แรงเฉื่อยจากต้นเดือน เม.ย.ยังไม่จบ ไม่มีคลัสเตอร์ใหม่สิ้นเดือนนี้คงจบ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เคยเป็นรองนายกฯ และอดีต รมช.สาธารณสุข ผู้มีส่วนปลุกปั้นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ในวันที่พบผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 2 พันรายเป็นครั้งแรกสถานการณ์ในจังหวะนี้ดูกราฟเปรียบเหมือนอยู่ที่ราบสูง ไม่ขึ้นสูงชันเหมือนภูเขาหิมาลัย อย่างพบผู้ติดเชื้อ 3 พันรายวันนี้ พรุ่งนี้ 4 พันราย แบบนี้เรียบร้อย เราเหนื่อยแน่เครือข่าย อสม. เครือข่ายระบาดวิทยาของเราดี ระบบสาธารณสุขควบคุมโรคได้การป้องกันส่วนบุคคลมีความตื่นตัว ไม่กังวล แต่กังวลโรงพยาบาลรองรับไหวหรือไม่ถึงจุดหนึ่งห้องไอซียูเต็มเตียงเต็ม และมีผู้ป่วยใหม่เข้ามาตลอด ย่อมเป็นปัญหาตามมา เคย เกิดขึ้นในหลายประเทศ พอมีผู้ป่วยมากๆต้องเลือกว่าจะรักษาใคร ไม่รักษาใคร ไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทยฉะนั้นควรเริ่มมองไปในอนาคตอันใกล้ สถานการณ์ที่เลวร้ายมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ต้องวางแผนอย่างไร เช่น การบริหารเตียงไอซียู บริหารเตียงโรงพยาบาล (รพ.) บริหาร รพ.สนามอย่างไร เพราะไม่เพียงพอรับผู้ป่วยแน่สมมติผู้ป่วย 2 พันกว่าทุกวัน เป็นไปไม่ได้จะให้ทุกคนมาอยู่ รพ.สนามหรือฮอสพิเทล จังหวะนี้วิธีคิดต้องเริ่มเปลี่ยน เหมือนกับคำว่า การทำให้ดีที่สุดเป็นศัตรูของการทำให้ดีกว่า หรือ The best is enemy of better เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องทำในสิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่เอาทุกอย่างให้เพียบพร้อมดีที่สุดถึงจะทำ แน่นอนผู้ป่วยทุกคนอยากอยู่ รพ. แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เราเริ่มเห็นผู้ป่วยเปราะบางจำนวนหนึ่ง ต้องมาอยู่ รพ. หากมีคนที่มีความจำเป็นน้อยกว่ามาอยู่ รพ. กลายเป็นสกัดกั้น ทำให้คนควรอยู่ รพ.ไม่ได้อยู่การจัดการในสถานการณ์อันมีทรัพยากรจำกัด จะทำให้ดีที่สุดมันเป็นไปไม่ได้ ต้องเริ่มคิดให้คนที่อาการน้อยมากหรือไม่มีอาการ ไม่ต้องมาอยู่ รพ.สนาม สามารถอยู่ที่บ้านได้ ในหลายประเทศทั้งอังกฤษ สหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยเป็นล้าน ก็ให้อยู่บ้านและมอนิเตอร์อาการฉะนั้นควรวางระบบให้ผู้ป่วยอยู่บ้านอย่างปลอดภัย ทั้งวิธีปฏิบัติ การเชื่อมโยงข้อมูลให้ได้ว่าคนที่มีเชื้อเป็นบวกอยู่ที่บ้าน อยู่ที่ไหน มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้ รัฐจับเครื่องมือให้มอนิเตอร์ตัวเองตลอดเวลา เช่น วัดไข้ทุกวันๆ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด แล้วส่งข้อมูลให้ สธ.ทุกวันเราก็รู้ว่าค่าออกซิเจนคนนี้ปกติ ไม่อยู่ในภาวะแพร่เชื้อ คนไหนมีค่าออกซิเจนต่ำ อาจรับมาอยู่ รพ. เพราะเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง แม้ไม่มีอาการ หากปล่อยไปเรื่อยๆถึงจุดนี้คุณตาย หรือมาถึง รพ.ก็รักษาไม่ทันมาตรการนี้รัฐประหยัดงบประมาณ แถมมอนิเตอร์คนป่วยได้ตลอดเวลาการวางแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนและการรณรงค์ป้องกันตัวเองก็เช่นกัน ตอนนี้ตั้งเป้าหาวัคซีน 100 ล้านโดส ฉีด 50 ล้านคน วันนี้ถ้าใช้ความพยายาม เสริมด้วยคอนเนกชัน รับรอง หาได้ ไม่เป็นห่วงห่วงระบบบริหารการฉีด ตั้งแต่ระบบลงทะเบียน ระบบการฉีดระบบดูแลหลังการฉีด ระบบนัดฉีดครั้งต่อไป สถานที่ฉีดเป็นเรื่องที่คิดล่วงหน้า เริ่มให้ลงทะเบียนผ่าน “แอปพลิเคชันหมอพร้อม” ทำได้มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ สถานที่ฉีดไม่จำเป็นต้องเฉพาะที่ รพ. ในหลายประเทศฉีดที่ห้องสมุด ศูนย์การค้า10 ล้านโดสวัคซีนแอสตราเซเนกาเข้ามาเดือน มิ.ย. เหลือเวลา 1 เดือนต้องเริ่มเตรียมการให้เร็ว ทั้งระบบลงทะเบียนฉีด สถานที่ฉีดที่สะดวกต่อประชาชน บุคลากรที่มาฉีด อาจระดมบุคลากรที่เกษียณอายุราชการมาเสริมหรือดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และมอนิเตอร์หลังฉีด เพราะอาจอาการไม่พึงประสงค์ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นถึงชีวิตขอให้เดินตามนี้ วางแผนแล้วสร้างทีมล่วงหน้า ลุยฉีดให้ได้วันละ 3 แสนโดส 1 เดือน 10 ล้านโดส 100 โดสตามที่ ศบค.วางเป้าไว้ก็ใช้เวลา 10 เดือนในการฉีดพอฉีดเสร็จต้องดูแลตัวเองจนถึงจุดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ในบางประเทศ ทั้งชิลี เดนมาร์ก ฉีดไปได้หน่อยแล้วผ่อนคลาย ต้องกลับมาล็อกดาวน์อีกรอบขณะเดียวกันมีข้อควรคำนึงถึงภูมิคุ้มกันหลังฉีดได้แค่ 6 เดือน หลังจากนั้นไม่รู้ว่ามีภูมิอยู่หรือไม่ อิสราเอลเริ่มสั่งวัคซีนเข็มที่ 3 หลังฉีดไป 2 เข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้อยู่ต่อไป ต่อไปฉีดทุกปีหรือไม่ก็ยังไม่มีใครรู้ และวัคซีนที่ฉีดป้องกันโควิดสายพันธุ์อื่นหรือไม่ ที่กังวลคือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ถ้าหลุดเข้ามาไทยจะป้องกันได้แค่ไหนวัคซีนไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต้องป้องกันตัวเองจนถึงจุดที่มียารักษา ตอนนี้มียาเม็ด “โมลนูพิราเวียร์” บริษัทเมอร์ค สหรัฐอเมริกา หากผลวิจัยเฟส 3 ออกมาดี เชื่อว่าจะมีการอนุมัติฉุกเฉิน หากมียารักษาได้จริง โรคที่เราเผชิญอยู่ก็ไม่ต้องกังวลต่อไปขั้นตอนการนำเข้ายา หรือวัคซีนทำไมใช้ระยะเวลานาน มีขั้นตอนมาก ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส นพ.สุรพงษ์ บอกว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาด้านความไม่โปร่งใส ต้องไปเร่งที่กระบวนการ อย่างอังกฤษประเทศแรกที่อนุมัติฉุกเฉินวัคซีนไฟเซอร์ภายใน 1 สัปดาห์ ภายใต้รัฐบาลอังกฤษไม่รับประกันความเสี่ยง ฉะนั้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหลายเรื่องมันมีโอกาสอนุมัติฉุกเฉิน ฉับไวได้ภายใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาปัญหาวัคซีนเกิดจาก 1.ไม่มีการประเมินถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยเฉพาะสถานการณ์ระดับโลก สิ่งสำคัญมากต้องเผื่อใจในสถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เลวร้ายขึ้นมาเรามีกลไกที่รองรับหรือไม่ ระลอกแรกปี 63 ผู้ป่วย 3 พันกว่า ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก ความจริงทำแบบนี้ไม่ได้และ 2.ในช่วงวัคซีนไฟเซอร์ออกมาใหม่ๆตอนเดือน พ.ย.63 นับว่าเร็วมากในการคิดค้นวัคซีน ต้นปี 64 เรื่อยมา 3-4 เดือนข้อมูลวัคซีนหลายตัวโผล่ออกมา แต่เราไม่ได้ปรับตัวหาความรู้ให้ทันสมัย และเตรียมพร้อม หากติดตามความคืบหน้าของวัคซีน จัดการฉับไว ยืดหยุ่น พร้อมรับมือทำให้เห็นว่าหากเตรียมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายต้องมีวัคซีนด้วย ณ วันนั้นต้องแทงหวยหลายเบอร์ แทงมาหลายตัว เลือกวัคซีนหลายยี่ห้อ เพราะไม่มีใครรู้ เมื่อนำมาใช้จริงตัวไหนมีประสิทธิภาพดีจริงทั้ง 2 ปัจจัยทำให้ในประเทศเดินมาถึงจุดนี้ ไม่มีวัคซีนตุนอยู่ในกำมือการบริหารจัดการวัคซีนเกิดอะไรขึ้น ประชาชนถึงขาดความมั่นใจการปูพรมฉีด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ นพ.สุรพงษ์ บอกว่า นับจากระบาดระลอกแรก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดการช่วงแรก ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหา จนเกิดศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินกระบวนการ ศบค.ก็มีปัญหา จากองค์ประกอบจากคนจำนวนหนึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคระบาดและระบบ สธ. แต่มองในมุมความมั่นคงของการจัดการประเทศที่นอกเหนือจากระบบ สธ.เคยสะท้อนว่าหากปล่อยให้การจัดการโรคระบาดไปอยู่ในมือของคนที่ไม่มีความรู้จริง อาจทำให้มีปัญหา อย่าง สธ.และนักระบาดวิทยา ตัดสินใจกลางเดือน เม.ย.63 ว่าควรผ่อนคลายเปิดเมืองเพิ่มขึ้นหลังถูกล็อกดาวน์ แต่ ศบค.ไม่เห็นด้วย ต้องใช้พลังภายในพอสมควร และแสดงความเห็นผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อบอกว่าประชาชนอาจกลั้นหายใจไม่ได้และตายได้ ถึงมีการเปิดเมือง แต่ก็ล่าช้ากว่า เพราะต้องผ่าน ศบค.ชุดเล็ก ศบค.ชุดใหญ่ และ ครม. ไม่ตัดสินใจในสถานการณ์ที่ฉับไวหรือฉุกเฉิน มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่บริหารจัดการไม่ได้ฉุกเฉิน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างช้ากว่าที่ควรจะเป็นปัญหาดังกล่าวยังดำรงอยู่ถึงทุกวันนี้ แล้วพันไปทุกเรื่อง รวมถึงวัคซีนอยากเห็นเป็นวอร์รูมจบในจุดเดียว ตัดสินใจได้ทันที แม้เวลานอกราชการภายใต้สถานการณ์แบบนี้หากยังใช้รูปแบบ ศบค.อยู่ ถือว่าไม่ทันกินขณะที่ภูมิคุ้มกันหมู่เป็นเรื่องอนาคต ไม่เกิดขึ้นเร็ว ฉีด 60% ของจำนวนประชากรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายประเทศก็เร่งฉีดให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ก็ยังอีกยาวไกล มีเพียงอิสราเอลและอังกฤษที่พอสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ฉะนั้นอย่ารอให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เพราะอาจมีระลอกใหม่ตามมาอีกระหว่างที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ การ์ดอย่าตก ก็ป้องกันได้อยู่แล้วรัฐบาลโดยคนที่รับผิดชอบหลัก ต้องเลิกวิธีทำงานแบบราชการทำสงครามกับโควิด ต้องตั้งวอร์รูม ตัดสินใจฉับไววัคซีนต้องหยุดนำมาเป็นประเด็นการเมืองช่วยกันหาทางออกจากวิกฤติของประเทศพอควบคุมโควิดได้จะกลับมาเช็กบิลค่อยว่ากัน.ทีมการเมือง