ในที่สุด การเมืองในพลังประชารัฐ ก็เผยโฉมความจริง ร่วมกันเดินแยกกันตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นคาดิเดตนายกฯของ พลังประชารัฐ ต่อไปตราบใดเท่าที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ว่า ประธานยุทธศาสตร์พรรค จะเป็นใคร ไม่ว่าตำแหน่ง เลขาธิการพรรค จะเป็น ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่ หัวใจสำคัญก็ยังอยู่ที่ พี่น้องสาม ป. วันยังค่ำการเมืองจะเดินหน้าหรือถอยหลัง เครื่องไม่ฟิตสตาร์ตไม่ติดไม่มีปัญหา เพราะ องคาพยพในการขับเคลื่อนทางการเมืองไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของ นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ไม่ควรเสียเวลาไปตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้เมื่อยตุ้มการปรับ ครม. ก็ไม่ใช่สารสำคัญของ เสถียรภาพรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นแค่หมากตาหนึ่งในกระดานเท่านั้น จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ดังนั้น การที่นายกฯจะมอบหมายงาน 4 กรมใน กระทรวงเกษตรฯ ที่เคยอยู่ในการดูแลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นคนกำกับดูแล ซึ่งเป็นกรมที่ให้คุณให้โทษกับเกษตรกรโดยเฉพาะจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรการปรับ ครม. ก็เป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่ง ที่จะแกะรอยของทิศทางการเมืองในอนาคต และ การต่ออายุนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่ากันว่า เพื่อรองรับการเลือกตั้งในปีหน้า ปัญหาข้อกฎหมายในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่ กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของ นายกฯ ไม่ว่าจะออกหน้าไหน พล.อ.ประยุทธ์ ก็สามารถที่จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ได้จนถึงปี 2565 แน่นอนพรรคใหม่ของ ปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย ที่ต้องตีเหล็กกำลังร้อน ทั้ง ตำแหน่งใน ครม. และตำแหน่งในพรรค การเมือง อย่างไรเสียก็ต้องสอดคล้องกัน ช้าเกินไปก็ไม่ดี เร็วเกินไปก็ไม่เหมาะความมั่นคง และ เศรษฐกิจ ที่จะต้องรับมือกับ สถานการณ์ โควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่กว่า ปัญหาการเมือง ความไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ในการแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ จะเป็น อาฟเตอร์ช็อก ตามมาอีกหลายระลอก โดยเฉพาะเรื่องของ เศรษฐกิจประเทศ มีข่าวว่าจะดึงมือดีมาร่วมงานหลายคนมีการเสนอชื่อของ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีต ผอ.องค์การค้าโลก มากู้วิกฤติศรัทธาด้วยซ้ำไปซึ่งความเป็นไปได้มีน้อยมาก เนื่องจาก หน้าตาของ ดร.ศุภชัย อยู่ในระดับอินเตอร์ การมารับหน้าเสื่อแก้ปัญหาประเทศใน รัฐบาลชุดนี้ มีโอกาสเสียของได้ รวมทั้งมือเศรษฐกิจที่รัฐบาลเลือกใช้ ที่ผ่านมา ก็ต้องมี ทัศนคติ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลชุดนี้ด้วยถ้าเป็นชื่อของ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่นั่งเป็นที่ปรึกษานายกฯอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง ด้านเศรษฐกิจหรือต่างประเทศ น่าจะมีภาษีดีกว่า ว่ากันว่า พีระพันธ์ มีเพื่อนรักชื่อ บิ๊กแดง ย่อมแรงเป็นธรรมดาการปล่อยข่าวต่อรองอำนาจทางการเมืองเป็นระยะๆ ก็แค่วิถีประชาธิปไตยแบบไทยๆเมื่อการควบขั้วอำนาจในยุคนี้ มีแค่ สาม ป. เท่านั้น ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th