ผ่าน 2 สัปดาห์ แนวรบด้านตะวันออกกลางยังไม่มีวี่แววสงบแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม กำลังลุกลามขยายวงกว้างขึ้นทุกขณะ จังหวะแรงตกกระทบหนักๆ ที่พุ่งเข้าใส่ประเทศไทยเต็มๆ กลายเป็นเบอร์ต้นๆของโลกที่ถูกหวยสงคราม “Operation Epic Fury” แบบจังๆ เรือเดินสมุทรติดธงชาติไทย โดนถล่มกลางช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือคนไทยต้องกระเสือกกระสนหนีตายจากวิถีขีปนาวุธ รอดปลอดภัย 20 คน อีก 3 รายสูญหายไม่รู้ชะตากรรมเป็นเหยื่อถูกเชือดโชว์กลางจุดยุทธศาสตร์อันตรายในสงครามตามสัญญาณแข็งกร้าวที่กองกำลังปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกมาประกาศยอมรับทันที เป็นผู้โจมตีเรือ “สัญชาติไทย” ฐานฝ่าฝืนคำเตือนของกองทัพอิหร่านที่ห้ามมีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจุดที่ไทยแลนด์ตกเป็นผู้โดนกระทำในเกมสู้รบที่ตัวเองไม่ได้ก่อตามฉากสถานการณ์ที่กองเรือทั่วโลกต้องผวาเห็นตัวอย่างชะตากรรมเรือสินค้าไทยโดนถล่มเต็มๆ ยังไงก็ไม่กล้าลองของท้าเป็นท้าตายทำให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องสะดุดโดยปริยายนั่นหมายถึงน้ำมันดิบและก๊าซ LNG ที่ส่งออกจากซีกอาหรับในตลาดโลกกว่าร้อยละ 20 หายไปจากระบบ แบบไม่รู้จะได้กลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ประเทศไทยถูกหวย 2–3 เด้งในคิวเดียวกันต่อให้รัฐบาลของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รีบกระตุ้นเครดิตความเชื่อมั่น ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน รับประกันน้ำมันสำรองมีให้ใช้ 60 หรือ 95 วันการันตีไม่ถึงขั้นขาดแคลนจนต้องปันส่วนประชาชนคนไทยก็ไม่วางใจฟอร์มบริหารแบบ “รัฐราชการ” ที่ยากรับมือภาวะปั่นป่วนจากลูกบ้ารอบล่าสุดของ “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาวิกฤติที่อยู่เหนือการควบคุมของ “รัฐบาลไทบ้าน”ด้านหนึ่งก็ผวาอาการอิหร่านเลือดเข้าตา ฟาดหางดะไม่เลือกหน้า แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือสไตล์ผู้นำมหาเศรษฐีบ้าดีเดือดอย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่พร้อมใช้พลังอำนาจในกำมือ เดินหมากเกมเอื้อผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องปั่นสงครามเพื่อเก็งกำไรน้ำมันและฟันส่วนต่างราคาทองคำเดิมพันลึกล้ำ ไม่มีจบแบบ “เลือดกบปาก” แล้วแยกย้ายแน่และก็แบบที่เห็นสภาพย้อนแย้ง รัฐบาลป่าวประกาศน้ำมันมีพอใช้ ไม่ให้โดนด่าเรื่องการบริหารน้ำมันสำรองแต่อีกทางก็เป็นมุมของมาตรการ “รัดเข็มขัด”“นายกฯหนู” และบรรดารัฐมนตรี ต้องถอดสูท ถอดเนกไท นั่งประชุม ครม.สั่งหรี่แอร์เหลือ 27 องศาฯ นำร่องประชาชนประหยัดพลังงานปั่นไฟฟ้า สั่งหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ พิจารณามาตรการเวิร์กฟรอมโฮม ประหยัดน้ำมันในการเดินทาง ส่อไปถึงขั้นสถานการณ์รุนแรงต้องปิดปั๊มน้ำมันหลังเที่ยงคืนในถนนสายรองบ่งบอกวิกฤติพลังงานในภาวะสงครามซีเรียสระดับใดในมุมข่าวร้ายของประชาชน แต่แฝงโอกาสดีของทีมเซราะกราว ภูมิใจไทย ที่โดยเงื่อนไขสถานการณ์เร่งเร้าให้นำมาซึ่ง “รัฐบาลอำนาจเต็ม”ตามเสียงเรียกร้องของนักลงทุน แรงส่งจากสภาธุรกิจเชียร์สุดตัวจังหวะเอื้อให้ “นายกฯหนู” นำทีมค่ายน้ำเงิน กระโดดข้ามด่านต้านอำนาจเพื่อรับมือภารกิจร้อนโดยอัตโนมัติฤกษ์นับหนึ่งในพิธีกรรมเข้าสู่ยุครัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส”โดยประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผวันที่ 15 มีนาคม จะมีการประชุมสภาฯเพื่อโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯปักหมุดชื่อของนายโสภณ ซารัมย์ ส่งตรงจากเขากระโดง บุรีรัมย์และก็ข้ามช็อตล่วงหน้าไปถึงคิวโหวตชื่อของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี ที่ล็อกปฏิทินอีก 4 วันถัดไปในวันที่ 19 มีนาคมเชื่อขนมกินได้ล่วงหน้า ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแต่ที่จะเป็นไฮไลต์จริงๆมันอยู่ที่การจัดโพย ครม. รายการแย่งติ้วเก้าอี้รัฐมนตรีในทีม “อนุทิน 2 พลัส” ที่ในไทม์ไลน์ล็อกไว้คร่าวๆได้เห็นโฉมก่อนวันสงกรานต์ทิ้งช่วงอีกนานนับเดือน กว่าจะนิ่งต้องกลิ้งหลายตลบตามฟอร์มธรรมชาตินักเลือกตั้งอาชีพแบบไทยๆ การจัดโผรัฐมนตรี เกมเก้าอี้ดนตรีไม่เคยจบง่ายๆณ เวลานี้การันตีความชัวร์ได้แค่โซนคนนอก “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ “ดร.ปื๊ด” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายนอกนั้นอย่าเพิ่งจองโต๊ะจีนฉลองล่วงหน้า เสี่ยงฟาวล์หน้าแตกกับปรากฏการณ์แปลกๆที่โพยว่อนมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ลัดคิวเลือกประธานสภาตัดหน้าคิวโหวตเลือกนายกฯ“ทีมข่าวรวมกันเฉพาะกิจ” ปล่อยชื่ออ้างอิงสัญญาณตรงจากเขากระโดงมันแค่ชั่วโมงแรกของเหลี่ยม “ต่อรอง” กระตุกสัญญาณ “เรียกของ” กันจนโค้งสุดท้ายทั้งหมดทั้งปวงยึดตามภาพข่าวเป็นทางการ นับหนึ่งจากช็อตที่ “นายกฯหนู” เพิ่งให้การต้อนรับ “เสี่ยหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย การันตีสถานะพรรคร่วมรัฐบาลอันดับสองนำซองใส่ชื่อรองประธานสภาฯกับแคนดิเดตรัฐมนตรีมาส่งให้ถึงที่พรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการมอบสิทธิขาดให้ “นายกฯอนุทิน” ในการสแกนคุณสมบัติเบื้องต้นประทับภาพเป็นความแปลกใหม่ของกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคแกนนำมี สส.มากถึง 192 เสียง “กระชับอำนาจ” ในการเช็กโพยรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลก่อน ไม่ใช่ส่งใครมาก็ประทับตราให้เหมือนในอดีตเปลี่ยนจารีตการเมืองแบบไทยๆ ก่อ “บรรทัดฐานใหม่”ฉีกกฎกติกาเดิมๆ เพิ่มเติมคือการโชว์เครื่องกรอง “มาตรฐานจริยธรรม” ที่ตั้งค่าไว้สูงลิบ ตามประกาศิตของ “นายกฯอนุทิน” ส่งสัญญาณออกอากาศซ้ำหลายรอบ ยึดกรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแน่นๆไม่ตั้งรัฐมนตรีที่เสี่ยงทำให้นายกฯเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเด็ดขาดโดยจังหวะยกระดับมาตรฐานจริยธรรม ที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมเด่นชัด จากปฏิบัติการสลัดทิ้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า “บิ๊กบราเธอร์” พรรคกล้าธรรม ตกขบวนรถไฟร่วมรัฐบาลจัดการ “บิ๊กคลีนนิ่ง” ตัดวงจรไฟช็อตตั้งแต่ต้นลมต่อเนื่องกับฉากถอนรากถอนโคน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่ล็อกนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลาพรรคกล้าธรรม ลูกน้องคนสนิทของ “ผู้กองนัส” ตามหมายจับคดีพนันออนไลน์ ฟอกเงินสลายสายสัมพันธ์ทางการเมืองไปพร้อมกับตัดการเชื่อมโยงสถานการณ์เคลียร์ภาพเทาต่อเนื่องกับการที่ “นายกฯหนู” ยืนยันในคำสั่งให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลุยออกหมายจับ “เบน สมิธ” ไฟเขียว ปปง.ไล่ยึดทรัพย์ก๊วนอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติมาตรการสลัดคราบเทาแบบเข้มข้นสมจริงสมจังถึงขนาดพาดโยงมาถึงการปล่อยทุ่นสกัดชื่อของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ในบัญชีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีภาพเซ็นเอ็มโอยูกับราชาอาชญากรเงินเทา ติดบ่วงคดีอื้อฉาวค้างอยู่ในดีเอสไอ“นายกฯหนู” ใช้ลีลามวยเด้งเชือก “ถีบสกัด” สลัดคราบเทา ยกระดับความใสทีม “อนุทิน 2 พลัส” โชว์หล่อกันโดยไม่ต้อง “ประแป้ง”แต่นั่นมันก็ยังจำกัดอยู่ในโซนภายนอกค่ายเซราะกราว การใช้ภาพชิ่งก๊วน “บิ๊ก บราเธอร์” ค่ายกล้าธรรม ประกอบกับการขี่คอพรรค เพื่อไทย ในการโชว์มาตรฐานด่านเข้มจริยธรรมยังไม่เพียงพอที่จะเคลียร์ภาพมอมแมมของก๊วนเขากระโดงซะทีเดียวด้วยมาตรฐานสังคมไทยยุคโซเชียลฯเขี้ยวทันนักการเมือง ไม่หลงเคลิ้มการสร้างภาพฉาบฉวยง่ายๆ ถ้าจะให้สังคมเชื่อมั่นจริงๆ มันจำเป็นต้องแสดงให้เห็นการจัดการจากภายในป้อมค่ายตัวเองก่อนใคร“อนุทิน ชาญวีรกูล” กับ “เนวิน ชิดชอบ” ต้องโชว์ให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วยตามสถานะผู้มีอำนาจสูงสุด คุมสิทธิเคาะโต๊ะเด็ดขาดในการจัดกระบวนทัพก๊วนเซราะกราวยี่ห้อ 2 น.ต้องเข้มด่านจริยธรรม สูงกว่าคนอื่นเป็น 2–3 เท่าไม่ใช่ไม่ทันไรก็ไต๋โผล่ โดนล็อกเป้า “กลบแผลเน่าใน” ประชาชนรุมจับตาเก้าอี้ รมว.พลังงาน ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์สำคัญต่อสถานการณ์วิกฤติพลังงานในภาวะสงครามแต่กลายเป็นแค่รายการเบี่ยงปม “วีรกรรมก๊วนสุดซอย”ชื่อพลิกไปพลิกมาระหว่างชื่อของ “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลูกเลี้ยง “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่ม็อบ กปปส. กับ “เสี่ยท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา หัวขบวนกลุ่มเลือดสุพรรณฯข่าววงในกระฉ่อนวงนอก “กลสลับไพ่” กระทรวงพลังงานกับกระทรวงอุตสาหกรรมตามจังหวะเบี่ยงแรงกระแทกจากรัฐบาลปักกิ่งที่ส่งสัญญาณผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯยื่นโนติสถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซีเรียสในระดับพิธีการทางการทูตชี้เป้านักการเมืองไทยใช้อำนาจ “ทุบ” นักลงทุนจีนอย่างไม่เป็นธรรมแทนที่จะจัดการตามมาตรฐานด่านจริยธรรม เหมือนที่ตั้งแง่ใส่ป้อมค่ายการเมืองอื่น ภาพมันหักมุมชัด 2 น.เล่นกล หลบสัญญาณร้อนจากจีนแผ่นดินใหญ่ หนีไม่พ้นปมเสี่ยงปัญหาการดีลงานระหว่างประเทศในอนาคต“อนุทิน 2 พลัส” หนีไม่พ้นเกมผลประโยชน์การยกด่านจริยธรรมโชว์ฟอร์มหรูเอาจริงๆมันก็แค่ปาหี่ ฉากลิเก ตบตาคนดูเท่านั้น."ทีมการเมือง"คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม