จากความชื่นชอบในการชิมอาหารและปรุงอาหารได้พาให้หนุ่มคนนี้ “อิทธิ นิตยาพร” ก้าวเข้าไปสู่อาชีพเชฟอันเป็นที่รัก ทำมาตลอดชีวิตจนก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง EXECUTIVE SOUS CHEF และพร้อมที่จะเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว มุ่งพัฒนาตัวเองและก้าวเดินทำในสิ่งใหม่ๆ ไม่หยุดอยู่กับที่ อิทธิ นิตยาพร หรือ “เชฟอ่ำ” EXECUTIVE SOUS CHEF โรงแรมดัง เล่าถึงเส้นทางชีวิตตนเองว่าที่ตนรักการทำอาหารมาจากคุณย่า ที่ชอบทำอาหาร ซึ่งคุณย่าเลี้ยงมาตอนเด็ก เลยคุ้นเคยกับการเดินเข้าเดินออกครัว แล้วตอนเด็กค่อนข้างอ้วน ชอบทาน พอไปอยู่ ร.ร.ประจำที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้มาลองทำกินกับเพื่อนๆบ้าง แล้วพอเรียนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวรรณคดีอังกฤษ ตอนนั้นยังไม่รู้จะทำอะไร แต่ได้ยินเพื่อนๆ บ่นถึงการทำงานว่าเบื่อและเครียด เลยทำให้ตนรู้สึกว่า เราสนุกไปกับการทำอาหาร เลยบอกที่บ้านว่า เราอยากไปเรียนทำอาหารต่อ ซึ่งการเรียนทำอาหาร สมัยก่อนยังไม่ดังเท่ายุคนี้ พอศึกษาหาโรงเรียน จึงได้ไปเรียนสถาบันสอนอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ปารีส (LE CORDON BLEU PARIS) ที่ฝรั่งเศส โดยตนได้เรียนทั้งอาหารคาวและหวาน รวมระยะเวลาและฝึกงานด้วยกว่า 2 ปี จากนั้นจึงได้กลับมาเมืองไทยและได้ทำงานเป็นเชฟตั้งแต่ 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยได้มีประสบการณ์การทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมต่างๆ จนปัจจุบันเป็น EXECUTIVE SOUS CHEF โรงแรมดังแถวสุขุมวิท แม้จะมีประสบการณ์การทำงานนานนับสิบปี แต่ เชฟอ่ำ ก็ไม่ได้หยุดในการกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยบอกว่าตนและเพื่อนเชฟอีก 2 คน มีความมุ่งมั่นในภารกิจในการหาช็อกโกแลตที่ดีในท้องถิ่นแทนช็อกโกแลตชั้นนำ ที่นำเข้าจากยุโรป แนวคิดนี้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อพูดคุยกับผู้คน เราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเมล็ดโกโก้ในประเทศไทยมามาก รวมทั้งการเดินทางไปเจอคนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในที่ต่างๆ โดยรวบรวมข้อมูลจนได้ทำแบรนด์ช็อกโกแลตที่ PRIDI ที่ใช้ส่วนผสมของเมืองไทยทั้งหมด ส่วนใหญ่เราใช้ของออร์แกนิกแล้วใช้ของแปรรูปน้อยที่สุด สามารถนำมาทำเครื่องดื่มและเป็นสแนคบาร์ โดยได้จำหน่ายในทุกช่องทางทั้งไลน์ และลาซาด้า ไลน์แมน และติดต่อได้ทาง Line : @Pridi_Cacaoและในฐานะที่เป็นเชฟใหญ่ เชฟอ่ำ ได้บอกถึงหลักของการทำงานของเชฟว่า ในการเข้ามาทำงานตรงนี้ ต้องบอกว่ามันอาจจะต่างจากที่เราคิด พอทำไปเรื่อยๆ เป้าหมายอาจจะเปลี่ยนไป เริ่มที่เราต้องการทำอาหาร แล้วมุ่งมั่นกับการทำอาหารออกไปจากครัว อาหารอยู่บนจานสวยงาม พอได้มาคุมครัว ได้มีส่วนดูในเรื่องการบริหาร ดูการเงิน ดูแลแขก ดูแลทีมงานกลายเป็นหัวหน้างาน การทำอาหารให้อร่อยเป็นส่วนหนึ่ง แล้วเราต้องดูแลความพึงพอใจของแขก การดูแลทีมงาน ทำงานมีความสุข แล้วเราต้องทำอาหารให้อร่อยอย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิมทุกวันน่าจะเป็นเรื่องหลักมากกว่า“ธุรกิจอาหารเป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ ผมเสนอวิธีการปรุงอาหารสมัยใหม่ ในการเตรียมการที่สมบูรณ์แบบ การเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้าและพัฒนาตนเอง แสวงหาสิ่งที่ดีที่สุด ปรุงรสอย่างดี วางแผนและดำเนินการอย่างมีระบบเป็นหมู่คณะ บนเมนูภายใต้เงื่อนไข ต้นทุน และการควบคุมคุณภาพอาหารคือเป้าหมาย หลักของผม”... หลักการทำงานของเชฟไฟแรงคนนี้.