3 ธันวาคม 2564 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมเปิดการเดินรถไฟลาว-จีนอย่างเป็นทางการ โดยผ่านระบบวิดีโอ นายสีพูดว่า ระยะทางจากคุนหมิงมาเวียงจันทน์ไม่ไกลอีกต่อไปแล้ว เส้นทางสายนี้จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศตามโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง และจะเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกนายทองลุนขอบคุณรัฐบาลจีนที่สนับสนุน บัดนี้สิ้นสุดประวัติศาสตร์ที่ไม่มีทางรถไฟ ถือเป็นเส้นทางเชื่อมต่อยุทธศาสตร์ของประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ถือเป็นของขวัญล้ำค่าในโอกาสครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้ง สปป.ลาว และครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่าง สปป.ลาว-จีนผู้อ่านท่านเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “องุ่นเปรี้ยว มะนาวหวาน” ไหมครับ โดยธรรมชาติองุ่นหวานและมะนาวเปรี้ยว แต่คนที่เสียความเชื่อถือจากการพัฒนาของเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ก็จะออกมาบอกว่าทางรถไฟสายนี้ไม่ดี ลาวเสียประโยชน์ ที่ดิน 2 ข้างทางรถไฟจะต้องกลายเป็นของจีน นี่เป็นกับดักหนี้ที่เหมือนกับที่เกิดขึ้นในศรีลังกา เคนยา ยูกันดา เอธิโอเปีย ฯลฯพวกที่ไม่ได้กินองุ่น ตะโกนก้องร้องประกาศว่าฉันไม่กินดอก องุ่นเปรี้ยว ไอ้คนกินนั้นโง่ นี่เป็นเพียงประโยคแก้เขินเท่านั้นเองครับ ก่อนที่จะมีการเปิดเดินรถไฟลาว-จีนก็มีการปฏิบัติการจิตวิทยาในโซเชียลมีเดียภาษาไทย โดยนำเรื่องไม่จริงในศรีลังกา เคนยา ยูกันดา เอธิโอเปีย ฯลฯ มาแพร่ ว่าจีนยึดสนามบิน ท่าเรือ ทางรถไฟ และถนนหลวงของประเทศเหล่านี้ตอนพ่อผมไปประชุมกับผู้อำนวยการท่าเรือมอมบาซา เคนยา ขากลับจากมอมบาซาก็แวะดูงานการก่อสร้างทางรถไฟสายมอมบาซา-ไนโรบี ได้ฟังบรรยายสรุป ได้ฟังเงื่อนไขการที่จีนมาลงทุน ไม่มีอะไรที่จะเสียหาย จีนสร้างทางรถไฟให้ เพราะต้องการเอาสินค้าของตัวเองมาขาย และขนทรัพยากรธรรมชาติจากประเทศเหล่านี้ไปลงเรือ เพื่อส่งต่อไปให้คนจีนได้กินได้ใช้ ถึงแม้เปิดใช้งานเส้นทางสายนี้มาหลายปีแล้ว แต่พ่อผมก็ยังสนทนากับผู้ใหญ่เคนยาที่ดูแลเรื่องนี้ ทราบว่ายังไม่มีปัญหาอย่างที่เป็นเฟคนิวส์เลยครับหรืออย่างเอธิโอเปียก็เรียนมาหลายครั้งแล้ว ว่าท่านทูตพีรศักดิ์ จันทวรินทร์ ซึ่งตอนนั้นเป็นทูตไทยประจำกรุงไคโร อียิปต์ และพ่อผมได้รับเชิญให้นั่งรถไฟสายแอดดิส อาบาบา-จิบูตี ที่จีนสร้างให้ หลังจากนั้นก็มีการติดตามถามข่าวความคืบหน้า จีนไม่เคยยึดทางรถไฟอย่างที่พวกองุ่นเปรี้ยวเอามาทำเฟคนิวส์เพื่อด้อยค่าการลงทุนของจีนเช่นกันช่วงที่นายไมตรีปาลา สิริเสนา คนที่มีหัวเอียงไปทางสหรัฐฯเป็นประธานาธิบดีของศรีลังกา นายไมตรีปาลาล้มโครงการการสร้างท่าเรือที่จีนไปลงทุนในฮัมบันโตตา และโครงการในกรุงโคลัมโบ ขณะเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน 2562 พ่อผมบินไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในหลายเมืองไปฟังคำปราศรัย พวกตรงข้ามก็โจมตีด้วยข้อความลักษณะเดียวกันกับที่คนบางพวกกำลังสร้างเฟคนิวส์ ด้อยค่าการลงทุนของจีนอยู่ในปัจจุบันผลของการเลือกตั้ง น้องคนเล็กจากตระกูลราชปักษาชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี ข่าวการโจมตีเรื่องที่จีนมาสร้างกับดักหนี้ที่ศรีลังกาก็หายไป เฟคนิวส์พวกนี้จะออกมาถี่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพื่อจะสกัดกั้นให้อีกฝ่ายหนึ่งชนะ โดยโจมตีว่าตระกูลราชปักษาใกล้ชิดกับจีน ถ้าชนะเลือกตั้ง จีนก็จะเข้ามายึดโน่น ยึดนี่ ยึดท่าเรือ ทางรถไฟ ฯลฯธรรมชาติของมะนาวมีรสเปรี้ยว แต่คนบางพวกอมมะนาวแล้วก็บอกว่าหวาน โอย มะนาวหวานเหลือเกิน หวานมาก แสร้งพูดออกมาเพื่อแก้เก้อที่ประเทศของตนไม่มีทางรถไฟที่เชื่อมต่อไปจีน เอเชียกลาง และยุโรป เหมือนที่ สปป.ลาวมี ก็กลัวเสียหน้า เรื่องนี้เป็นองุ่นเปรี้ยว มะนาวหวาน เท่านั้นเอง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com