สสจ.กำแพงเพชร แถลงแจงกรณีมีผู้โพสต์ โซเชียลประจานพฤติกรรมฉาวอมค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัยของบุคลากรด่านหน้าสู้ภัยโควิดจำนวนกว่า 12.7 ล้านบาท ยอมรับเป็นฝีมือสาวนักวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานสาธารณสุข โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง 3 บัญชี สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งมอบอำนาจนิติกรแจ้งความดำเนินคดี และอายัดบัญชีไว้แล้ว เตรียมนำเงินสำรอง 15 ล้านบาท เบิกจ่ายไปก่อน ลั่นเงินทุกบาททุกสตางค์ต้องตามคืนมาให้ครบถ้วน ขณะที่ตำรวจเตรียมเรียกผู้ถูกกล่าวหาสอบปากคำสัปดาห์หน้าพฤติกรรมฉาวซ้ำเติมบุคลากรด่านหน้าสู้ภัยโควิด-19 หลังโซเชียลประจานมีการโกงเงินค่าเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในโรงพยาบาลหลัก และโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ของจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่สำนักสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร นพ.ปริญญา นากปุณบุตร สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร (สสจ.กำแพงเพชร) แถลงถึงกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Daungdaow Daow Kerdphong” โพสต์ภาพข้อความ “จังหวัดกำแพงเพชร มีการโกงเงินค่าเสี่ยงภัยของ รพ.กพ.และค่า พตส.ของ รพช.ประมาณ 12 ล้านบาท เบื้องบนห้ามไม่ให้บุคลากรฯ โพส โดนสั่งให้ลบจ้า... อส” ว่า ข้อมูลตามโพสต์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรียบร้อยแล้วนพ.ปริญญา นากปุณบุตร สสจ.กำแพงเพชร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทางการเงินในช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบการเบิกจ่ายไม่ตรงกับความเป็นจริง เงินจำนวน 12,738,415.53 บาท ถูกโอนเข้าในบัญชีของนางวิสาข์ อ่ำพุธ อายุ 38 ปี นักวิชาการเงินและบัญชีสำนักงานสาธารณสุข จำนวน 3 บัญชีด้วยกัน เงินดังกล่าวเป็นเงินที่โอนมาจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ในกิจการโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด-19 แก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ที่ทำงานทั่วทั้งจังหวัดกำแพงเพชร จะแจกจ่ายให้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และหลังจากที่ทราบข่าวสสจ.กำแพงเพชรกล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกจากทางราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เสนอไปยังจังหวัดตามขั้นตอน และได้มอบอำนาจให้นิติกร สสจ.กำแพงเพชร เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และแจ้งอายัดบัญชีของข้าราชการดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ขณะนี้กำลังพิจารณางบประมาณที่มีสำรองอยู่ 15 ล้านบาท เพื่อเบิกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่เกี่ยวกับโควิด-19 ในช่วงของเดือนเม.ย.-มิ.ย.64 เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำผิดในส่วนตัวบุคคลเพียงคนเดียว ส่วนเงินหลวงกว่า 12 ล้านบาทที่หายไปจะต้องติดตามกลับมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ส่วนกระทำผิดดังกล่าวมีคนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ต้องฟังผลสอบสวนหาข้อเท็จจริงก่อนด้านนายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และมีการแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว ในลำดับต่อไปทางจังหวัดก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต้องสอบข้อเท็จจริงหาผู้รับผิดชอบทางแพ่งหรือทางละเมิดเงินของหลวงต่อไป เมื่อสอบแล้วพบว่ามีใครเกี่ยวข้อง หรือข้าราชการคนใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้ดำเนินการเยียวยาเงินค่าตอบแทนต่างๆที่บุคลากรทางการแพทย์จะได้รับทันทีพ.ต.ท.ไพฑูรย์ นัยเจริญ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกําแพงเพชร เปิดเผยเรื่องเดียวกันว่า นิติกร สสจ.กำแพงเพชร ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไพศาล วรรณชัย สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร เมื่อตอนบ่ายวันที่ 5 ส.ค. พร้อมมอบเอกสารหลักฐานจำนวนหนึ่งไว้ประกอบสำนวนการสอบสวน พ.ต.ท.ไพศาลได้ทำหนังสืออายัดบัญชีเงินฝากของผู้ถูกกล่าวหาที่รับโอนเงินที่ถูกยักยอก เพื่อระงับการเบิกจ่ายพร้อมจะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี คาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ สสจ.กำแพงเพชรที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ ส่วนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะเรียกมาให้ปากคำสัปดาห์หน้า เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.กำแพงเพชร เพื่อเรียกเจ้าตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปผู้สื่อข่าวไปที่บ้านพักของนางวิสาข์ อ่ำพุธ เลขที่ 26/97 หมู่ 1 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดเหตุ มีคนในบ้านอ้างเป็นน้องสาวของนางวิสาข์ แจ้งว่า นางวิสาข์ยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล และยืนยันว่านางวิสาข์อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ไม่ได้หนีไปไหน กำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปให้ข้อมูล