ก้าวไต่ที่เติบโตเติบเต็มศักยภาพพลานุภาพ บทที่แกร่งหินและท้าทายที่สุดบทหนึ่งของนักแสดงหนึ่งคน ความสามารถฉกาจเก่ง สู่ความเป็น “นักแสดง” แท้จริง“ตงตง” ไต่ดาวและตกบันไดดาวเป็น “ดาวร่วง” (ทั้งที่ควรจะได้เป็นดาวโรจน์) ลงมาบนเวทีเดอะสตาร์ปีสุดท้าย แต่ออร่าและความมุมานะหาญกล้าของเขากลับไม่เป็น “ดาวตก”เขายังคงเรืองแสงฉายงามวับวามอยู่ในความเงียบที่ล่องไหล และยังคงมีดาวนำทางสว่างไสวให้ก้าวกล้าต่อไปให้สู้ต่อ“ตงตง-กฤษกร กนกธร” ได้รับบทที่ไม่คาดคิด กับตัวละครและละครที่ตัวเขาเองก็ไม่อาจคาดคิดไปถึง “บุญพาวาสนาส่ง” ตรงเข้ามาในห้วงชีวิต ในช่วงเวลาที่เหมาะสมลงตัวที่สุดของวันวารและวันนี้ปี 2564 คือปีทองของ “พลายแก้ว กฤษกร” ในบทพระไวย “จหมื่นไวยวรนารถ” ลูกชายชาติทหารของพ่อขุนแผนแม่วันทอง ฟาดฟันหั่นห้ำกับ “ขุนช้าง-ชาคริต” อย่างหน่วงหนักหักห้าวหาญระห่ำฮึกตงตง “บด” ทุกละเอียดอารมณ์ขมแค้นคั่งลึกกระชากเช่นเห็นชาติออกมาได้ยากจะบรรยายการแสดงออกทุกล้ำลึกของความเคลื่อนไหวในดวงตาของตงตงนั้น ล้ำลึกร้าวรานเป็นเลิศ และติดตรึงอยู่ในความทรงจำยิ่งนัก...เหลือเกิน!เป็นบทและเป็นบาทที่ในชั่วชีวิตการแสดงของนักแสดงคนหนึ่ง ต้องจารจารึกไว้ในชีวิตของเขาไปตลอดกาล เป็นดวงชะตาล้ำค่ามหาศาลที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้เขาแล้วจริงๆคารวะสุดสมองสุดหัวใจ 3 นักเขียนบทมือทองคำ ฉ่ำเกลาเหลากลึงงาม ให้บทเสภาสุดสุขสันต์แปลงร่างเป็นบทละครสุดแซ่บเปรื่อง “พิมพ์มาดา-พิมพ์สิรินทร์-จุติมา”“พลายกฤษกร” ได้ถือกำเนิดแล้วในฤกษ์แก้วโมงยาม งดงามสมบูรณ์แบบ ยากจะหาใดหรือใครมาเทียบเทียมฮู้ร้า บราโว ไชโยวันทอง!“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.com