8 เครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ตั้งกลุ่มเปิดหน้าชน ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อต้านไม่ยอมรับคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯ ซัดใช้อำนาจเกินขอบเขต ออกคำสั่งขัดแย้ง รธน. จี้ปรับปรุงแก้ไขคำตัดสิน บช.น.เตรียมกำลังพร้อมรับมือม็อบ รัฐสภาชี้ชะตาร่างแก้ไข รธน.ฉบับประชาชน 16 พ.ย. “พริษฐ์” ชูกติกาใหม่แก้วิกฤติการเมือง หวัง ส.ว.เสียสละถอดสลักโหวตเพื่ออนาคตลูกหลาน ส.ว.ซัดเปรี้ยงไปไม่รอด “เสรี” ฟันธง ผ่านยาก รู้อยู่แล้วร่วงแน่แค่ปั่นกระแสเรียกมวลชน “วันชัย” ฉะเล่นล้มโต๊ะปฏิวัติ แม้แต่ ส.ส. ก็ไม่เอาด้วย “กิตติศักดิ์” รับไม่ได้ยุบทิ้งสภาสูงเหลือสภาเดียว “สมคิด” บอก พท.หนุนแต่รอขอมติพรรค “บิ๊กป้อม” หนีบ “บิ๊กแป๊ะ” ลุยสกลนคร รอเคลียร์ทางเข้า พปชร. วางตัวคุมเลือกตั้งอีสานเหนือ ตร.ไซเบอร์ค้นบ้านแฮกเกอร์เจาะเว็บศาล รธน. ส่งหลักฐานพิสูจน์ก่อนขอหมายจับเครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน 8 กลุ่มรวมตัวชุมนุมใหญ่ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้าน ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีล้มล้างการปกครองฯ โดยระบุเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ8 แกนนำผนึกกำลังสู้คำวินิจฉัยเมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 13 พ.ย.ที่ศูนย์ประชุมสัมมนา เดอะ คอนเน็คชั่น (The connecion seminar center) แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร 8 แกนนำกลุ่มเครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ประกอบด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักศึกษาธรรมศาสตร์ กลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายกรกต แสงเย็นพันธุ์ หรือปอ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย น.ส.กตัญญู หมื่นคำเรือง หรือป่าน กลุ่มทะลุฟ้า นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ กลุ่มรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย กลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ น.ส.ฉัตรพี อาจสมบูรณ์ กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวในนาม “กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์”ไม่ยอมรับคำสั่งขัดแย้ง รธน.จากนั้นแกนนำกลุ่มได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ต้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีล้มล้างการปกครอง ใจความสำคัญว่า “พวกเราขอส่งสารนี้ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทุกท่าน ขอยืนยันว่าข้อเรียกร้องของพวกเรา ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพวกเราไม่อาจยอมรับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนี้ได้ เนื่องจากเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการไต่สวน แม้จะมีการร้องขอแล้วก็ตาม ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงเป็นการใช้อำนาจโดยไม่สุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่ออ้างปราบปรามศัตรูทางการเมือง ทั้งใช้อำนาจเกินไปกว่าขอบเขตที่กำหนด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นที่สุด และปราศจากผลผูกพันใดๆ ต่อทุกองค์กร เมื่อพวกเราพิจารณาคำวินิจฉัยนี้ รวมถึงการกระทำทั้งปวงของชนชั้นนำที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา จึงเกิดข้อสงสัยว่าหรือแท้ที่จริงแล้ว เป็นพวกท่านเองที่กำลังพยายามล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พยายามเปลี่ยนแปลงสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จำแลง”ซัดใช้อำนาจเกินขอบเขตจี้แก้ไขแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อการใช้อำนาจเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นเหตุให้คำสั่งนี้ไม่ชอบ หากพวกเราปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ย่อมหมายความว่าพวกเราไม่เคารพต่อรัฐธรรมนูญอันตั้งตระหง่านเหนือศาลรัฐธรรมนูญ จึงเรียกร้องขอให้ปรับปรุงแก้ไขการวินิจฉัย เพื่อให้คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกลับเข้าสู่ครรลอง ทั้งจะยืนยันในข้อเสนอการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ วันที่ 14 พ.ย.ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยผู้บริบูรณ์พร้อมด้วยศักดิ์ศรี สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคทุกท่าน ทุกความคิดทางการเมือง ทั้งฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายอนุรักษนิยม ทุกช่วงวัย ทุกชนชั้น ทุกสาขาอาชีพ โปรดมารวมตัวพร้อมกัน ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศเจตจำนง ยืนยันว่าการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ มิได้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการล้มล้างการปกครองด้านนายธัชพงศ์กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 14 พ.ย. จะยกระดับไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐว่านำตำรวจ คฝ.มาสร้างความปั่นป่วนหรือไม่ ที่ผ่านมาเราใช้สิทธิอย่างสันติ ยืนยันถึงวาระวันที่ประชาชนต้องออกมา มิฉะนั้นจะกลับไปอยู่ในระบอบเดิมในอดีต ตร.ค้นบ้านหนุ่มแฮ็กเว็บศาล รธน.ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มีรายงานว่าช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3 และพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ 194/64 ลงวันที่ 12 พ.ย.2564 เข้าค้นบ้านเลขที่ 648 หมู่ 1 บ้านคำเจริญ ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของนายวชิระ สุภเถียร อายุ 33 ปี พบคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด เราเตอร์อินเตอร์เน็ตบ้าน 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ยึดไว้เป็นของกลางรอตรวจสอบ หลังจากเมื่อวันที่ 11 พ.ย. เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ www.constitutionalcourt.or.th ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบเปลี่ยนหน้าเว็บเพจใหม่ บช.สอท.สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่าต้นทางระบบที่เข้าแฮ็กโจมตี มีผู้สมัครใช้บริการอยู่ที่บ้านดังกล่าวยังไม่คุมตัว ส่งพิสูจน์ของกลางรายงานข่าวระบุว่า สอบสวนนายวชิระรับสารภาพ ว่า เรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้แฮ็กเว็บศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ย. แต่ชุดสืบสวน บช.สอท.ยังไม่ได้ควบคุมตัวเนื่องจากยังไม่มีหมายจับ เพียงนำของกลางทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์เป็นหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลอนุมัติ หมายจับ ถ้านายวชิระถูกออกหมายจับ จะถูกดำเนินคดีข้อหาเข้าข่ายความผิดฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบ และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ตามมาตรา 5 และ 7 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2560 มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 2 ปีและปรับไม่เกิน 40,000 บาท หากทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบจะมีความผิดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ดำเนินคดีบช.น.เตรียมกำลังพร้อมรับมือที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. แถลงการเตรียมความพร้อมดูแลการชุมนุมวันที่ 14 พ.ย.ว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมกับกลุ่มทะลุฟ้า นัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย เวลา 15.00 น. และเคลื่อนขบวนไปท้องสนามหลวง ตำรวจเตรียมกำลังไว้รักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว เน้นย้ำให้ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและบริเวณใกล้เคียงพื้นที่การชุมนุม ไม่ให้จราจรติดขัด ส่วนคดีการชุมนุมตั้งแต่ ก.ค.63 ถึงปัจจุบัน ดำเนินคดีไปแล้ว 783 คดี สั่งฟ้อง 385 คดี อยู่ระหว่างสอบสวนอีก 398 คดีหยัน “ชาญวิทย์” กล้านำหน้าหรือไม่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กหัวเรื่อง “ชาญวิทย์ขู่นองเลือด” ว่า ล่าสุดนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาข่มขู่จนสื่อมาพาดหัวข่าวว่า แสดงว่าพวกท่านจะปรับแผนขบวนการล้มล้างการปกครอง จากการหลอกเด็กให้ใช้สิทธิเสรีภาพ มาสู่การล้มล้างการปกครอง ด้วยการใช้ความรุนแรงใช่ไหม แล้วท่านจะออกมานำไหม เสียดายความเป็นนักวิชาการของท่าน ปกติการล้มล้างการปกครองในประวัติศาสตร์โลก ผู้ปกครองจะสร้างปัญหาจนประชาชนที่เดือดร้อนออกมาร่วมด้วย แต่ในเมืองไทยตรงกันข้าม ประชาชนเบื่อนักการเมือง เบื่ออาจารย์บางกลุ่มที่สมคบต่างชาติ แต่ยังเชื่อมั่นสถาบันมากกว่า ประชาชนจึงออกมาต่อต้านคัดค้าน ที่สำคัญท่านจะเอา “กุ๊ยกับโกง” มาเป็นประมุขใช่ไหม ประชาชนไม่เอาด้วยแน่นอน“ไอติม” ชูร่าง รธน.ภาค ปชช.กู้วิกฤติอีกเรื่อง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้าและแกนนำกลุ่ม Re-Solution กล่าวถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา วันที่ 16 พ.ย.ว่า ร่างของกลุ่ม Re-Solution เป็นการแก้ไขรายมาตราที่มีข้อเสนอชัดเจน แก้ไขต้นตอวิกฤติการเมืองไทยคือกลไกที่ระบอบประยุทธ์หรือ คสช.สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่ว่าล้มวุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้า แต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โละศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศอาวุธลับทางการเมืองและล้างมรดกรัฐประหาร ร่างของกลุ่มเสนอยกเลิกวุฒิสภาให้ประเทศไทยกลายเป็นสภาเดี่ยว ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังหรือทำเพื่อความสะใจ แต่เล็งเห็นแล้วว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเป็นสภาเดี่ยว อาทิ ประหยัดงบฯได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปีหวัง ส.ว.โหวตเพื่ออนาคตลูกหลาน“ผมเชื่อว่า ส.ว.หลายคนเคยพูดคุยกับลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ รับรู้ว่าพวกเขารู้สึกสิ้นหวังกับประเทศไทยตอนนี้มากแค่ไหน เพราะมรดกของระบอบประยุทธ์อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นอุปสรรคในการพาบ้านเมืองออกจากวิกฤติ ไม่สามารถทำให้พวกเขารู้สึกเป็นหุ้นส่วนของประเทศได้ การลงมติในวันที่ 16 พ.ย. จึงสำคัญมากต่อการฟื้นความหวังของประชาชน ผมหวังว่า ส.ว.จะไม่ปฏิเสธโอกาสในการเป็นผู้ถอดสลักความขัดแย้ง จะโหวตเพื่ออนาคตของลูกหลาน เสียสละยุบตัวเองเพื่อเปิดทางการเปลี่ยนแปลง” นายพริษฐ์กล่าว“เสรี” ฟันธงโหวตผ่านยากนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนในวันที่ 16 พ.ย.ว่า วันที่ 15 พ.ย.เวลา 08.30 น. สมาชิกวุฒิสภาจะเปิดเวทีย่อยพูดคุยเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ว่า มีประเด็นแก้ไขเรื่องใด ด้วยเหตุใดบ้าง เหมาะสมจะแก้ไขหรือไม่ จะให้ ส.ว.แสดงความคิดเห็น มุมมองต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ส่วนการลงมติโหวตวาระแรกในวันที่ 16 พ.ย.จะให้เป็นดุลพินิจของ ส.ว.แต่ละคนในการลงมติ ส่วนตัวดูแล้วโอกาสผ่านยากรู้อยู่แล้วไม่ผ่าน ปั่นเรียกมวลชน“เพราะเนื้อหาที่เสนอแก้ไขเป็นการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาล ปกครอง องค์กรอิสระ และยังเปิดช่องให้แทรกแซงการทำงานของศาลและองค์กรอิสระได้ ฝ่ายที่เสนอมารู้อยู่แก่ใจว่า โอกาสไม่ผ่านมีสูง แต่ยังเสนอเข้ามา เพื่อใช้สร้างความชอบธรรมในการเรียกมวลชนว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนถูกปฏิเสธโดยรัฐสภา ต้องการให้รัฐสภาถูกเข้าใจผิดจากประชาชน ทั้งที่รัฐสภาไม่มีเจตนาเช่นนั้น พร้อมให้ความสำคัญและรับฟังเสียงประชาชน แต่ข้อเสนอเป็นปัญหาจริงๆ ถึงขั้นทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่มีข้อยุติ ยิ่งทำให้สร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถรับร่างได้” นายเสรีกล่าว เล่นล้มโต๊ะปฏิวัติ—ส.ส.ก็ไม่เอาด้วยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.กล่าวว่า ส.ว.ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้แต่ ส.ส.ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่รับ จะมีเพียงพรรคการเมืองบางพรรครับร่างเท่านั้น เหตุผลที่ไม่รับร่างไม่ได้มองแค่เรื่องยกเลิก ส.ว.อย่างเดียว แต่ร่างฉบับนี้ล้มโต๊ะหรือเป็นฉบับปฏิวัติ ขอยกเลิกอำนาจองค์กรต่างๆ ให้ผู้แทนเป็นองค์กรใหญ่แห่งเดียวในแผ่นดิน ไม่คำนึงหลักการแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ทำให้สภาผู้แทนฯก้าวก่ายแทรกแซงได้ ทั้งอำนาจกองทัพ องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามหลักสากลประชาธิปไตย คนเสนอร่างก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่ผ่าน แต่เสนอมาเพื่อต้องการแสดงจุดยืนและแสดงวาทกรรมในสภาฯเท่านั้นรับไม่ได้ยุบ ส.ว.เหลือแค่สภาล่างนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวว่า ขอฟันธง 100% ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะไม่ผ่านวาระรับหลักการจากรัฐสภา ส.ว.ไม่มีทางเห็นชอบเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 คนแน่นอน เนื้อหาที่เสนอแก้ไขไม่เรียกว่าปฏิรูปแต่เป็นการปฏิวัติ เพราะ เป็นการแก้ไขทั้งโครงสร้างรัฐสภา ศาล และองค์กรอิสระให้เอาตามที่ฝ่ายตนเองต้องการ โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้เหลือเพียงแค่สภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียว ไม่เหมาะสมกับประเทศไทย ทำให้ขาดการถ่วงดุล ส.ว.ไม่ติดใจที่เสนอให้ยกเลิกวุฒิสภา เพราะ ส.ว.อยู่ตามรัฐธรรมนูญอีกแค่ 2 ปีกว่า จะหมดหน้าที่แล้ว แต่กังวลอนาคตประเทศ ถ้าเหลือแค่สภาเดียว ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยแน่ ยิ่งไปแก้โครงสร้างศาล องค์กรอิสระเพิ่ม ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าอ้างรายชื่อประชาชน 100,000 คนสนับสนุนร่างแก้ไขฉบับนี้ ขอให้ดูความเห็น 16 ล้านคน ที่ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย เราให้ความสำคัญกับประชาชนหลักแสนคนที่เสนอให้แก้ไข แต่ถ้าหลักการที่เสนอมาไม่เหมาะสมกับประเทศไทย ต่อให้มีรายชื่อมากเท่าไรก็ให้ผ่านไม่ได้ยก 16 ล้านเสียงข่มแสนชื่อชงแก้ไขนายกิตติศักดิ์กล่าวว่า เชื่อว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะไม่เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง มีการชุมนุมมากขึ้น เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ระบุไว้ชัด จะเคลื่อนไหวในลักษณะหมิ่นเหม่ไม่ได้ หลังจากนี้ฝ่ายการเมืองต้องสำเหนียกว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร เป็นที่สิ้นสุด หากยังไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวต้องพิจารณาจะได้คุ้มเสียหรือไม่ อาจถูกยุบพรรคได้ ข้อหาล้มล้างการปกครอง การเป็นกบฏมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต“พีระศักดิ์” ขอฟังเหตุผลก่อนนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวว่า ส.ว. แต่ละคน คงศึกษาเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาบ้างแล้ว แต่บางส่วนอาจรอฟังคำอภิปรายของผู้เสนอร่างด้วย จะได้เห็นอีกมุมที่อาจนึกไม่ถึง ส่วนตัวยังไม่มีธงจะโหวตอย่างไร กระแสข่าว ส.ว.จะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ทราบ เพราะไม่ได้คุยกับ ส.ว.คนอื่น ข้อเสนอการยกเลิก ส.ว.ถือเป็น สิทธิการทำตามรัฐธรรมนูญ ที่รวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมายได้ ต้องให้เกียรติและดูเหตุผลการเสนอกฎหมาย ต้องรับฟังการอภิปรายในสภาฯประกอบ พูดอะไรมากไม่ได้เปิดร่างฉบับ ปชช.ยุบ ส.ว.มีแค่ ส.ส.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา วาระแรก วันที่ 16 พ.ย. ที่มีประชาชนเข้าชื่อขอแก้ไขอย่างถูกต้อง 135,247 คน มีสาระสำคัญตามหลักการและเหตุผลขอแก้ไขคือ 1.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของรัฐสภา ในหมวดที่ 7 ว่าด้วยเรื่องรัฐสภา จากเดิมมีสภาผู้แทน ราษฎรและวุฒิสภา ให้เหลือเพียงสภาผู้แทนราษฎรเพียง สภาฯเดียว ให้เหตุผลวุฒิสภาเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยเพิ่มบทบาทให้สภาฯ และ ส.ส.ฝ่ายค้าน ตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.ให้สภาฯเลือกตุลาการศาล รธน.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2.การปรับโครงสร้างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการเป็นองค์กรที่มี ผลผูกพันทุกองค์กร มีผลต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ เป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายทางรัฐธรรมนูญทั้งหมด จนกลายสภาพเป็นองค์กรที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ และมีการใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางเมือง โดยเสนอให้แก้ไขให้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน มีที่มาจากการเสนอชื่อของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 3 คน ส.ส.ฝ่ายค้าน 3 คน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด 3 คน ให้สภาฯเลือก และห้าม ศาลรัฐธรรมนูญกระทำการอันมีผลขัดขวางการแก้ไข รัฐธรรมนูญ 3.การให้องค์กรอิสระต้องพ้นจากตำแหน่ง ทันที หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้ตัด ส.ว.ขวางรื้อ รธน.–ห้ามรับรอง รปห.ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า 4.การยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแก้ไข ให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 3 วาระ ไม่มี ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยวาระ 1 และ 3 ใช้เสียงสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ 2 ใน 3 ส่วนการแก้ไขวาระ 2 ใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทน ราษฎร 5.การยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 257-261 ที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ 6.การเพิ่มหมวดเรื่องการลบล้างผลพวงการรัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.2557 โดยให้คำสั่ง คสช. และหัวหน้า คสช.มีผลเป็นโมฆะทั้งหมด รวมถึงการให้ปวงชน ชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ต่อต้านการรัฐประหารล้มล้าง รัฐธรรมนูญ โดยให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ก่อการรัฐประหาร และห้าม ศาลรัฐธรรมนูญและศาลทั้งปวงรับรองความสมบูรณ์ของการรัฐประหารหรือความสมบูรณ์กฎหมายแก่ผู้ก่อการรัฐประหาร ส.ส.เพื่อไทยหนุนรอเคาะมติพรรคนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างภาคประชาชนที่เสนอมา แต่จะประชุม ส.ส.พรรคบ่ายวันที่ 15 อีกครั้งเพื่อขอมติพรรคว่าจะสนับสนุนหรือไม่ ส่วน 8 เครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปนัดชุมนุมวันที่ 14 พ.ย. แสดงความ คิดเห็นของคนรุ่นใหม่ จะเข้าข่ายตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ตนไม่ทราบ เหตุการณ์ยังไม่เกิดแต่ ไม่ควรปิดกั้นความคิดของคนยุคใหม่ ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่กดดันมาก ปล่อยให้เขาแสดงออกบ้างเหมือน กาน้ำร้อนที่ต้องมีช่องระบายไม่เช่นนั้นมันจะระเบิดนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันที่ 16 พ.ย.ก่อนลงมติวันที่ 17 พ.ย. ว่า พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนศึกษาอยู่ แต่เพิ่งได้รับเอกสารมาวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งมีจำนวนมาก จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีความเห็นไปในทิศทางใด ขอศึกษารายละเอียดก่อน“บิ๊กป้อม” ควง “บิ๊กแป๊ะ” ไปสกลนครเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ จ.สกลนคร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สกลนคร ติดตามสถานการณ์น้ำและความก้าวหน้าพัฒนาหนองหาร มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.เขต 2 นราธิวาส นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา รวมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ในฐานะคณะทำงาน พล.อ.ประวิตร ร่วมคณะวางตัวคุมเลือกตั้งอีสานตอนบนจากนั้น พล.อ.ประวิตรนำคณะไปทอดกฐินที่วัดโฆสมังคลาราม บ้านโคกสว่าง ต.โคกสว่าง อ.ปลาปาก จ.นครพนม สมทบทุนสร้างพระมหาเจดีย์ โฆสปัญโญศรีพนม ถวายเป็นพุทธบูชาพระสัมมา สัมพุทธเจ้า และถวายแด่พระสุนทรธรรมากร หรือ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง สายวิปัสสนากรรมฐาน ที่ พล.อ.ประวิตรศรัทธามาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ถูกจับตามองเตรียมเข้าสู่การเมือง สนามใหญ่ และจะสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แต่ยังติดคุณสมบัติต้องห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กรณีเคยเป็น ส.ว.และสมาชิกภาพสิ้นสุดยังไม่เกิน 2 ปี มีรายงานข่าวว่า ในอนาคตพรรค พปชร.เตรียมให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มาดูแลพื้นที่เลือกตั้งอีสานตอนบน“ธรรมนัส” เร่งช่วยชาวสวนลำไยเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร.และอดีต รมช.เกษตรฯ ประชุมร่วมผู้นำเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ 8 จังหวัดรับฟังปัญหาลำไยราคาตกต่ำ มีนายมานพ จินะนา ประธานสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) เป็นแกนนำยื่นหนังสือติดตามข้อเรียกร้องเยียวยาไร่ละ 2,000 บาท และเสนอร่าง พ.ร.บ.ลำไย มีสมาชิก สอก. 111,000 คนลงชื่อ หลังยื่นผ่าน ผวจ. 8 จังหวัดภาคเหนือ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. โดย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า หัวหน้า พปชร.ห่วงใยชาวสวนลำไยราคา ตกต่ำ ขาดแรงงาน ส่งออกมีปัญหา ปุ๋ยยาแพง จะเร่งนำ เสนอต่อ พล.อ.ประวิตรด่วนที่สุดประสานเยียวยาเป็นของขวัญปีใหม่“บิ๊กตู่” ประกาศไทยเจ้าภาพเอเปกปี 65เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถ้อยแถลงถึงประชาชนไทย ประกาศการเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทยในปี 2565 ภายหลังรับมอบตำแหน่งจากนายกฯ นิวซีแลนด์ว่า จากนี้ไทยจะขับเคลื่อนให้เอเปกพลิกวิกฤติเป็นโอกาสเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคหลังโควิดที่ยั่งยืนและสมดุล และทุกคนมีส่วนร่วมผ่าน แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจ สีเขียว หรือ BCG Economy หัวข้อหลักประชุมเอเปกปี 65 คือ “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open.Connect.Balance.”ยูเอ็นตั้ง “วิลาวรรณ” นั่ง กมธ. ก.ม.นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 76 ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงคะแนน เสียงเลือกตั้งให้นางวิลาวรรณ มังคละธนะกุล 1 ใน 34 ผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะ กมธ.กฎหมายระหว่างประเทศ วาระ 2566-2570 เป็นผู้สมัครสตรีคนแรกของไทยและคนเดียวจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและนักกฎหมายระหว่างประเทศสตรีคนแรกของอาเซียนที่ได้รับเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงสูงถึง 162 เสียง เป็นอันดับ 2 ของ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเกือบร้อยละ 85 ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด 193 ประเทศ