พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในงานวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกว่า ทั่วโลกให้ความสนใจเรื่องปัญหาการฆ่าตัวตายมากขึ้น เนื่องจากประสบวิกฤติขนาดใหญ่ คือ โควิด-19 ส่งผลกระทบวงกว้างทั้งผู้ป่วย สังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว ทั้งนี้ จากข้อมูลฐานใบมรณะบัตร ฐานข้อมูลการเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลและระบบรายงานการฆ่าตัวตาย พบว่าแนวโน้มสูงขึ้นในปี 63-64อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ปี 63 อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 7 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากไม่ทำอะไรจะขึ้นไปที่อัตรา 9 คนต่อแสนประชากร และเมื่อมีการรวมข้อมูลใหม่ จะเห็นว่าปี 63 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 10 คนต่อแสนประชากร และปี 64 ก็น่าจะแตะที่ 10 คนต่อแสนประชากร ดังนั้น ยุทธศาสตร์การป้องกันการฆ่าตัวตายปี 2564-2565 ตั้งเป้าที่ลดการฆ่าตัวตายสำเร็จไม่เกิน 8 คนต่อแสนประชากร โดยเฝ้าระวังทั่วประเทศ แต่เฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 25 จังหวัด อาทิ ลำพูน กาฬสินธุ์ สงขลา นครสวรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ กรณีคนตกงาน ว่างงาน ขาดรายได้ โดยใช้ทีมสุขภาพจิตเคลื่อนที่เร็ว (MCATT) เข้าไปค้นหาเชิงรุก และเชื่อมต่อเข้าระบบสุขภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาตรวจวัดระดับสุขภาพจิตที่ mental health check-in ทั้งนี้ขอย้ำว่าการฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ป้องกันได้.