ที่กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า ในการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ต้องยอมรับว่าครูคือบุคลากรด่านหน้าที่ทำงานอย่างหนัก เพราะต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาตนมีมาตรการลดภาระงานครู เพื่อจะได้เตรียมการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการลดภาระนักเรียน ให้การบ้านเท่าที่จำเป็น เน้นหลักฐานการเรียนรู้มากกว่าการสอบรมว.ศธ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขอให้สถาน ศึกษาเร่งจัดสรรเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาทให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียน และจะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ส่วนประเด็นโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลให้สถานศึกษาอัดคลิปนักเรียนขอบคุณรัฐบาลแจกเงินเยียวยานั้น เรื่องนี้ไม่ได้มีข้อสั่งการจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่อย่างใด ขอฝากผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯได้ไปทำความเข้าใจถึงนโยบายการศึกษาที่อาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสารจนส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครองด้วย ส่วนการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือน พ.ย.นี้ ตนมีแนวทางที่จะเปิดภาคเรียนที่ 2 เพื่อให้นักเรียนได้มาเรียนที่โรงเรียน เพราะถือเป็นการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด แต่การเปิดเรียนจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพด้วย ซึ่งได้มอบหมาย สพฐ.ไปสำรวจข้อมูลนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป พร้อมความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้ารับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ตามแผนการจัดสรรวัคซีนไตรมาส 4 ของรัฐบาลที่จะมาในปลายเดือน ก.ย.นี้“ขณะเดียวกันจะหารือกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดมาตรการร่วมในการเปิดภาคเรียน เช่น ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แต่ในอำเภอหรือหมู่บ้านไม่มีการระบาดของเชื้อโควิดและเป็นพื้นที่สีเขียว จะมีการพิจารณาวางแผนให้เปิดเรียนที่โรงเรียนได้ เป็นต้น แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากชุมชนและคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดก่อน รวมถึงจะถอดบทเรียนการเปิดเรียนที่โรงเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรกในภาคเรียนที่ 2/2563 ที่ผ่านมาด้วย” น.ส.ตรีนุชกล่าว.