นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากการที่ พม.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริหารภาวะวิกฤติโควิด-19 เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน ไร้บ้าน และผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งการสื่อสารสังคม การรายงานและติดตามผลการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจนสิ้นสุดกระบวนการโดยทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริหารภาวะวิกฤติโควิด-19 ระดับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อประสานการช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 64-19 ส.ค.64 ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้ป่วยโควิด-19 และประสบปัญหาทางสังคมทั่วประเทศ รวม 44,847 รายปลัด พม.กล่าวต่อว่า พม.ทำงานประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน มูลนิธิต่างๆ ตลอดทั้งสื่อมวลชน เป็นในพื้นที่ กทม. 6,717 ราย และส่วนภูมิภาค 38,130 ราย โดยแบ่งเป็น 1.เด็กและเยาวชน 7,950 ราย 2.คนพิการ 8,698 ราย 3.ผู้สูงอายุ 6,650 ราย 4.ผู้ป่วยติดเตียงและป่วยเรื้อรัง 555 ราย5.คนเร่ร่อนและคนไร้ที่พึ่ง 1,787 ราย 6.สตรีตั้งครรภ์ 97 ราย และ 7.ผู้ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ 19,110 ราย สำหรับการช่วยเหลือมีทั้งกระบวนการสังคมสงเคราะห์ การให้คำปรึกษา ประสานส่งกลับภูมิลำเนา ประสานส่งต่อ มอบเครื่องอุปโภคและบริโภค การช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ 42,034,163 บาท และประสานกระบวนการสาธารณสุข ทั้งการตรวจเชื้อ การรักษา ฉีดวัคซีน และจัดหาที่พักชั่วคราวและศูนย์พักคอย.