ล็อกดาวน์สเต็ปแรกเอาไม่อยู่ หลักฐานความล้มเหลวที่กองอยู่ตรงหน้า ตัวเลขปัจจุบันผู้ติดเชื้อโควิดรายวันปาเข้าไป 17,000 กว่าคน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตปักหลักอยู่ที่ 100 กว่าคนต่อวันนี่แค่ตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการ ไม่นับรวมตัวเลขไม่เป็นทางการ จากการตรวจเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK) ที่ไม่ถูกนับรวมเข้ามาอยู่ในระบบคัดกรองเบ็ดเสร็จจำนวนตัวเลขของจริงผู้ป่วยรายใหม่อาจมากกว่ายอดที่แถลงรายวันหลายเท่าตัว สภาวะชวนสยองขวัญจนไม่กล้าคิดว่า เส้นกราฟแห่งความเป็นจริงจะทะลุเพดานไปไกลแค่ไหนแล้วไม่แคล้วต้องยกระดับมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มความเข้มข้นต่อไป ประชาชนต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับแรงกระแทกหนักอีกระลอก ไม่มีอะไรการันตีเจ็บแล้วจะจบ หรือเจ็บแล้วเจ็บอีกตราบใดที่การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทั้งการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ การรักษาพยาบาลดูแลผู้ป่วย การจัดหาและฉีดวัคซีน ยังไม่ทันกาลกับความเป็นความตายของประชาชน การแก้ปัญหาไวรัสร้ายอืดอาด ไม่ต่างจากที่โลกโซเชียลกล่าวขาน แก้โควิดไม่ไวเท่าเอาผิดประชาชนอย่างที่เห็นปรากฏการณ์ทัวร์ลง องค์กรสื่อผนึกกำลัง ถล่ม “บิ๊กตู่” บี้ให้ยกเลิกการใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อในการเสนอข่าวผวาการใช้อำนาจล่อแหลมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากการทำหน้าที่สื่อมวลชน การเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว แม้เป็นเรื่องจริง อาจถูกตีความเป็นเฟกนิวส์ เสี่ยงคุกตะรางเอาได้ง่ายๆกองทัพสื่อฮือต้านอำนาจพิเศษ คัดค้านคำสั่งปิดหู ปิดปาก ปิดตาประชาชน รัฐบาลเลือกทุบกระจกสะท้อนการทำงาน แก้โจทย์ไม่ตรงจุด ไม่จัดลำดับความสำคัญของการแก้ปัญหาทั้งดาราและสื่อตั้งท่าบอยคอตรัฐบาล สถานการณ์ที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งแย่ ผู้นำเมาหมัดโควิดหนัก ทำงานสะเปะสะปะกันไปหมด ความเชื่อมั่นแทบไม่เหลือในสายตาประชาชน ความศรัทธาก็ใกล้ถูกตอกฝาโลงแม้กระทั่งสลิ่มตัวพ่อที่คอยเถียงคอเป็นเอ็นแทนให้ก็ยังทนไม่ได้ ค้ำจุนกันต่อไปไม่ไหวมิตรที่มีอยู่ร่อยหรอ สัมพันธภาพพรรคร่วมรัฐบาลก็ง่อนแง่น “พลังประชารัฐ–ภูมิใจไทย” ระหองระแหงถี่กันติดๆ ตั้งแต่การโยนความผิดเรื่องการเจรจานำเข้าวัคซีน เรื่องวัคซีนก้นขวดที่บุรีรัมย์ ล่าสุดก็ปล่อยข่าวเรื่องการยุบศูนย์ฉีดวัคซีนใหญ่ “สถานีกลางบางซื่อ” ค่ายพลังประชารัฐ-ค่ายเซราะกราวเปิดศึกล่อกันเละเทะ ภาวะความเป็นความตายของคนไทยถูกนำมาใช้ตัดแต้มคู่แข่ง แย่งซีนเพิ่มคะแนนให้ตัวเองในการทำงานการเมืองผสมโรงให้การแก้ปัญหาโควิดทุลักทุเล แต่คนซวยคือประชาชนแรงต้าน “ลุงตู่” โผล่รายวัน ลามไวไม่แพ้ไวรัส กระจายไปทุกระดับ ตั้งแต่คนรากหญ้า พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ เหล่าดารา สื่อมวลชน ทีมแพทย์ พยาบาลเติมความฮึกเหิมสารพัดม็อบเร่งเครื่องเผด็จศึกรัฐบาล มวลชนทุกกลุ่มออกอีเวนต์ไล่ผู้นำถี่ยิบกว่าเดิมปฏิกิริยาจากทุกกลุ่ม ทุกอาชีพไหลไปทางเดียวกัน หมดความอดทนกัปตันเรือเหล็กกลุ่มไทยไม่ทน-คาร์ม็อบ-ม็อบเด็กรุ่นใหม่-แกนนำเสื้อแดงรุ่นเดอะ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.ขยับเอกเซอร์ไซส์ขับไล่นายกฯในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเหมือนได้รับสัญญาณให้โหมหนักพร้อมๆกัน ในช่วงที่รัฐบาลกะปลกกะเปลี้ยเพลียแรงเต็มทีแม้กระทั่ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังร่วมทริปเช็กบิลขับไล่ “บิ๊กตู่” พ่วงไปกับการส่งซิกพิเศษ โยนหินถามทางเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย ปลุกประกายความหวังให้แฟนคลับเสื้อแดงเกมนอกสภาเคลื่อนหนักปลุกเร้าอารมณ์คนในสังคมไว้ล่วงหน้า รอให้ถึงจุดพีกสูงสุดตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ใช้ข้อมูลในสภาทุบซ้ำไฮไลต์เวทีซักฟอกไฟต์สำคัญที่มีประชาชนใจจดใจจ่อเฝ้าหน้าจอ ถ้าฝ่ายค้านมีข้อมูลเชิงลึก ฉายภาพให้เห็นความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโดนใจคนทั้งประเทศแม้เสียงในสภาจะเป็นรอง แต่เสียงประชาชนเป็นต่อ กับภาพความเป็นจริง จำนวนคนป่วย คนตายรายวัน ที่เห็นตำตา เป็นคำตอบสะท้อนประสิทธิภาพรัฐบาลที่ทุกคนรู้กันอยู่เต็มอก ไม่ต้องรอใบเสร็จมามัดผิดสัญญาณอันตรายรายล้อมจากในสภา นอกสภา และศรัทธาประชาชน ถึงจะฝ่าด่านในสภาไปได้ แต่ก็เสี่ยงร่วงจากหลังเสือได้ทุกเมื่อ!!!ทีมข่าวการเมือง