เวลามีเรื่องพฤติกรรมไม่ดีของตำรวจ มันจะพาลมาถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจทุกครั้ง !ครั้งนี้ไม่ต่างกัน เพราะพฤติกรรมโหดของตำรวจกลุ่มเดียวสร้างแรงกระเพื่อมสาหัส ถึงขนาดติเรือทั้งโกลนฝ่ายการเมืองรีบเด้งรับ คณะกรรมาธิการ (กมธ.)ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาประกาศเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... หลังดองไว้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.64 มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้-กำหนดให้ตำรวจเป็นตำรวจที่มียศและไม่มียศเช่นเดียวกับทหาร–แบ่งอัตรากำลังตำรวจที่บรรจุแล้ว 210,000 อัตรา เป็น 5 กลุ่มสายงาน ประกอบด้วย กลุ่มอำนวยการ กลุ่มธุรการและการสนับสนุน กลุ่มสอบสวน กลุ่มป้องกันและปราบปราม กลุ่มวิชาชีพเฉพาะ-รับรองสถานภาพสถานีตำรวจเป็นครั้งแรก ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในสถานีจะถูกสั่งไปช่วยราชการที่อื่นไม่ได้ เว้นผู้บังคับบัญชาจัดกำลังอื่นมาเสริม เพื่อไม่ให้กำลังตำรวจขาดแคลน–ผ่องถ่ายภารกิจบางภารกิจ เช่น ตำรวจป่าไม้ ตำรวจรถไฟ ตำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โอนกลับไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนด-การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต้องคำนึงถึงอาวุโส ความรู้ความสามารถและความประพฤติ นำเอาความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่ประเมินแล้วมาประกอบการพิจารณา ขั้นต้นกำหนดว่า ระดับรองสว.-รอง ผกก.ให้ยึดหลักอาวุโสร้อยละ 33 พล.ต.ต.-พล.ต.ท.ให้ยึดหลักอาวุโสร้อยละ 50 ส่วนผู้ช่วย ผบ.ตร.-รอง ผบ.ตร.ให้ยึดหลักอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์–ยุบรวม ก.ต.ช. และ ก.ตร. เป็นชุดเดียว เรียกว่า “คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ”-ตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่ตำรวจ 7 คน สรรหาจากประธานศาลปกครอง รองประธานศาลฎีกาและผู้ทรงคุณวุฒิอื่นที่ไม่ใช่ตำรวจ รับเรื่องร้องเรียนการบริหารงานตำรวจ-ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนข้าราชการตำรวจ (กร.ตร.) ประกอบด้วยจากบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่มีจเรตำรวจแห่งชาติเป็นเลขานุการ รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน...เท่าที่ดู ถูกใจเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายมากสุด เพื่อป้องกันการจ่ายเงินวิ่งเต้น!แต่ขอฟันธง ณ ตอนนี้เลยว่า ข้อนี้ไม่ผ่าน?สหบาท