เมื่อวิเคราะห์จาก จำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน กับ จำนวนโรงพยาบาลและเตียง ที่จะรักษาคนป่วยโควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่มากกว่า การฉีดวัคซีน ด้วยซ้ำ หรือการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกเพราะตรวจไปแล้วก็ไม่มีคำตอบว่าจะเอาอย่างไรต่อ จะให้เข้าโครงการกักตัวอยู่กับบ้าน หรือให้กักตัวในชุมชน หรือพาคนกลับบ้าน ปัญหาในรายละเอียดตามมาเยอะแยะ รัฐเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่อสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยการสนับสนุนต่างๆ สุดท้ายก็ไม่ต่างจากการรอการรักษาตามยถากรรมจำนวนคนป่วยโควิดอย่างเป็นทางการที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม จำนวนกว่า 210,943 ราย กับจำนวนคนที่หายป่วยกลับบ้านได้ สัดส่วนของคนที่เข้ารับการรักษามากกว่าคนที่หายกลับบ้าน เพราะผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างน้อยก็ 14 วัน แต่คนที่ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นทุกวัน วันละประมาณ 2 หมื่นคน อย่างไรเสีย เตียงคนไข้ก็ไม่พอ ไม่นับห้องผู้ป่วยฉุกเฉินหรือห้องไอซียู เมื่อคนป่วยสะสมเพิ่ม ความรุนแรงเพิ่ม แต่ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลลดลง จำนวนผู้เสียชีวิตจึงเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีข้อสงสัยยืนพื้นว่า ประเทศไทย จะมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม หลักล้าน และมีผู้เสียชีวิตสะสม หลักหมื่น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำแนะนำทางการแพทย์คือให้ใช้ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้น คือล็อกดาวน์ไปเลยสองชั้นสามชั้น แล้วให้ ระดมการฉีดวัคซีน ให้มากที่สุด แต่ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ วัคซีน มีไม่พอทันความต้องการ ไม่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพไปปราบโควิด อย่างไรก็แพ้วันยังค่ำในบางประเทศที่ได้รับวัคซีนมากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แม้จะพบว่ามีการติดเชื้ออยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง กลับมาระบาดรอบสองรอบสาม แต่ที่สังเกตพบคือ การเสียชีวิตลดลง เมื่อเทียบกับก่อนที่จะมีการระดมฉีดวัคซีน นั่นหมายถึงว่าสามารถที่จะเอาชนะโควิดในยกแรกได้แล้วเพราะฉะนั้น ความกังวลในระดับต่อไป คือ อัตราผู้เสียชีวิตและยาที่ใช้ในการรักษาโควิด-19 โดยตรง ที่สามารถทำให้ผู้ป่วยไม่ถึงขั้นต้องเสียชีวิต ถึงกระนั้น ในต่างประเทศ อย่างสหรัฐฯ มีความเห็นจากที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาว Dr.Anthony Fauci ว่า การฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องยอมรับว่า วัคซีนเชื้อตาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า วัคซีนเทคโนโลยีไวรัสเป็นพาหะ และ เทคโนโลยี mRNA แต่วัคซีนทุกชนิดมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อลดลง เมื่อต้องรับมือกับ ไวรัสสายพันธุ์เดลตา แม้จะสามารถป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้ก็ตามวัคซีนทุกชนิดจะมีระดับภูมิคุ้มกันลดลงเมื่อฉีดครบสองเข็มแล้วเป็นเวลา 3-6 เดือน สหรัฐฯเริ่มใช้วัคซีนเข็ม 3 กับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ในอิสราเอลฉีดวัคซีนคุณภาพได้ครอบคลุมมากที่สุดก็ยังต้องฉีดเข็มที่ 3 ต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันข้อมูลจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันคลินิก นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ จึงน่าเชื่อถือได้แน่นอน ปัญหาคือชาวบ้านอย่างเราๆจะไปหาวัคซีนเข็ม 3 ได้ที่ไหน ถ้าคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันหมู่ได้ทันกับโรค เข็ม 1 เข็ม 2 ยังไม่ได้สัมผัส สถานการณ์วิกฤติโควิดคงมีแต่เพิ่มไม่มีลด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th