ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วประเทศในขณะนี้ นานๆทีจึงจะมีข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงความเชื่อมั่นว่าประมาณเดือนมีนาคม 2565 โควิดน่าจะสงบลงพอสมควร ใกล้ภาวะปกติิ แต่ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยไปอีกระยะหนึ่งต้องถือว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง เป็นการชี้ให้เห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์ นพ.เกียรติภูมิ แถลงว่าสถานการณ์ อยู่ในช่วงขาลง จำนวนผู้ป่วยหนักลดลง จากวันละ 4-5 พันคน เหลือ 3 พันคน ก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะมีผู้ติดเชื้อใหม่วันละ 5 พันคน แต่เป็นเพียงประเมินทางคณิตศาสตร์ อาจมีติดเชื้อเพิ่มอีกได้ถ้าหากมีปัจจัยที่ทำให้เป็น เช่นมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน หรือไวรัสกลายพันธุ์ สอดคล้องกับ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่พอใจมากจากจำนวนผู้ป่วยรุนแรงลดลง สถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นจริง ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ที่ลดลง ต่ำกว่าวันละหมื่น ไม่สำคัญเท่ากับจำนวนผู้ป่วยหนักนับเป็นข่าวดีที่มาพร้อมกับข่าวดีอื่นๆ เช่น การปลดล็อกให้ธุรกิจหลายอย่างเปิดได้ ให้ประชาชนทำมาหากิน กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ธนาคารโลกเชื่อว่าในปี 2564 นี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.6% ในปีหน้า และฟื้นกลับสู่ระดับก่อนโควิดระบาดในปี 2566แต่เศรษฐกิจยังมีปัญหา คาดว่าจะฟื้นตัวช้าอีก 1 ปี จากที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว แม้รัฐบาลจะใช้ความสามารถเต็มที่ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา แต่คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ 160,000 คน เปรียบเทียบกับ 40 ล้านคน ที่ไหลเข้ามาก่อนโควิดระบาดแต่ก็ยังมีข่าวดีว่าแผนการฉีดวัคซีนให้ประชาชนกำลังเดินหน้าด้วยดี สามารถบริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น และหลากหลายวัคซีนมากขึ้น แม้จะไม่สามารถเปิดประเทศภายใน 120 วัน (ภายใน 16 ตุลาคม) ตามคำประกาศของนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าจะค่อยๆทยอยเปิดเป็นกลุ่มจังหวัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิ กายน ถึง 1 มกราคมแต่ต้องยอมรับว่าไทยยังติดอยู่ในกลุ่มต้นๆของประเทศที่ติดเชื้อสูง ติดเป็นอันดับที่ 28 ของโลก ติดเชื้อ 1.5 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 16,500 คน รักษาหายกว่า 1.4 ล้านคน ยังไม่มีประเทศใดปราบโควิดลงได้อย่างราบคาบ ผู้เชี่ยวชาญบางคนจึงเชื่อว่าคนจะต้องปรับตัวให้อยู่ร่วมกับโควิด–19 ได้โดยสันติ.