เหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสามแยกอ่อนนุช 17 สาขาพัฒนาการ 38 และร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขา พัฒนาการ 38 ห่างกัน 1 กิโลเมตร พบว่าคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทา เบาะสีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนคาดว่าคนร้ายคนเดียวกันพล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.สมศักดิ์ มงคลคุณากร ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.บริบูรณ์ เติมประยูร สั่งให้ พ.ต.ท.ชานนท์ บรรพกาญจน์ สว.สส.สน.คลองตัน สืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด ร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 แห่งตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีโดยอาศัยกล้องวงจรปิดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้ติดตั้งในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พบรถ จยย.ที่ผู้ก่อเหตุขี่มาจอดที่กลางซอยอ่อนนุช 46 แยก 1 พ.ต.ต.วิสูตร เฝ้าที่รถ จยย.พบผู้ใช้รถ จยย.ออกมา ชุดสืบสวนขอตรวจค้นพบหมวกกันน็อกและเครื่องแต่งกายที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุขยายผลเข้ายึดของกลางเพิ่มได้ที่ห้องพักผู้ต้องหาเลขที่ 314 ชั้น 3 มิตรภาพแมนชั่น แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง นายซูกิปรี ดอเลาะ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาอยู่บ้านเลขที่ 132/1 หมู่ที่ 4 ตําบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านเซเว่นฯ ทั้ง 2 แห่งจริงเพราะติดหนี้พนันออนไลน์รับสารภาพว่า การบุกจี้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อหาเงินใช้หนี้การพนันออนไลน์ ก่อนหน้ามีอาชีพรับจ้าง ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดทําให้ขาดรายได้จึงมาก่อเหตุ ตั้งใจจะเอาเงินที่ได้ใช้หนี้ จ่ายค่าหอพักที่ค้างไว้หลายเดือน ชุดสืบสวน สน.คลองตัน ใช้เวลา 1 วันในการสืบสวนด้วย “กล้องวงจรปิด” ไล่ล่าจับคนร้ายเป็นอีกคดีที่น่าเป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 และความนิยมการพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดหนัก เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย คนที่ตกงาน ขาดรายได้จากพิษโควิด-19 และคนที่ติดหนี้พนันออนไลน์ต้องหันมาก่อเหตุเพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัว ส่วนคนที่ตกเป็นทาสพนันต้องหาเงินมาใช้หนี้พนันออนไลน์เป็นมหันตภัยที่อยู่ใกล้ตัวมาก ร้านค้า สถานบริการ หมู่บ้านพักอาศัย จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต อย่างน้อยต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ง่ายๆ ในการหาเครื่องมือที่ทันสมัยมาป้องกันคนร้ายที่เพิ่มสูงมากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน ช่วยกันหาเครื่องมือมาช่วยงานตำรวจที่ขาดแคลนกำลัง“กล้องวงจรปิด” ที่ถูกติดตั้งพื้นที่เสี่ยง เป็นช่องทางเฝ้าระวัง และติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุหลายคดีปิดได้จาก...กล้องวงจรปิด.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th