การระดมฉีดวัคซีนของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะระดมฉีดให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปให้ครบ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงว่า จะเป็นวัคซีนมีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพ หรือจะเป็นเข็ม 3 ก็ยังน่ากังวลว่าจะมีปัญหา ขณะนี้รัฐบาลได้ทำการฉีดวัคซีนไปแล้ว กว่า 22 ล้านโดส จาก 100 ล้านโดส ในขณะที่เหลือระยะเวลาที่จะฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ครบร้อยละ 60-70 เหลืออีกประมาณ 120 วัน จึงจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า วันละ 666,000 โดสต่อเนื่องทุกวัน ปัญหาคือ จำนวนวัคซีน และ บุคลากรทางการแพทย์ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน หลายโรงพยาบาลที่ใช้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีน เช่น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต เผยแพร่ข้อความว่า เวลานี้วัคซีนที่ได้รับส่วนแบ่งมาจากรัฐ หมดแล้ว ไม่มีพอที่จะฉีดให้กับประชาชนแล้ว อย่าว่าแต่ประชาชนเลยบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเองก็ยังฉีดไม่ครบ อีกหลายโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนก็มีอาการเดียวกัน คือ วัคซีนไม่พอ บุคลากรทางการแพทย์ไม่พร้อม การให้ความหวังของรัฐบาล ศบค. กระทรวงสาธารณสุข จะอนุมัติเงินมัดจำซื้อวัคซีนเท่านั้นเท่านี้ จะมีจำนวนวัคซีนที่สั่งจองเท่านั้นเท่านี้ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามแผน ผลในทางปฏิบัติ ตรงกันข้ามกับนโยบาย ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในนโยบายและเกิดความล้มเหลวในระบบสาธารณสุขตามมาความสับสนของประชาชน เปิดให้วอล์กอิน ไปฉีดวัคซีนในบางสถานที่ แต่อีกหลายพื้นที่ แม้แต่จองวัคซีนทางเลือก ยอมควักกระเป๋าจ่ายเองไม่รบกวนรัฐบาล ก็ยังไม่มีที่จองที่ฉีด เข็มแรก ยังไม่เคยสัมผัส มากกว่าครึ่งของประชากรเป้าหมายด้วยซ้ำ ที่ยังไม่เห็นโอกาสในการเข้ารับวัคซีนต่างจากในต่างประเทศ เช่น อังกฤษมีรถสาธารณสุขฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปตามชุมชนต่างๆ แค่แสดงบัตรประชาชนก็เข้าไปฉีดวัคซีนได้เลย ไม่ต้องจอง ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องมานั่งซักประวัติความดันเบาหวานให้เมื่อยตุ้ม หรืออย่างชุดตรวจ ATK แจกตามครัวเรือนต่างๆ พอใช้ได้ทั้งครอบครัวไม่ต้องไปซื้อของแพงตามร้านขายยา หรือใครที่สะดวกจะไปซื้อใช้เองก็ซื้อในราคามาตรฐาน ไม่ต้องมีโควตาหรือข้อจำกัดว่าจะซื้อได้ครอบครัวละเท่านั้นเท่านี้อเมริกา ฝรั่งเศส ก็เหมือนกัน ระดมฉีดวัคซีนระดมฉีดจริงๆ ไม่มีกั๊กเอาไว้ให้ วีวีไอพี ไม่มีบัญชีผี ไม่มีใครได้ก่อนได้หลัง เสมอภาคและเท่าเทียม วัคซีนคุณภาพ ชุดตรวจคุณภาพ ถ้าไม่มีการรับรองไม่มี ทางให้หลุดรอดมาใช้กับประชาชนเด็ดขาด โดยเฉพาะองค์การด้านสาธารณสุขของประเทศเหล่านี้เข้มงวดมาก ไม่เฉพาะเรื่องของยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เท่านั้น เรื่องของการอุปโภคบริโภคทุกอย่างเขาเข้มงวดมาก ทุกอย่างต้องเป็นมาตรฐานมาตรการที่ประเทศเหล่านี้ ออกมาใช้บังคับในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อะไรก็ตามที่เป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คุกคามสิทธิส่วนตัว เช่นที่ ฝรั่งเศส ห้ามคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้าไปนั่งรับประทานอาหารในร้าน คนเขาลุกฮือขึ้นมาประท้วงใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ สุดท้าย รัฐบาลมาครง ก็ต้องยอมถอย ทั้งๆ ที่ช่วงแรกๆออกมาตำหนิคนที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน เพราะประเทศประชาธิปไตยเหล่านี้ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางสำหรับประเทศที่ค่อนข้างจะเผด็จการ ก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่ ทำอะไรตรงกันข้ามทุกอย่าง ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอำนาจ ไม่ยอมรับความผิดพลาด มองแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก ที่สำคัญคือไล่อย่างไรก็ไม่ออก.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th