ส.ว.ถล่มยับร่าง รธน.ฉบับประชาชน ตีตกไม่ให้ผ่าน “สมชาย” เฉ่งลอกฝรั่งยัดใส่มือมาล้มทิ้งทั้งระบบยันสภาคู่ต้องคงอยู่ไปอีก 50 ปี “คำนูณ” ฉะเนื้อหา ล้ม ละ เลิก ล้าง ทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล รวมศูนย์อำนาจไว้ที่สภาผู้แทนฯ “ไพบูลย์” ส่งซิก พปชร.-พรรคร่วมรัฐบาลไม่รับร่างไอลอว์ พท.ขอ ส.ว.ให้เกียรติประชาชนรับฟังเหตุผลก่อน อย่ารีบปักธงคว่ำ “พนิต” ห่วงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญโหมไฟขัดแย้งทางความคิดรุนแรง “สมชาย แสวงการ” จวกอาจารย์-อีแอบปั่นหัวเด็ก รับเงินต่างชาติมาป่วน เชื่อไม่ซ้ำรอยพฤษภาทมิฬหรือ 6 ตุลา 19 ไม่ถึงขั้นก่อสงครามประชาชน ตร.ส่งฝากขังมือแฮ็กเว็บศาล รธน. “วชิระ” สารภาพเรียนจบว่างงาน ลองของเจาะระบบหน่วยงานสมาชิกวุฒิสภาแสดงท่าทีชัดเจนว่า จะไม่โหวต ผ่านความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยภาคประชาชน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 16 พ.ย. โดยนายสมชาย แสวงการ และนายคำนูญ สิทธิสมาน ส.ว.ระบุเนื้อหาของร่างดังกล่าวเป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล “สมชาย” ตีตก รธน.โละ เลิก ล้มทิ้งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน กลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา วันที่ 16 พ.ย. และลงมติวันที่ 17 พ.ย.ว่า ภาพรวมไม่เห็นด้วย เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างลอกฝรั่งมามันไม่เข้ากับสังคมไทย เรียนตำราตะวันตกมาจะให้ประเทศไทยเป็นอย่างโน้นอย่างนี้เป็นไปไม่ได้ หรือฝรั่งเขียนให้ ได้ข่าวว่าฝรั่งมาช่วยสนับสนุน โดยเฉพาะเขาก็รับอยู่แล้ว องค์กรที่ไปรับมาเขียน ร่างนี้ตกไปได้เลย ไม่ใช่เรื่อง เขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้มันโละละ เลิก จริงๆแล้วคือล้มทิ้งทั้งหมด กลายเป็นสร้างใหม่ให้จบในรุ่นเรา ในมุมตนไม่ให้ผ่าน ไปขัดแย้งกับมาตรา 272 การทำประชามติจากกว่า 15 ล้านเสียง ถ้าจะแก้ต้องทำประชามติ แต่ตอนนี้ยังไม่ทำประชามติมีโอกาสจะไปต่อไม่ได้ หรือแก้เยอะแบบนี้แล้วเอาไปทำประชามติประชาชนคงไม่ผ่านให้ ยังไม่เห็นว่าอันไหนที่เป็นประโยชน์เหมาะสมยันสภาฯคู่ต้องอยู่ไปอีก 50 ปีนายสมชายกล่าวอีกว่า ในอีก 50 ปี สภาเดี่ยวอาจเหมาะสมกับประเทศก็ได้ แต่ความจริงเราดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังปี 2475 จนปัจจุบัน 90 ปีมายังเหมาะเป็น 2 สภาฯ การเมืองไทยไม่พ้นวงจรอุบาทว์ ไปไหนไม่ได้ ตราบใดประชาชนยังต้องให้ ส.ส.ไปงานบวชงานศพ ไปผิดหน้าที่ ถึงอย่างไรสภาเดี่ยวทำไม่ได้ในอีก 50 ปีบอกไว้เลยจะได้จบ ประเทศเจริญแล้วอย่างสหรัฐฯ อังกฤษก็มี 2 สภา อาจมีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดอย่างนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้าและแกนนำกลุ่ม Re-Solution ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย เสนอมาได้แต่ไม่ผ่าน ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมี 2 สภา ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ยังเหมาะจะใช้ระบบ 2 สภา เพื่อตรวจสอบถ่วงดุล มันใช่หรือที่บอกจะแก้ให้ส่งตัวแทนจากสภาฯเข้าไปนั่งเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม กรรมการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการศาลปกครอง จะหาความยุติธรรมได้อย่างไร ถ้าตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากการซื้อเสียงมาเฟียท้องถิ่นหรือกลุ่มผลประโยชน์ข้ามชาติ“คำนูณ” เฉ่งรวมศูนย์อำนาจไว้สภาฯนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง” ระบบตรวจสอบถ่วงดุล สรุป 15 ข้อเท็จจริงในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ อาทิ รวมศูนย์อำนาจของประเทศไว้ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยโอนอำนาจของรัฐสภามาไว้ที่สภาฯทั้งหมด รวมทั้งอำนาจที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ กำหนดให้สภาฯตั้งคณะผู้ตรวจการ 3 ชุด คือคณะผู้ตรวจการกองทัพ คณะผู้ตรวจการศาลและศาลรัฐธรรมนูญ และคณะผู้ตรวจการองค์กรอิสระ แต่ละคณะประกอบด้วยสมาชิก สภาฯ 10 คน ลดทอนความเป็นอิสระของศาล มีบท บัญญัติห้ามศาลรัฐธรรมนูญและศาลทั้งปวงวินิจฉัยหรือพิพากษารับรองการรัฐประหาร และห้ามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขัดขวางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ลดทอนความเป็นอิสระขององค์กรอิสระทุกองค์กร โดยให้ ส.ส. มีส่วนร่วมทำนองเดียวกันกับศาล กำกับควบคุมกองทัพโดยตรง ให้ ส.ส. 2 คนในนามของคณะผู้ตรวจการกองทัพ เข้าไปเป็นสมาชิกสภากลาโหมโดยตำแหน่งฉะล้ม-โละ-เลิก-ล้างระบบถ่วงดุลนายคำนูณระบุอีกว่า บัญญัติกระบวนการถอดถอนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาศาลฎีกาและตุลาการศาลปกครองสูงสุด ขึ้นมาใหม่ในบททั่วไปของศาล บัญญัติกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ยกเลิกวุฒิสภาเป็นการถาวร Set zero ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการถาวร นายกฯต้องเป็น ส.ส. เลือกโดย ส.ส. ยังคงระบบให้แต่ละพรรคเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติการปฏิรูปประเทศ ยกเลิกการรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายของ คสช. และการกระทำที่สืบเนื่อง รวมทั้ง ยกเลิกการนิรโทษกรรม คสช. สร้างระบบต่อต้านการรัฐประหาร แก้ไขวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้พอจะบอกเล่าภาพรวมของการแก้ไขเพิ่มเติมได้หรือไม่ว่าเป็นการ ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง ระบบตรวจสอบถ่วงดุลทั้งปวง พปชร.ส่อไม่รับร่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคและฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับภาคประชาชน วันที่ 16 พ.ย. และลงมติวันที่ 17 พ.ย.ว่า ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ดูแล้วเห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว พรรค พปชร.น่าจะมีมติไม่รับหลักการ ส่วนตัวเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลน่าจะมีมติไปในทิศทางเดียวกัน แต่ตามขั้นตอนแล้วคงต้องรอการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาฯ (วิปรัฐบาล) ในวันที่ 15 พ.ย. ที่ประธานวิปรัฐบาลคงจะหารือสอบถามความเห็นพรรคร่วมรัฐบาล และประธานวิปรัฐบาลคงจะนำมติของวิปรัฐบาลมาแจ้งต่อที่ประชุม ส.ส.พรรค พปชร.ช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ย.ปชป.อู้อี้รอดูผลดีผลเสียทุกมิตินายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้นัดประชุม ส.ส.พรรค วันที่ 15 พ.ย. เวลา 16.30น. หารือร่างที่เสนอมาแก้ไขหลายหมวดหลายมาตรา และยกเลิกบางมาตรา จะลงมติอย่างไรขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในที่ประชุม จะพิจารณาด้วยความละเอียด รอบคอบ ดูให้ครบองค์รวมทุกมิติ คำนึงถึงผลดีผลเสียของการแก้ไขแต่ละเรื่องจริงจังด้วยเหตุผลบนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติและสังคมโดยรวม ไม่เอาประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นที่ตั้ง ขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาร่างภาคประชาชนบนพื้นฐานการเคารพสิทธิเสรีภาพและความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยปราศจากอคติทั้งปวง พท.ขอให้เกียรติ ปชช.อย่ารีบคว่ำนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของรัฐสภาวันที่ 16 พ.ย.ว่า ดูสาระสำคัญของร่างที่เสนอมา บางอย่างมีเนื้อหาคล้ายกับที่เราเสนอไปแล้ว บางอย่างมีข้อแตกต่างกัน แต่เมื่อเป็นร่างที่ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเสนอมาคงต้องให้เกียรติความคิดเห็นประชาชนเสนอกฎหมาย รับข้อคำชี้แจงของผู้เสนอร่างก่อน ท่าทีพรรคเพื่อไทยต้องรอฟังที่ประชุม ส.ส.ที่จะหารือกันวันที่ 15 พ.ย.เวลา 15.00น. ที่ ส.ว.แสดงท่าทีไม่รับหลักการตั้งแต่ต้นเร็วเกินไปที่จะตัดสิน ขอให้รับฟังคำชี้แจงของผู้เสนอร่างกฎหมายและรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่จะอภิปรายกันก่อนจะดีกว่า อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจวอน ส.ว.ฟังเหตุผลก่อนอย่าตีธงนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ว.จะโหวตคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยร่างของประชาชนอย่างแท้จริงว่า ปัญหาคือการแก้ไขต้องใช้เสียง ส.ว.1 ใน 3 หรือ 84 เสียง อยากขอร้อง ส.ว.ที่มีธงจะโหวตคว่ำว่าขอให้ฟังการอภิปรายก่อนว่ามีเหตุผลอย่างไร การเสนอยกเลิก ส.ว.เพราะมีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เป็นสิทธิทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เราต้องให้เกียรติการเสนอกฎหมายของประชาชน รับฟังเหตุผลก่อนอย่าเพิ่งมีธง ร่างที่เสนอไม่ได้มีการล้มล้างหรือลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ประธานรัฐสภาวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีหลักการต้องห้าม อยากเรียกร้อง ส.ว.ฟังการอภิปรายก่อนจี้นายกฯรีบหาเงินเยียวยาชาวนานายยุทธพงศ์กล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวนาภาคอีสานว่า ไปคุยกับชาวนาข้าวหอมมะลิตากแห้งแล้วคุณภาพดีมาก ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 6 บาท ขายก็ขาดทุนจึงยังขายไม่ได้ รัฐบาลบอกจะชดเชยให้ชาวนากิโลกรัมละ 15 บาท หรือเกวียนละ 15,000 บาท จากเดิมที่ขายได้กิโลกรัมละ 6 บาท หรือเกวียนละ 6,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ถ้าราคาขายข้าวจริงๆได้เกวียนละ 6,000 บาท ชาวนาจะได้เงินชดเชยเกวียนละ 9,000 บาท หรือประมาณ 126,000 บาท แต่ได้รับชดเชยจริงแค่ 57,900 บาทต่อครอบครัว ที่สำคัญไม่มีเงินให้จากเงินประกันราคาข้าวที่ต้องใช้ทั้งหมด 89,000 ล้านบาท เพิ่งมีเงินจ่ายงวดแรกเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ยังขาดเงินกว่าอีก 7.6 หมื่นล้านบาท ขอเรียกร้องนายกฯให้รีบหาเงินมาประกันราคาข้าวตามที่ประกาศนโยบายไว้ผิดสัญญาหาเสียงบี้ กกต.จัดการนายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นห่วงและเห็นใจชาวนามาก ข้าวเปลือกเจ้าเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิกิโลกรัมละ 8 บาท ไม่เคยตกต่ำแบบนี้มาก่อน นายกฯเร่งช่วยเหลือชาวนาโดยด่วน เคยสัญญาว่าจะแก้ราคาข้าวใน 5 ปี แต่ 5 ปีผ่านไปราคาข้าวกลับลดลง นโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐบอกจะดูแลราคาข้าวเจ้าตันละ 12,000 บาท ข้าวหอมมะลิตันละ 18,000 บาท ปัจจุบันเหลือไม่ถึงครึ่งของที่หาเสียงไว้ กระทำผิดสัญญาที่หาเสียงไว้ใช่หรือไม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรต้องลงโทษหรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะขาดดุลการคลังสูง ภาวะการเงินอาจไม่ดีถึงขั้นถังแตก เพราะนายกฯใช้จ่ายเงินสะเปะสะปะไม่เรียงลำดับสำคัญตามความจำเป็น ความเดือดร้อนชาวนาน่าจะเป็นความสำคัญระดับต้นๆที่นายกฯต้องช่วยเหลือแต่กลับไม่ยอมทำ ขอให้เร่งช่วยเหลือ จี้ กห.สอบจัดซื้อ ทอ.เฉยเจอซักฟอกน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการตรวจสอบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ คือโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 7 โครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ เกือบ 3 พันล้านบาท ว่า กมธ.รวบรวมข้อเท็จจริงจากการให้ถ้อยคำพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ผลการตรวจสอบชี้ชัดว่าทั้ง 3 โครงการพบข้อพิรุธหลายประการ และมีพฤติกรรมการกระทำทุจริตประพฤติผิดมิชอบ กำลังทำรายงานสรุปส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ หากเห็นว่าการจัดหาไม่ชอบจะได้ยับยั้ง ที่สำคัญขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ รมว.กลาโหม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง หากปล่อยปละละเลย คงต้องนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งต่อไป บอกได้เลยว่าต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะคราวนี้จะมีใบเสร็จและรายนามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะความผิดสำเร็จแล้วกระทุ้ง รบ.ทุ่มงบฯปะผุการศึกษาน.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยผุพังล้มเหลวจากสถานการณ์โควิด-19 สร้างผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างการศึกษาบิดเบี้ยว ครูลาออกจากราชการเพราะเน้นคุณค่าการทำประเมินผลงานเลื่อนวิทยฐานะสำคัญกว่าการสอนเด็กนักเรียน สร้างความกดดันให้ครู ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเลื่อนระดับวิทยฐานะ หากรัฐกล้าทุ่มงบฯไปกับความมั่นคงทั้งจ้างนายพลยันพลทหาร กล้าจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องกล้าลงทุนกับการศึกษา ต้องจ้างครูอัตราเงินเดือนเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่กันดารห่างไกล รองรับเด็กด้อยโอกาส เร่งปฏิรูประบบงบฯจัดสรรตามความจำเป็นและพื้นที่ “พนิต” หวั่นวิกฤติรุนแรงความคิดอีกเรื่องนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าด้วยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยประเด็นร้อนทางการเมือง กลัวที่สุดตอนนี้คือวิกฤติความขัดแย้งทางความคิดจะเกิดขึ้นต่อไป ถ้าเราจะลองเปิดใจ สำรวจความคิดความเห็นจากคนรอบข้าง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะรุ่นใหม่ รุ่นเก่า ยังมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างสถาบันฯ แต่แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเรียกว่าปฏิรูปหรือคำใดก็ตาม เป็นเรื่องปกติของทุกสังคม ควรดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องช่วยกันประคับประคองไม่ให้นำไปสู่การล้มล้างสถาบันฯ ต้องเป็นการสร้างอนาคตที่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีหลักการและเหตุผล สำคัญที่สุดไม่ควรมีความรุนแรงและการทำร้าย ทำลายล้างกันไม่ว่ากรณีใด“สมชาย” ท้าพวกปั่นหัวเด็กนำม็อบนายสมชาย แสวงการ สมาชิก ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กว่า บ่ายวันที่ 14 พ.ย. เห็นนัดชุมนุมใหญ่ท้าทายอำนาจศาล ห้าวเป้งจัดใช้กราฟิกกิโยติน อยากเห็นหน้าอาจารย์ นักการเมือง และพรรคที่แอบปั่นหัวและดันหลังเด็กขึ้นเวที แอบส่งโพยใส่มือเด็กจะกล้าหาญขึ้นเวทีประกาศนำม็อบ อ่านโพยที่เคยใช้เด็กอ่านจนติดคุก อ่านเองเถอะอาจารย์ จะได้รู้บรรยากาศรสชาติอาหารในคุกบ้างว่าเป็นไง กล้าๆหน่อย จะได้จบๆในคุกพร้อมๆกับรุ่นเรานายสมชายให้สัมภาษณ์ว่า การปฏิวัติของไทยเกิดขึ้นครั้งเดียวคือปี 2475 ยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาแล้ว ทำไมปี 2475 คณะราษฎรถึงไม่เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์โดยไม่มีพระมหากษัตริย์ ไม่เอาแบบฝรั่งเศส เพราะคนไทยไม่รับ ย้อนกลับไปอ่านหนังสือให้ดี ไม่ใช่ฟังแต่อาจารย์ปั่นหัว คณะราษฎรก็ทำไม่สำเร็จจะเกิดแรงต้านอย่างแรง ที่บางพรรคจะแก้มาตรา 112 เห็นร่างที่คณะก้าวหน้าไปโพสต์ คณะก้าวหน้ากับพรรคก้าวไกลคืออันเดียวกัน ให้แกนนำเยาวชนเซ็นชื่อนำแล้วนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ชวนให้คนมาลงชื่อเป็นแสนชื่อให้ยกเลิก ไม่ได้บอกว่าแก้ไข ถ้าให้ดีมัดรวมลงชื่อรวมกันหมดเลยทั้งครอบครัว เปิดหน้าให้เห็นชัด จะยกเลิก 112 ไม่ใช่การปฏิรูปคือล้มล้าง ล้ม เลิก โละทิ้งฉะใช้เงิน ตปท.ป่วน ไม่ถึงปฏิวัติ ปชช.นายสมชายกล่าวอีกว่า ถ้าไปดูจะเห็นการยุยงปลุกปั่นในโซเชียล ปั่นโดยอัลกอริทึม ทุนต่างชาติ ซีไอเอ นี่คือกระบวนการเดียวกันคือล้มล้าง สงสารนักศึกษามาก เยาวชนออกหน้าติดคุกแทนอาจารย์ที่เเอบอยู่ในมหาวิทยาลัย ฝ่ายอยากล้มอยากเปลี่ยนแปลงการปกครอง วิธีคิดแบบยุวนาซี ยุวเขมรแดง หรือยุวชนเรดการ์ด ที่มาซ่อนอยู่ในรูปพรรคการเมือง นักการเมือง แสดงตัวตนออกมาให้ชัดเจนเลย ไม่เคยโกรธเด็ก โกรธครูอาจารย์ที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง ไอ้พวกรับเงินต่างชาติมาทำลายประเทศ อาจเกิดเหตุป่วนแบบฮ่องกงและจบไป ไม่เป็นสงครามกลางเมืองแบบซีเรีย ไม่เกิดเหตุพฤษภาทมิฬ 2 หรือ 6 ตุลา 19 เพราะไม่มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยสนับสนุน มีแต่ทุนนิยมตะวันตกที่อยากแผ่บารมีมา ป้องกันไม่ให้ใครใกล้ชิดกับจีน รัสเซียหรืออินเดีย ไม่รุนแรงถึงขนาดตายกันหรอกรุนแรงทางวาทกรรม เผาโน่นนี่ แต่ไม่เกิดสงครามปฏิวัติหรือสงครามประชาชนอย่างที่หลายคนพูด ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ส่งฝากขังมือแฮ็กเว็บศาล รธน.เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท.1 บช.สอท.เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตำรวจ บก.สอท.1 เข้าจับกุมนายวชิระ สุภเถียรอายุ 33 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุแฮ็กเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ ที่บ้านพักใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ย.ว่า ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายวชิระมาจากจ.อุบลราชธานี กลับมายัง บช.สอท. เพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติมและชี้ยืนยันหลักฐานที่ใช้กระทำความผิด จากการสอบปากคำนายวชิระให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้คิดร้ายอะไร แต่สาเหตุที่ทำเพราะอยากเจาะระบบของทางหน่วยงานดูว่ามีระดับการป้องกันเข้มมากน้อยแค่ไหน ก่อนหน้านี้นายวชิระจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ จากนั้นกลับมาอยู่บ้านเก็บตัวอยู่ในห้อง และมาสนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงเรียนรู้วิธีการแฮ็กเว็บไซต์ด้วยตนเอง จะมีการนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญารัชดาในวันที่ 15พ.ย.ต่อไปมือ 1 อีสานลองของเจาะระบบผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวชิระถูกแจ้งข้อหาตามหมายจับศาลอาญา จ.1923/2564 ลงวันที่ 13 พ.ย.64 ฐานความผิด “เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้” ระหว่างชุดสืบสวนสอบปากคำนายวชิระให้การเพิ่มเติมว่า หลังเรียนจบก็ว่างงานจึงเก็บตัวอยู่ในห้อง ปกติสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์เป็นทุนเดิม ก่อนหน้านี้เคยชนะเลิศการประกวดเขียนเว็บไซต์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาแล้ว ขณะเดียวกันชุดสืบสวนเสียดายความรู้ของนายวชิระที่มีดีกรีถึงระดับมือ 1 ของภาคอีสานชนะเลิศเขียนเว็บไซต์ คนหนุนเลือกตั้งใช้บัตรสองใบวันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจเรื่อง “เลือกตั้งบัตร 2 ใบใครได้เปรียบ” เมื่อวันที่ 8-10 พ.ย.จากผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,318 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 49.62 เห็นด้วยมากกับการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร้อยละ 24.66 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 15.02 ไม่เห็นด้วยเลย ทั้งนี้ ร้อยละ 39.38ระบุว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เปรียบ ร้อยละ 23.75 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 22.00 พรรคเพื่อไทยร้อยละ 18.36 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 4.86 พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ในสัดส่วนเท่ากัน ร้อยละ 1.29 พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 2.28 อื่นๆ ส่วนความเป็นไปได้จะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส.เกินครึ่งของสภา (มากกว่า 250 คน) ร้อยละ45.67 ระบุว่าค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 26.71 เป็นไปได้มาก ร้อยละ 11.08 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 8.50 เป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 8.04 ไม่ค่อยเป็นไปได้ ขณะที่แนวโน้มการตัดสินใจลงคะแนนด้วยบัตร 2 ใบร้อยละ 46.59 เลือกพรรคเดียวกันทั้ง 2 ใบ ร้อยละ 27.84 บัตร 2 ใบเลือกต่างพรรคกัน ร้อยละ 17.83 ยังไม่แน่ใจ ร้อยละ 4.02 บัตรทั้ง 2 ใบ จะไม่เลือกใคร ร้อยละ 2.58 บัตรใบหนึ่งจะไม่เลือกใคร (Vote NO)และร้อยละ 1.14 จะไม่ไปลงคะแนน