โควิด-19 เปลี่ยนวิธีคิดและวิถีชีวิตของคนจีนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้หนุ่มสาวชาวจีนเริ่มมีพฤติกรรมซื้ออาหารใกล้หมดอายุ เพราะต้องการมีส่วนร่วมในการบริโภคอย่างยั่งยืน ถ้าเป็นสมัยก่อน คนจีนที่ซื้ออาหารใกล้หมดอายุซึ่งถูกกว่าปกติร้อยละ 30-50 มักจะเป็นคนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ การทานอาหารใกล้หมดอายุกลายเป็นค่านิยมใหม่ เพื่อที่จะช่วยควบคุมขยะอาหาร ประหยัดทรัพยากร และปกป้องสิ่งแวดล้อมค่านิยมใหม่ของหนุ่มสาวทำให้มีร้านขายอาหารใกล้หมดอายุในจีนเกิดเป็นจำนวนมาก หลายบริษัทขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว เช่น บริษัทฮอตแม็กซ์ ที่เผลอแว้บแป๊บเดียว กระจายไปมากกว่า 200 สาขา แต่ละสาขามีลูกค้าเกิน 1,000 คนต่อวัน ร้านฮอตแม็กซ์ จะไปติดต่อซุปเปอร์มาร์เกตและแบรนด์อาหารที่มีชื่อเสียงเพื่อขอซื้ออาหารใกล้จะหมดอายุแล้วนำมาขายต่อในโลกออนไลน์ของจีนก็เต็มไปด้วยร้านขายอาหารออนไลน์ที่ขายสินค้าใกล้จะหมดอายุ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและความปลอดภัยด้านอาหารของมหาวิทยาลัยดังๆ ออกมาการันตีว่าอาหารใกล้หมดอายุปลอดภัยและช่วยป้องกันขยะอาหาร เรื่องนี้มีแต่คนสนับสนุน ภาครัฐของจีนเองก็แฮปปี้เพราะเดิมจีนมีปัญหาเรื่องอาหารเหลือทิ้งกรุงปักกิ่งเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมขยะที่ไม่ได้มาจากครัวเรือน (เช่น ขยะจากร้านอาหาร โรงแรม ตลาดเกษตร โรงอาหาร) มีการคำนวณแล้วว่าการกำจัดขยะในครัวที่ไม่ได้มาจากครัวเรือนอยู่ที่ 597 หยวน (3,000 บาท) ต่อตัน แต่เทศบาลกรุงปักกิ่งตั้งใจจะเก็บร้อยละ 50 ของราคาต้นทุนเฉลี่ย ก็คือประมาณ 1,500 บาทต่อตันประเทศไทยของเราก็ซื้อสินค้าจากจีนและส่งสินค้าไปขายที่จีนจำนวนมาก เราจึงต้องติดตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัยของจีนอย่างละเอียดต่อเนื่อง ร้านอาหารไทยในจีนมีประมาณ 3,000 แห่ง ทุกแห่งใช้สินค้าจากไทย ปัจจุบันมีสินค้าหลายประเภทที่ถูกห้ามนำเข้า สร้างความปั่นป่วนให้กับร้านอาหารไทยมากพอสมควรเดือนก่อนมีบริษัทไทยแห่งหนึ่งนำน้ำที่ใช้แล้วมารีไซเคิล และบรรจุกระป๋องขนาด 330 มิลลิลิตร ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ขอนำน้ำดื่มรีไซเคิลนี้ไปวางจำหน่ายในภัตตาคารเฟยไท่ชาน สาขากุ้ยหลิน สาขาฉางซา และสาขาอู่ฮั่น หลายคนอาจคิดว่าน้ำใช้แล้วที่นำมารีไซเคิลและบรรจุกระป๋องเพื่อเป็นน้ำดื่มไม่น่าจะขายในจีนได้ ทว่าผิดคาดครับ กลับเป็นน้ำดื่มกระป๋องที่ขายได้ดี คนจีนดื่มน้ำประเภทนี้เพราะค่านิยมรักษ์โลกอย่างที่ผมเรียนไปแล้วข้างต้นข้อมูลนี้ไม่ได้นำมาจากบทความที่ไหน แต่มาจากประสบการณ์จริงจากบริษัทของผมเอง นอกจากนั้นยังมีสินค้าอีกหลายอย่างที่ดูแล้วไม่น่าจะขายได้ ทว่าปรากฏว่าขายได้ดีในตลาดจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ขายสินค้าไทยของเรา ขายดีเพราะมีเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องรักษ์โลก เรื่องรักสุขภาพ เรื่องปราศจากสารปนเปื้อน หรือแม้แต่เรื่องสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์บริษัทจอยเอ็นโคเป็นเจ้าของภัตตาคารและสถานที่ขายสินค้าไทยเฟยไท่ชาน มีพนักงานชาวจีนเกือบ 200 คน ทุกคนได้รับการตักเตือนให้ตระหนักด้านสุขอนามัยในระดับสูงสุด เพราะปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ด้านโภชนาการและการสาธารณสุขของจีนตรวจสถานที่ขายอาหารโดยไม่บอกกล่าวเป็นประจำ ไม่ใช่ตรวจแค่หน้าที่ แต่ตรวจอย่างเอาจริงเอาจัง และอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อพบความบกพร่องก็จะตักเตือน ตักเตือนแล้วไม่แก้ไข ก็จะโดนสั่งปิด ตามด้วยโทษทางแพ่งและอาญาก่อนหน้าจะเกิดวิกฤติโควิด-19 คนจีนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ฟุ้งเฟ้อ อวดรวย แข่งขันด้านวัตถุ โชว์การทานสัตว์แปลกๆ หรือโชว์อาหารเต็มโต๊ะ แต่หลังจากเกิดโควิด-19 แล้ว พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเรื่องอันดับหนึ่งที่คนจีนตระหนักในขณะนี้คือเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารการกิน มีการใช้เงินเพื่อครอบครัวและสุขภาพมากขึ้นใครจะค้าขายกับจีนต้องรู้เรื่องแนวโน้มนี้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com