เป็นข่าวคดีที่ผู้เสียหายจำนวนมากถูกหนังสติ๊กยิงใส่รถ ร้านค้า รถยนต์ บางคนถูกลูกหินยิงใส่ได้รับบาดเจ็บ เป็นคดีที่มีเหตุเกิดในพื้นที่เขตติดต่อกัน สน.ห้วยขวาง สน.สุทธิสาร สน.พหลโยธิน และ สน.ดินแดงสร้างความหวาดกลัวพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พ.ต.ท.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ได้เรียกประชุม ผกก.ในพื้นที่เกิดเหตุร่วมกันติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.สุทธิสาร พร้อมฝ่าย สืบสวน สน.สุทธิสาร ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดก่อนเข้าจับกุม นายไพรวัลย์ แอ้ชัยภูมิ อายุ 48 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ได้ที่ห้องเช่าใกล้อู่รถเมล์สาย ปอ.75 ถนนพุทธบูชา 36 แขวงบางมด เขตทุ่งครุพร้อมของกลางเป็นหนังสติ๊ก หินประดับสวนสีขาวที่ใช้ก่อเหตุ ด้ามยิงหนังสติ๊กเจ้าหน้าที่ กทม.ไปพบในถังขยะใกล้ห้องเช่าของผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าเก็บจากปั๊มแก๊สย่านเพชรเกษมอดีตนายไพรวัลย์ลาออกจากการเป็นคนขับรถประจำทางสาย ปอ.75 ช่วงปลายปี 2563 เนื่องจากรายได้ไม่พอใช้และอ้างว่าคนใช้บริการน้อย ก่อนหันมาทำอาชีพขับรถแท็กซี่ 1 เดือน ใช้รถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทห 9902 กรุงเทพมหานครเป็นพาหนะก่อเหตุตำรวจยึดรถแท็กซี่อีก 2 คัน คือ รถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทห 4200 กรุงเทพมหานคร และรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทห 187 กรุงเทพมหานคร โดยรถทั้ง 3 คัน ยึดมาจากอู่แท็กซี่ณรงค์ฤทธิ์ ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก 10 ถนนสุขสวัสดิ์ ผู้ต้องหาเช่าสลับหมุนเวียนกันใช้ก่อเหตุทั้งสิ้น 19 ครั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน ก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.ถึง 26 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00-01.00 น. ของทุกวัน สาเหตุที่คนร้ายยิงหนังสติ๊กใส่ชาวบ้านมาจากความเครียดต้องการระบายอารมณ์ ส่วนหนึ่งไม่พอใจอาชีพขับรถเมล์ที่ลาออกมา ก่อเหตุแรกๆผู้ต้องหาจะยิงใส่รถเมล์ ต่อมาผู้ต้องหาระบายอารมณ์กับร้านค้า เนื่องจากเห็นมีคนอยู่เยอะ หรือหากมีรถยนต์ที่ขับช้าๆ รู้สึกไม่พอใจจะใช้หนังสติ๊กมายิงรถคนนั้นด้วยตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเคยถูกจับคดีลักทรัพย์ จ.ชัยภูมิ ถูกจำคุก 1 ปี และพ้นโทษเมื่อปี 2557 การสืบสวนคดีนี้ปิดได้ไม่นานด้วย “กล้องวงจรปิด” บันทึกภาพไว้ได้ เป็นผลมาจากนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้ทุกโรงพักใน บช.น. ติดตั้งวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยงเกิดคดีอาชญากรรมคดีนี้ต้องชมเชยฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร สน.พหลโยธิน สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง ชุดสืบสวน กก.สส.น.1 และ กก.สส.น.2 ร่วมมือตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งวันทั้งคืน จนพบเบาะแสรถแท็กซี่คนร้ายใช้ก่อเหตุตามรอยถึงอู่แท็กซี่ ยึดรถ จับกุมผู้ต้องหา ยึดหนังสติ๊กของกลาง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th