คงจะมีแต่คนจนและพวกหาเช้ากินค่ำที่ต้องเซ่นพิษโควิด-19 เพราะในขณะที่เศรษฐกิจโลกทรุดหนัก ธุรกิจเจ๊งระนาว แถมคนตกงานเป็นเบือ แต่มหาเศรษฐีใหญ่ๆของโลกกลับรวยสวนกระแสวิกฤติ ล่ำซำขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในแวดวงอุตสาหกรรมแบรนด์เนม ที่มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้!!ผู้นำปรากฏการณ์รวยสวนกระแสโควิด-19 ต้องยกให้ “แบร์นาร์ด อาร์โนลต์” เจ้าพ่อกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม LVMH ที่พอร์ตระเบิดทรัพย์สินเติบโตจาก 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเดือน มี.ค.2020 (ในช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ใหม่ๆ) ทะยานเป็น 186,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน พ.ค.2021 ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีรวยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกชั่วสายฟ้าแลบ เพราะได้อานิสงส์จากการพุ่งพรวดขึ้นของหุ้น LVMH เล่นเอาแชมป์เก่ามหาเศรษฐีโลกอย่าง “เจฟฟ์ เบซอส” และ “อีลอน มัสก์” เลิ่กลั่กไปพักใหญ่ ก่อนสองหน่อมหาเศรษฐีไฮเทคจะกลับมาทวงบัลลังก์คืน ด้วยมูลค่าทรัพย์สินทะลุ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สลับชิงตำแหน่งกันไปมาระหว่างเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองตามแรงดีดขึ้นลงของราคาหุ้นก็เพราะทั้งโลก โดนล็อกดาวน์หมดในช่วงโควิด เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ แค่ภายในเวลา 14 เดือน ยอดขายของสินค้าแบรนด์เนมในเครือ LVMH จึงพุ่งกระฉูดตามแรงอัดอั้นของนักช็อปกระเป๋าหนัก โดยเฉพาะเหล่าวีไอพีชาวจีน แค่ไตรมาสแรกของปี 2021 LVMH กวาดรายได้ไปมากกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งขึ้นถึง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020กลยุทธ์การทำธุรกิจของเจ้าพ่อแบรนด์เนมค่าย LVMH อยู่นอกเหนือตำราการตลาดทุกเล่ม เพราะเขามีมือวิเศษที่สามารถชุบชีวิตแบรนด์ดังๆในอดีตที่ทำท่าร่อแร่ใกล้เจ๊ง ให้กลับมาเปรี้ยงปร้างได้อีกครั้ง แถมทำกำไรมหาศาล เรียกว่าถ้าไม่ใช่วิสัยทัศน์ของ “แบร์นาร์ด อาร์โนลต์” แบรนด์แฟชั่นเก่าแก่ของฝรั่งเศสอย่าง “คริสเตียน ดิออร์” และ “หลุยส์ วิตตอง” คงกลายเป็นตำนานที่โลกลืมไปนานแล้วเขาคือเจ้าของไอเดียคนแรกๆของโลก ที่สร้างอาณาจักรแฟชั่นยิ่งใหญ่จากการกว้านซื้อแบรนด์ดังๆเก่าแก่ในตำนานที่ประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก แล้วนำมาปัดฝุ่นใหม่จนฮิตฮอตติดลมบน นอกจากจะชุบชีวิตใหม่ให้ “คริสเตียน ดิออร์” และ “หลุยส์ วิตตอง” ปัจจุบันยังมีแบรนด์แฟชั่นและเครื่องหนังคุณภาพของโลกตกอยู่ในมือ LVMH เกือบ 20 แบรนด์ เสริมทัพด้วยแบรนด์นาฬิกาและจิวเวลรีระดับโลก 7 แบรนด์, แบรนด์น้ำหอมและเครื่องสำอางใหญ่อีก 12 แบรนด์ ในพอร์ตยังสะสมตำนานไวน์, คอนยัค, วิสกี้ และบรั่นดี เกือบ 30 แบรนด์ ไม่นับรวมถึงการเป็นเจ้าของศูนย์การค้าระดับแลนด์มาร์ก, โรงแรมดัง และแบรนด์เรือยอชต์สุดหรู ล้วนแต่เป็นของเล่นของสะสมของเศรษฐีทั้งสิ้น ถ้าใครอยากขายทอดธุรกิจที่มีตำนานต้องมาหาพ่อบุญทุ่มคนนี้ รับรองไม่มีผิดหวังทั้งๆที่เนื้อแท้ของ “แบร์นาร์ด อาร์โนลต์” ก็เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดาๆ ไม่ใช่ลูกหลานไฮโซผู้ดีเก่าที่รุ่มรวยด้วยรสนิยม แต่เขากลับเข้าถึงหัวใจของการปลุกปั้นแบรนด์เนมหรูได้อย่างลึกซึ้งยากจะเลียนแบบ โดยเจ้าพ่อ LVMH มักบอกทุกคนเสมอว่า การควบคุมคุณภาพคือหัวใจสำคัญที่สุดของแบรนด์เนม จะต้องหลอมรวมเอาความคิดสร้างสรรค์, กระบวนการผลิตที่ล้ำเลิศ, การจัดการอันยอดเยี่ยม และนวัตกรรมใหม่ๆเข้าด้วยกัน เพราะมีแต่เฉพาะสินค้าคุณภาพดีเท่านั้นที่จะดึงดูดลูกค้าคุณภาพดีมาหาเราได้.มิสแซฟไฟร์