้ Soft Power ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยอาศัยบทเรียนจากเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างในการดำเนินการ”หลังจากลูกๆช่วยเข้า QR Code ให้เรียบร้อย ผมจึงมีโอกาสได้อ่านรายงานที่ผมชื่นชอบนี้ทั้งฉบับ โดยเฉพาะบทวิเคราะห์เรื่อง “มรดกวัฒนธรรม” ที่ผมคงจะมีโอกาสนำมาเขียนถึงในโอกาสต่อๆไปสำหรับวันนี้ ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านแสดงความยินดีกับประเทศไทยของผมย้อนหลัง และขอโทษประเทศไทยด้วยที่ผมตกข่าวสำคัญนี้ จนไม่ได้เขียนถึงตั้งแต่วันที่เขามีการประกาศผลการจัดอันดับ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา (ตกข่าวไป 1 ปีเต็มๆเลย)นั่นก็คือประกาศของนิตยสาร “CEO WORLD MAGAZINE” เมื่อ 31 มกราคม ปี 2564 ซึ่งระบุว่า จากการสำรวจประเทศต่างๆ 165 ประเทศนั้น...พบว่า... “ประเทศที่ทรงอิทธิพลด้านวัฒนธรรมสูงสุด”...10 อันดับแรก ได้แก่1.อิตาลี (95.99), 2.กรีซ (95.61), 3.สเปน (95.23), 4.อินเดีย (95.23), 5.ไทย (93.67), 6.โปรตุเกส (93.67), 7.ญี่ปุ่น (92.87), 8.สหราชอาณาจักร (92.72), 9.จีน (92.79), และ 10.เยอรมนี (92.73)ในวงเล็บคือคะแนนครับ...ผมจ้องอ่านรายงานไปต้องขยี้ตาไป เพื่อให้แน่ใจว่าผมยังตื่นอยู่ และตัวเลขข้อมูลที่ผมเห็นไม่ใช่ความฝันเรามีอิทธิพลทางวัฒนธรรมสูงติดอันดับ 5 ของโลกเชียวนะนั่น!พอตามไปเข้าดูที่เว็บไซต์ของนิตยสารฉบับนี้ ซึ่งมีข้อมูลไว้หมดทั้ง 165 ประเทศ...พบว่า เกาหลีใต้ ที่ได้ชื่อว่าใช้ Soft Power ได้เก่งที่สุดนั้น อยู่ถึงอันดับที่ 23 โน่นเลย...ได้คะแนนมา 89.51 เท่านั้นแต่เขาทำได้อย่างไร? สามารถส่งสินค้าวัฒนธรรมไปตีตลาดโลก นำเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลอย่างไร?...อ่านดูคร่าวๆแล้วในรายงานของ สภาพัฒน์ ที่ได้เขียนถึงไว้ด้วยพรุ่งนี้ผมค่อยคัดลอกมาแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบนะครับ วันนี้ขอแสดงความยินดีย้อนหลังแก่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของผมเสียก่อนอย่างที่ว่าขณะเดียวกันก็ขอพูดถึงการจัดอันดับของสถาบันอื่นๆไปด้วย เพื่อเปรียบเทียบกัน...เช่นของ U.S.NEWS&WORLD REPORT ให้อิตาลี ที่ 1, ฝรั่งเศสที่ 2, สหรัฐฯที่ 3, สหราชอาณาจักรที่ 4 และญี่ปุ่นที่ 5ของ ไทย เราก็ติดอันดับเหมือนกันแต่เป็นอันดับ 22 ในขณะที่ เกาหลีใต้ ติดอันดับ 7 จีน ติดอันดับ 11 และ สิงคโปร์ ติดอันดับ 15นอกนั้น ก็มีอีก 3-4 เว็บไซต์ที่มีการจัดอันดับด้วย แต่ไม่มีประเทศไทยเราติดอันดับอีก เพราะส่วนใหญ่จะจัดแค่ 10 อันดับเท่านั้นก็เอาเถอะ แม้เราจะติดอันดับ 5 แค่สถาบันเดียวคือ CEO WORLD MAGAZINE...แต่เนื่องจากแมกกาซีนนี้ค่อนข้างจะมาแรงในระยะหลังๆ มิใช่สถาบันไก่กาอะไรที่ไหน จึงเป็นเรื่องที่ควรแก่การที่จะแสดงความยินดีอย่างยิ่ง แม้จะย้อนหลังไปพอสมควรก็ตามยินดีเสร็จขออนุญาตร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ด้วยความภาคภูมิใจ 3 จบนะครับ ท่านผู้อ่านท่านใดจะร้องด้วยก็เชิญครับ.“ซูม”