เมื่อวันที่ 5 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าบรรยากาศการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ต.ค. ถึง 12 พ.ย. และมีสหราชอาณาจักรเป็นเจ้าภาพ โดยระบุว่า ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาของเหล่าผู้นำโลก อายุเฉลี่ยผู้เข้าร่วมการประชุมอยู่ที่ประมาณ 60 ปี แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาของเหล่าเยาวชน ในการร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งนี้ ในที่ประชุม COP26 ช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะมีเยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และเยาวชนจากประเทศต่างๆทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเข้าร่วมเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมยื่นข้อเสนอแนะว่า โรงเรียนมีบทบาทสำคัญเช่นไรในการให้ความรู้แก่เยาวชนเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง พร้อมมีกลุ่มตัวแทนผู้หญิงจากอังกฤษ อินเดีย บราซิล แอฟริกาใต้ และโปแลนด์ เข้ายื่นหนังสือต่อตัวแทนการประชุม COP26 เรียกร้องให้ผู้นำโลกเลิกสนับสนุนโครงการพลังงานถ่านหินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่ออนาคตของเด็กๆทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือนางโรสมุนด์ คิสซี-เดบราห์ นักเคลื่อนไหวผู้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก หลังลูกสาวกลายเป็นคนแรกในประเทศอังกฤษที่ถูกระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากมลภาวะทางอากาศขณะที่ตามจุดต่างๆในเมืองกลาสโกว์ จะมีการตั้งเวทีเสวนาโดยนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมช่วยให้ความรู้ เช่นเดียวกับเกรียตา ธุนแบร์ก นักเคลื่อนไหววัยรุ่นชาวสวีเดนชื่อดัง ได้มีการจัดเดินขบวนรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ในวันที่ 5 พ.ย. ขณะที่การเดินขบวนใหญ่ในวันที่ 6 พ.ย. ประเมินว่าจะมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน อย่างไรก็ตาม กรมตำรวจสกอตแลนด์ได้ประกาศเตือนว่าจะจัดการผู้ใช้ความรุนแรง หรือผู้ที่ทำลายทรัพย์สินอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว แต่ยอมรับว่ามีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้จัดกิจกรรม และเบื้องต้นมีการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างน่าชื่นชมวันเดียวกัน ศูนย์ต่อต้านความเกลียดชังโลกดิจิทัล หรือซีซีดีเอช องค์กรอิสระในอังกฤษ เผยงานวิจัย 2 ฉบับ โจมตีเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ เฟซบุ๊กว่าล้มเหลวในการจัดการข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยมีข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกเฟซบุ๊กตีตราว่าเป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง แม้ว่าทางเฟซบุ๊กเองเคยประกาศไว้เมื่อต้นปีว่าจะควบคุมเนื้อหาที่บ่งชี้ว่าปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก กระนั้นเฟซบุ๊กชี้แจงว่าเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนในเฟซบุ๊กมีมากมายมหาศาล และข้อมูลผิดๆมีสัดส่วนน้อย.