คลื่นลมสงบ ฟ้าฝนหยุดแปรปรวนชั่วครู่ ทิศทางลมล่าสุดในพรรคพลังประชารัฐที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั่งหัวโต๊ะสยบแรงกระเพื่อมในพรรคสะกดอาฟเตอร์ช็อก ไม่ให้รอยเลื่อนขยายแนวสร้างความแตกแยกหนักกว่าเดิมหนีบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ นางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ร่วมประชุมพรรคพลังประชารัฐ การันตีลูกน้องคู่ใจยังมีที่ยืนในพรรค แม้จะมีแผลร้าวลึกกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จนต้องกระเด็นจากเก้าอี้รัฐมนตรีกล่อมคู่กรณีทุกฝ่ายให้เลิกแล้วต่อกัน หยุดตีโพยตีพาย ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปซีนกลืนเลือดของร.อ.ธรรมนัสที่ต้องโชว์หล่อกลางที่ประชุมพรรค ให้คำมั่นขอจบชีวิตการเมืองที่พรรคพลังประชารัฐเป็นบ้านหลังสุดท้ายพี่ใหญ่ไกล่เกลี่ยทุกขั้ว หยุดเกมเปลี่ยนขั้วอำนาจในพรรค ไม่ให้ล้างไพ่กรรมการบริหารพรรค เปลี่ยนแปลงเลขาธิการพรรคคนใหม่แทน ร.อ.ธรรมนัส กางปีกป้องทีมงานในสังกัดให้อยู่กับพรรคต่อไปแถมขันนั่งร้านให้แน่นขึ้นอีก ตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลูกน้องคนสนิท เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เบียด “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม คีย์แมนก๊วนสามมิตรหลุดตำแหน่ง“บิ๊กป้อม” เซฟตัวเองพัลวัน ห้ามกลุ่มก๊วนอื่นผงาดขึ้นเป็นใหญ่ บล็อกอำนาจในพรรคไม่ให้เปลี่ยนมือ เพราะอนาคตแรงกระเพื่อมอาจขยับมาถึงคิวเก้าอี้หัวหน้าพรรคฉากหลังเวทีดูต่างลิบลับกับฉากหน้าเวที ที่บรรดาแกนนำพลังประชารัฐโชว์ซีนสวีตออกสื่อถี่ๆ กลบร่องรอยแตกแยก ชิงอำนาจในค่าย ทะเลาะกันแทบแตกหัก แต่สุดท้ายปั้นหน้าชื่นทำงานร่วมกันต่อไป เหมือนละครปาหี่การเมืองภายใต้เครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ยังมองหน้าสนิทใจเหมือนเดิมหรือไม่ เมื่อต่างฝ่ายต่างมีแผลในใจ มองอีกฝ่ายเป็นหอกข้างแคร่ มีหัวเชื้อความขัดแย้งในตัว พร้อมลุกโชนจุดติดได้ตลอดเวลาพายุลูกใหม่ในพรรคก่อตัวได้ทุกเมื่อระหว่างเส้นทางแล่นต่อของเรือเหล็ก อาการภายนอกอาจกลบเกลื่อนได้ แต่อาการทางใจซ่อนกันลำบากธรรมชาติของพรรคพลังประชารัฐที่เติบโตมาจากสารพัดมุ้ง กลุ่มต่างๆ มีการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นระยะๆ ไม่เคยอยู่กันอย่างราบรื่นมาตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลยิ่งเที่ยวนี้ผู้กองคนดังถึงขั้นคิดก่อกบฏ โค่นอำนาจผู้นำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ก่อการไม่สำเร็จ แต่ยังได้ตรึงนิ่งอยู่กับที่ คลื่นใต้น้ำมีโอกาสก่อตัวได้ทุกเมื่อแผนหนีไปสร้างบ้านใหม่ “ธรรมนัส” ถูก “บิ๊กป้อม” ชะลอ ขอให้อยู่บ้านหลังเดิมไปก่อน คนไม่แฮปปี้คือ “ลุงตู่” ไม่รู้จะถูกวางยาอีกเมื่อไร เปิดสภาสมัยหน้าต้องตามลุ้นระทึก กฎหมายสำคัญมีโอกาสถูกลองของให้หายใจไม่ทั่วท้อง พารัฐบาลพลิกคว่ำพลิกหงาย หรือในระยะยาว กลางปีหน้าหากมีศึกซักฟอก “ลุงตู่” ต้องเสียวสันหลังหนัก จะมีเล่ห์ซ่อนแต้มเกิดขึ้นอีกหรือไม่ขาใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในพรรคยังอยู่เป็นหอกข้างแคร่ ทิ่มแทงผู้นำได้ทุกเมื่อ หากการ์ดตก ต่างฝ่ายต่างระแวง อยู่กันไม่เป็นสุข ความขัดแย้งไม่ได้จบง่ายๆเหมือนฉากดราม่าหน้างาน แค่คล้องแขนโอบกอด ปั้นหน้ายิ้มออกสื่อแล้วเรื่องจบเกมซ่อนมีดในค่ายพลังประชารัฐยังร้าวลึกต่อไป สะเทือนถึงเสถียรภาพในพรรคและรัฐบาลแนวโน้มการทำงานไม่มีทางราบรื่นแน่ แต่ยังต้องร่วมบริหารอำนาจลากยาวออกไปให้นานที่สุด คู่กรณีอย่าง ร.อ.ธรรมนัสไม่รู้จะชกเต็มร้อยแค่ไหนให้พรรคพลังประชารัฐในการเตรียมความพร้อมสนามเลือกตั้งสมัยหน้า หากยังเข็น “ลุงตู่” ลงสนามต่อสภาวะที่ “พี่ใหญ่” ไม่อาจเลือกข้างได้เด็ดขาด จะเลือกอยู่ฝั่งน้องเล็ก หรือให้ท้ายฝ่ายลูกน้องคนโปรดจนต้องเลือกเก็บไว้ทั้งสองคน เพื่อรักษาดุลยภาพในพรรคแม้กระทั่งสัมพันธภาพพี่ใหญ่-น้องเล็กเองก็มีสิทธิกระเพื่อม อาจเกิดอาการผิดใจกันได้ตลอด หากมีปัจจัยภายใต้ความหวาดระแวงต่อกันเป็นทุนเดิมแมตช์เดือด “บิ๊กปะทะบิ๊ก” สะเทือนกันทั้งพรรค เลือดกบปากด้วยกันทั้งสองฝ่าย เจ็บแล้วแต่เรื่องดันไม่จบ ดูแล้วอาการยิ่งน่าห่วง!!!ทีมข่าวการเมือง