กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก แหล่งน้ำต้นทุนลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 61% เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 47% ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำเต็ม 100%ทำให้ในฤดูแล้งปีนี้ ลุ่มเจ้าพระยาจะมีน้ำต้นทุนไว้ใช้ในกิจกรรมการใช้น้ำต่างๆรวมทั้งสิ้นประมาณ 8,000 ล้าน ลบ.ม. ดีกว่าปีที่ผ่านมาโดยกรมชลประทานได้จัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำไว้ดังนี้1.เพื่อการอุปโภคบริโภค 2.เพื่อการรักษาระบบนิเวศ 3.เพื่อสำรองน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศในช่วงต้นฤดูฝน ปี 2565 4.เพื่อการเกษตรกรรมฤดูแล้ง และ 5.เพื่อการอุตสาหกรรมดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีและโฆษกกรมชลประทาน บอกว่า กรมชลประทานจะพยายามบริหารจัดการน้ำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อทำให้ในฤดูแล้งปี 2564 มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อการเกษตรฤดูแล้ง ทั้งในและนอกเขตชลประทานรวมกันทั่วประเทศถึง 11.65 ล้านไร่อย่างไรก็ตาม แม้น้ำต้นทุนจะมีมาก แต่ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยาคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงวันที่ 23-25 พ.ย.นี้อย่างแน่นอนส่วนปริมาณน้ำในทุ่งรับน้ำแก้มลิงธรรมชาติทั้ง 10 ทุ่งในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ขณะนี้กรมชลประทานจะเริ่มทยอยระบายออกจากทุ่งแล้ว จะเหลือไว้ค้างทุ่งรวมกันประมาณ 645 ล้าน ลบ.ม.เพื่อสำรองไว้ใช้สำหรับการทำนารอบ 2 (นาปรัง)เมื่อรวมกับการจัดสรรน้ำจาก 4 เขื่อนหลักที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มเจ้าพระยา ฤดูแล้งนี้ลุ่มเจ้าพระยาจะได้รับการจัดสรรน้ำให้ทำนาปรังได้ประมาณ 2.8 ล้านไร่.สะ–เล–เต