พท.ตีเหล็กตอนร้อน เร่งเกมยื่นซักฟอก รัฐบาลปลาย ก.ค. “สมพงษ์” ลั่นถึงเวลาเปิดโปง ความเสียหาย ผู้คนล้มตาย เซ่น “บิ๊กตู่” บริหารผิดพลาด ขุดแฉทุจริตเอื้อพวกพ้องตลอด 2 ปี “ประเสริฐ” จวกทุบเศรษฐกิจพังพินาศเดือนละ 2.6 แสนล้าน “ชลน่าน” หาช่องกฎหมายดำเนินคดีนายกฯข้อหาความผิดทางละเมิด จ้องเชือดทั้งอาญาและแพ่ง “ภูมิธรรม” ฟาดขายผ้าเอาหน้ารอดสละเงินเดือน “เสธ.อู้” โต้ ส.ว.ไม่ใจดำทอดทิ้งประชาชน “กิตติศักดิ์” โวยให้เป็นความสมัครใจ เมินกระแสกดดัน หลากขั้วหลายกลุ่มร่วมใจไล่ผู้นำ “ทนายนกเขา” ปลุก “ล็อกดาวน์ประยุทธ์ ปิดสวิตช์บิ๊กตู่” คาร์ม็อบ “สมบัติทัวร์” คึกคัก เคลื่อนขบวนฝ่าฝนบีบแตรตะเพิดผู้นำ บี้ “ปชป.-ภท.-พปชร.” เลิกอุ้มนายกฯ ยิ่งนับวันกระแสต่อต้านที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สืบเนื่องมาจากความล้มเหลวและด้อยประสิทธิภาพในการบริหารจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยจึงเร่งยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเร็วขึ้นพท.เร่งเครื่องยื่นซักฟอกปลาย ก.ค.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงท่าทีพรรคเพื่อไทยต่อการประกาศล็อกดาวน์ของ ศบค.เพื่อแก้วิกฤตการณ์เชื้อโควิด-19 ว่า รัฐบาลไม่มีความพร้อมต่อการรับมือสิ่งต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงน่าละอายที่สุดไม่สามารถยอมรับการบริหารของ รัฐบาลชุดนี้ได้ พรรคเพื่อไทยจึงมีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของบ้านเมืองมาชี้แจงรัฐบาลละเลยต่อชีวิตและเศรษฐกิจประชาชนนับวันผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่สามารถไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ พรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดโปงความเสียหายความผิดพลาดและการทุจริตเอื้อประโยชน์ของรัฐบาลที่กระทำมาตลอด 2 ปี โดยจะประชุมพรรควันที่ 13 ก.ค.หารือขอมติ ส.ส.พรรคพร้อมหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านเร็วๆนี้ ก่อนยื่นญัตติช่วงปลายเดือน ก.ค. แต่ต้องคำนึงด้วยว่ารวมตัวเพื่อประชุมได้หรือไม่ เมื่อถามว่าจะใช้ช่องทางอื่นๆนอกจากช่องทางรัฐสภาหรือไม่ โดยเฉพาะการรวบรวมชื่อประชาชนเหมือนพรรคไทยสร้างไทย นายสมพงษ์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยใช้ช่องทางรัฐสภาเป็นหลัก ส่วนช่องทางอื่นๆต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ที่แน่ๆพรรคไม่ร่วมกับพรรคไทยสร้างไทยจวกทุบ ศก.เจ๊งเดือนละ 2.6 แสนล้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการบริหารผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลสร้างความสูญเสียให้ประชาชน ทั้งที่เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องเยียวยาช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่รัฐบาลยังมีวงเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะการล็อกดาวน์มีต้นทุนสูงมากต่อระบบเศรษฐกิจความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 260,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือเกือบ 9,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นทุกวินาทีที่ล็อกดาวน์มีความหมายคือความทุกข์ร้อนของประชาชน พรรคเพื่อไทย จะประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้ากำหนดท่าทีและบทบาทร่วมกันเกี่ยวญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้มาตรการรัฐที่ประกาศมา ไม่มีมาตรการเยียวยา สะท้อนความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก การประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือนของ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าประชาชนต้องทนอยู่กับนายกฯอีก 3 เดือน ถ้าแน่จริงต้องสละตำแหน่งนายกฯไปเลย ประชาชนจะยินดีกว่านี้ ประชาชนอยากได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ หาช่องฟ้องนายกฯฟันอาญา–แพ่งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรการที่ ศบค.ประกาศออกมาไม่แตกต่างจากปี 2563 เพียงแต่กำหนดพื้นที่เฉพาะแค่ 10 จังหวัด และเปลี่ยนล็อกดาวน์เป็นประกาศการปฏิบัติในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมาตรการคัดกรองหาผู้ติดเชื้อยังล่าช้า รอคิวตรวจหาเชื้อข้ามคืน ทางแก้ควรอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจเชื้อด้วยตัวเอง (Rapid Antigen test) ปัจจุบันจำกัดใช้ในสถานพยาบาลกว่า 300 แห่ง มาตรการกักตัวในบ้านไม่มีแผนงานรองรับมาตรการฉีดวัคซีน 1 ล้านโดส ใน 2 สัปดาห์ จากวัคซีนที่ได้รับบริจาคยังไม่เห็นผล จนทุกคนเสี่ยงทั้งหมด รวมทั้งเลี่ยงบาลีใช้ถ้อยคำด้วย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุกเพิ่มเตียงสนามไอซียูสนามและมาตรการกักตัว ปูพรมกระจายวัคซีนให้ชุมชนหรือพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น และรัฐบาลต้องเยียวยากลุ่มได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด เหมือนปี 2563 ให้ครอบคลุม พรรคจะดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ทั้งอาญาและแพ่ง โดยเฉพาะความผิดทางละเมิด ยินดีร่วมผลักดันเรื่องนี้ แต่หนักใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานภายใต้ การได้รับข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯคุ้มครองทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัยอัดขายผ้าเอาหน้ารอดสละเงินเดือนนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรการแพทย์ที่เสียสละเป็นด่านหน้ารับมือวิกฤติจากความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถของผู้นำและ ครม. นายกฯไม่เข้าใจสิ่งที่ประชาชนเผชิญ เพราะไม่มาจากประชาชน ได้อำนาจมิชอบยึดอำนาจประชาธิปไตย การระบาดเชื้อโควิด-19 เกิดขึ้นจากความบกพร่องของฝ่ายบริหารทั้งสิ้น นายกฯและ ครม.สละเงินเดือน 3 เดือน ไม่ได้ช่วยให้คนเสียชีวิตกลับคืนมาหรือประคองลดทอนความยากลำบาก มีคนร้องไห้ต้องทนอยู่กับนายกฯ อีก 3 เดือน นายกฯไม่จัดลำดับความสำคัญ ทั้งที่มีข้อเสนอมากมายจะลดวิกฤติลง เพียงขายผ้าเอาหน้ารอด นายกฯรับเงินหลายทางแก้ปัญหาอะไรได้ เจ็บแต่ไม่จบ มาตรการไม่ครบถ้วน คิดเป็นแต่เรื่องเฉพาะหน้า คิดทั้งระบบไม่เป็น ต้องคิดฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยหยันดราม่าทำบุญเอาหน้านายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรการล่าสุดที่ออกมาหากเจ็บแล้วไม่จบ หรือไม่มีประสิทธิภาพไม่สามารถลดผู้ติดเชื้อ ลดการเสียชีวิตได้ พล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะการระบาดเป็นผลมาจากการปล่อยปละละเลยของรัฐบาล 14 วันข้างหน้ารัฐไปเอาความมั่นใจจากไหนจะแก้ปัญหาได้ 2 ปียังไร้ผล ครั้งนี้ถ้าไม่จบ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลต้องออกไปประชาชนไม่ยอมแล้ว เดือดร้อนเพราะ พล.อ.ประยุทธ์มานาน ไม่มีรัฐบาลชุดใดถูกประชาชนด่ามากขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.ไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อย่าเบี่ยงประเด็น สิ่งที่ประชาชนไม่ยอมรับคือการไร้ความสามารถ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่รับเงินเดือนเพียงการทำบุญเอาหน้า ไม่มีประโยชน์ ปล่อยประชาชนจำนวนมากไปนอนเต็มวัดรอตรวจหาเชื้อเป็นภาพหดหู่ใจมาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้สึกอะไร ทำไม่ได้ควรออกไป ยังดื้อด้านประชาชนทั้งประเทศจะออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ หมดเวลาไว้วางใจฝืนไปต่อนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเสียหายลึกไปมากกว่านี้ชีวิตประชาชนถูกพรากไปมากกว่านี้ ผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยมีมติว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เพื่อเปิดโปงความล้มเหลว ความผิดพลาด การทุจริตเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องบนความตายของประชาชน จะนำมตินี้เข้าหารือกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในวันอังคารที่ 13 ก.ค.เพื่อขอมติยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นการเร่งด่วนต่อไป“เจ๊หน่อย” ขู่ไม่เยียวยาวิกฤติขั้นสึนามิคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลว่าจะเรียกหรือไม่เรียกล็อกดาวน์เลี่ยงจ่ายค่าเยียวยา แต่เจ็บแล้วต้องจบ รัฐต้องทำมาตรการสาธารณสุขและลดผลกระทบเศรษฐกิจหรือเยียวยาเพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย หัวใจหลักการควบคุมโรคระบาดต้องเร่งแยกผู้ป่วยผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนควรส่ง “Rapid Antigen Test” ให้ทุกบ้านในพื้นที่แดงเข้มคัดกรองตัวเองเบื้องต้นก่อน ต้องเร่งเพิ่มเตียงสนามทั้ง 50 เขต รองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่สามารถทำ Home isolation เองได้ ต้องจ่ายยา “ฟาวิพิราเวียร์” และยารักษาตามอาการอื่นๆ ที่สำคัญเราต้องมีวัคซีนหลากหลายทั้ง mRNA ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ให้ประชาชนมีสิทธิเลือกฉีดจะ AZ หรือ mRNA ได้ มาตรการรัฐล่าสุดยังไม่มีรายละเอียดมาตรการลดผลกระทบเศรษฐกิจหรือการเยียวยา ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก SMEs ลูกจ้างพนักงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ถ้าไม่มีมาตรการเยียวยาออกมาเสี่ยงต้องพบกับวิกฤติทางเศรษฐกิจระดับ “สึนามิ” เร็วๆนี้นายกฯเช็กโควิดรอบ 2 ผลเป็นลบผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่อยู่ในช่วงกักตัวเป็นวันที่ 5 ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รอ. โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ก่อนเป็นประธานการประชุม ศบค.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายกฯพร้อมคณะทำงานบางส่วนได้ตรวจตามมาตรการสาธารณสุขผลออกมาเป็นลบทั้งนายกฯและคณะทำงานบางส่วน“วิษณุ” ชี้นำเงินเดือนมาคืนง่ายสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายกฯและรัฐมนตรีหลายคนประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือนว่า ยินดีทำลักษณะเดียวกันด้วย เชื่อว่าในการประชุม ครม. วันที่ 13 ก.ค. คงพูดคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นได้คุยกับรองนายกฯที่อยู่ในที่ประชุม ศบค.ทุกคนเห็นด้วย กำลังคุยกันว่าจะใช้วิธีบริจาคอย่างไร จะหักเงินเดือนหรือนำเงินมาคืนให้ ถ้าหักเงินเดือนต้องรอถึงสิ้นเดือน นำเงินมาคืนจะสะดวกที่สุด ปีที่ผ่านมาเคยดำเนินการมาแล้ว บางคนนำเงินไปบริจาคมากกว่าเงินเดือน แล้วมาแสดงต่อสำนักเลขาธิการนายกฯ ปลัดสำนักนายกฯเป็นผู้รวบรวมเงินบริจาควิป รบ.รอหารือ ส.ส.ร่วมเสียสละนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตอนนี้ มีเคอร์ฟิว การประชุม กมธ.งบฯปี 65 น่าจะประชุมทุกวัน แต่ ส.ส.ที่ต้องเดินทางมาประชุมในวันพุธและวันพฤหัสบดี แล้วต้องกลับภูมิลำเนา คงต้องไปพูดคุยกันในวันที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย กรณีนายกฯประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องไปคุยในที่ประชุมวิปรัฐบาลและในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายวันที่ 12 ก.ค.“เสธ.อู้” โต้ ส.ว.ไม่ใจดำทอดทิ้ง ปชช.พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ ส.ว. สละเงินเดือนร่วมสมทบทุนแก้ปัญหาโควิดว่า ต้องนัดหมายพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุป หากมีมติอย่างไรไม่ขัดข้อง เหมือนการระบาดรอบแรกที่ ส.ว.มีมติให้สละเงินคนละ 50,000 บาท และรอบ 2 อีกคนละ 20,000 บาท ส.ว.ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี ช่วงที่ผ่านมา ส.ว.ร่วมบริจาคทั้งในนามส่วนตัวและนามกลุ่มช่วยเหลือสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครทิ้งประชาชน ทุกคนมีจิตสำนึกช่วยชาวบ้าน รู้ดีว่ามาจากการแต่งตั้งชาวบ้านเดือดร้อนยิ่งต้องช่วยเหลือ โดยเฉพาะ ส.ว.ต่างจังหวัดลงพื้นที่ดูแลประชาชนเป็นประจำ ส่วนตัวบริจาคเงินและสิ่งของให้ประชาชนและโรงพยาบาลต่างๆไปแล้ว 2-3 แสนบาท ส.ว.ช่วยกันอยู่ ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย ส.ว.ไม่มีใครใจดำ ไม่คิดช่วยเหลือประชาชน การให้ไม่รับเงินเดือน ส.ว.ตามหลักกฎหมายทำไม่ได้ ถ้าไม่รับต้องส่งคืนคลัง ต้องรับมาก่อนจากนั้นค่อยไปสมทบทุนบริจาคตามวัตถุประสงค์ทีหลัง“กิตติศักดิ์” โวยอย่าใช้กระแสบีบนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวว่า การให้ ส.ว.สละเงินเดือนให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจคนเราร่ำรวยไม่เท่ากัน ไม่อยากให้ใช้กระแสสังคมมากดดัน ขณะนี้ยังมีเงินเยียวยาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทอยู่ นายกฯสละเงินเดือนนำร่องเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องทำตามทั้งหมด ตนไม่ทำตามกระแส ขณะนี้ก็บริจาคเงินและสิ่งของช่วยประชาชนในพื้นที่ช่วงสถานการณ์โควิดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ละเดือนควักกระเป๋าช่วยประชาชนพอๆกับเงินเดือน ส.ว. ยืนยันไม่กลัวกระแสโจมตี อยากให้เป็นด้วยความสมัครใจมากกว่านายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กล่าวว่า นายกฯเป็นตัวอย่างที่ดี ทุกคนควรต้องทำ ส่วนตัวเต็มใจสละอยู่แล้ว กำลังคิดจะทำวิธีใดไม่ให้กระทบคนอื่น ส.ว.ควรต้องหารือกันไม่สามารถบังคับใครได้ ที่วิจารณ์นายกฯสละเงินเดือนกลบกระแสต่างคนต่างคิด แล้วแต่น้ำใจแต่ละคนจะทำก็ทำไม่ทำอย่าไปว่าคนอื่นเขานายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวว่า ทำงานในพื้นที่ช่วงพักการประชุมจะออกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ ต้องใช้เงินจำนวนมาก นายกฯประกาศสละเงินเดือน 3 เดือนเป็นสิทธิส่วนบุคคล ส.ว.เคยมีมติสละเงินเดือนมาแล้ว 2 รอบร่วมมือทุกครั้ง ทุกคนทำงานกันคงมีแนวทางของใครของมันปท.ลุยล็อกดาวน์-ปิดสวิตช์นายกฯเมื่อเวลา 10.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดขบวนคาราวานรถยนต์ “ล็อกดาวน์ประยุทธ์ ปิดสวิตช์บิ๊กตู่” จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนขบวนคาราวานจะเคลื่อนตัว นายนิติธรนำแผ่นป้ายไวนิลเขียนข้อความโจมตีความล้มเหลวการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล มาติดบนเกาะกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมแถลงข่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพราะไม่มีความสามารถบริหารประเทศ จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางที่กำหนดท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก มาสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีมวลชนเสื้อแดงบางส่วนปักหลักรอขบวนนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นายนิติธรได้ปราศรัยและนำป้ายข้อความโจมตีรัฐบาลไปตั้งบนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนยุติกิจกรรมลงตอน 12.00 น. ส่งไม้ต่อให้กลุ่มคาร์ม็อบและคนเสื้อแดง คาร์ม็อบ “สมบัติทัวร์” รับไม้ตะเพิด “ตู่”ขณะเดียวกัน เวลา 12.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด อดีตแกนนำ นปก.รุ่น 2 จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ“สมบัติทัวร์” ขับรถบีบแตรไล่ พล.อ.ประยุทธ์อย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ครั้งนี้เคลื่อนขบวนเรียกร้องให้ 4 พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย ยุติการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เนื่องจากไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศไทย สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และด้านสาธารณสุขหรือการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทำให้ชีวิตคนไทยต้องสังเวยให้การบริหารจัดการปัญหาผิดพลาดร้ายแรงของรัฐบาล มีกลุ่มคนที่ไม่พอใจการบริหารของนายกฯ ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง แนวร่วมกลุ่มราษฎร รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร สถานบันเทิงจำนวนมากนำรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ ผูกโบสีขาว สีแดง และสีดำมาร่วมกิจกรรมกว่า 100 คัน“อานนท์-ไทยไม่ทน-ส.ส.เจี๊ยบ” ฝ่าฝนไล่ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสมบัติขับรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีส้ม ทะเบียน ฆญ 6427 กรุงเทพมหานคร นำขบวนเคลื่อนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปตามถนนราชดำเนินข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้าถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าแล้ว กลับขบวนรถที่แยกอรุณอมรินทร์ กลับมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้ง รถในขบวนต่างพร้อมใจกันบีบแตรรถเสียงดังและตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ไปตลอดเส้นทาง แล้วขบวนมาหยุดที่แยกป้อมมหากาฬ ถนนราชดำเนินจัดระเบียบขบวนรถยนต์อีกครั้ง มีขบวนรถยนต์ติดเครื่องกระจายเสียงของกลุ่ม “ไทยไม่ทน” นำโดย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก เคลื่อนมาสมทบ นอกจากนี้ มีนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มราษฎรและนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมขบวนคาร์ม็อบ ชูป้ายข้อความ “ประยุทธ์ออกไป” ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบี้พรรคร่วมฯเลิกหนุน “ประยุทธ์”จากนั้นเวลา 13.50 น. กลุ่มคาร์ม็อบเคลื่อนขบวนต่อไปที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสมบัติลงไปยืนอ่านแถลงการณ์เรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ให้เลิกสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อด้วยพรรคภูมิใจไทยโดยได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องไว้กับเจ้าหน้าที่พรรค พร้อมแนวร่วมได้ทำกิจกรรมสาดสีใส่ป้ายชื่อพรรคภูมิใจไทย ต่อมาขบวนเคลื่อนมาถึงที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มวลชนได้นำถุงแป้งมัน พร้อมหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่มไปมอบผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอาคาร และมีการปาถุงแป้งมันลงบนพื้นลานหน้าอาคารที่ทำการพรรค พปชร. เสร็จแล้วเคลื่อนขบวนต่อไปตามเส้นทางถนนรัชดาภิเษก ถนนสุขุมวิทและมาสิ้นสุดที่แยกราชประสงค์ ฝั่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้านถนนราชดำริในเวลา 16.20 น. จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบไล่ พล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมดได้พร้อมใจร่วมกันบีบแตร รถยนต์เสียงดังลั่นอยู่นานราว 10 นาที จึงยุติกิจกรรมแยกย้ายกันไปอย่างสงบปชป.ดันแก้ รธน.จนนาทีสุดท้ายที่ จ.อำนาจเจริญ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเร่งดำเนินการจนสุดความสามารถยืนยันพรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย ที่พรรคขนาดเล็กระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอื้อประโยชน์ให้พรรคขนาดใหญ่ เป็นไปตามความต้องการที่อยากเห็นประชาชนได้ลงคะแนนอย่างมีเสรีภาพมากขึ้น ระบบเดิมบัตรใบเดียวเอาผู้สมัคร ส.ส.กับพรรคมัดรวมกัน เหมือนถูกมัดมือชก เมื่อเป็นบัตร 2 ใบ ประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.กับพรรคแยกกันได้ เป็นไปตามหลักการไม่ได้เอื้อพรรคใดพรรคหนึ่ง เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ต่างจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กำหนดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ถือว่าผ่อนปรนเปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้รับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อด้วย สุดท้ายต้องไปพิจารณาในขั้นแปรญัตติ