“หมิว สิริลภัส” พร้อม ส.ต.ท.คู่กรณีเจอกันแล้วที่ สน.พหลโยธิน ถูกสอบปากคำ ร่วม 2 ชั่วโมง ฝ่ายตำรวจอ้างเข้าห้องน้ำผิด เพราะเบลอพักผ่อนน้อยตกใจถูกอีกฝ่ายโวยวายจนต้องหนี ยืนยันไม่ได้แอบถ่าย ส่งมอบโทรศัพท์มือถือให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้ว ขณะที่นักแสดงสาวบอกรับได้แต่ยังคาใจบางประเด็น รอผลตรวจสอบกล้องวงจรปิดกับโทรศัพท์มือถือกรณีหมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดง-นางแบบ โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย ถูกชายคล้ายตำรวจแอบถ่ายในห้องน้ำปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านถนนรัชดาภิเษก ก่อนขับรถเก๋งของหน่วยงานตำรวจหลบหนี เหตุเกิดห้าทุ่มครึ่งวันที่ 6 มี.ค. แจ้งความไว้ที่ สน. พหลโยธิน ต่อมาต้นสังกัดออกมารับคู่กรณีเป็นตำรวจ ยศ ส.ต.ท. ของ สน.ทุ่งมหาเมฆ อยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบมีความผิดจริงต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญาที่ สน.พหลโยธิน เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 22 มี.ค. หมิว-สิริลภัส กองตระการ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อพูดคุยกับส.ต.ท.ศวัสกร หนูรี ผบ.หมู่งานจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ ตำรวจคู่กรณี พร้อมนำหลักฐานทั้งหมดมามอบมี พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ หลังพูดคุยกับคู่กรณีนานประมาณ 1 ชม. หมิว-สิริลภัส ออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้นคู่กรณีอ้างปวดท้องหนักมาก ประกอบกับพักผ่อนน้อย จนเบลอ ไม่ทันได้ดูห้องน้ำและไม่มีใครสั่งให้ติดตาม คู่กรณีได้กล่าวขอโทษแล้ว แต่ยังไม่รับคำขอโทษหรือปักใจเชื่อ ต้องรอดูหลักฐานอื่นประกอบก่อน“เบื้องต้นได้คุยกับตำรวจแล้ว ไม่เข้าข่ายความผิดฐานคุกคามหรืออนาจาร เป็นเพียงความผิด ลหุโทษฐานทำให้ตกใจกลัว จากการพูดคุยเชื่อว่าเขาเองไม่น่าจะเป็นคนตั้งใจจะทำอนาจารใดๆ แต่หมิว ยังสงสัยว่าเหตุใด คนที่ปวดท้องหนักมาก เมื่อเข้าห้องน้ำกลับไม่รีบทำธุระ เมื่อถามคู่กรณีไปก็ตอบไม่ได้” หมิว-สิริลภัส ตั้งข้อสังเกตกระทั่งเวลา 17.00 น. หมิว-สิริลภัส และส.ต.ท.ศวัสกร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่บริเวณด้านหน้า สน.พหลโยธิน หลังทั้งคู่ถูกสอบปากคำนานเกือบสองชั่วโมง ส.ต.ท.ศวัสกร ให้ข้อมูลว่าในวันดังกล่าว ตนทำงานหนักเข้าเวรงานจราจรตั้งแต่เช้ามืดและเลิกงานในเวลา 23.00 น. จากนั้นแวะไปหาเพื่อน ก่อนจะขับรถมาตามถนนรัชดาภิเษก เกิดปวดท้องกะทันหัน จึงแวะเข้าปั๊มน้ำมันดังกล่าว แต่ด้วยความที่พักผ่อนน้อยมีอาการเบลอ เข้าห้องน้ำผิด จนคู่กรณีร้องโวยวายรีบวิ่งหนีออกมา ขึ้นรถขับออกไป ยอมรับขณะนั้นตกใจมาก ไม่ได้อยู่อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนี้หากผลการสอบสวนออกมาว่ามีความผิดจริงก็ยอมรับผิดทั้งทางอาญาและทางวินัย ไม่มีเจตนาทำให้ตกใจ และไม่มีการใช้โทรศัพท์แอบถ่ายแต่อย่างใด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบแล้วขณะที่หมิว-สิริลภัส เปิดเผยว่า หลังพูดคุยกับ ส.ต.ท.ศวัสกร แล้วยังคาใจที่ทำไมคนปวดท้องถึงไม่รีบทำธุระ อีกทั้งไม่มีการล็อกประตูห้องน้ำ หรือ มีเสียงทำธุระแต่อย่างใด ในส่วนนี้คู่กรณีให้เหตุผล เกิดจากความเบลอเพราะพักผ่อนน้อย ยอมรับอาจเป็นไปได้ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด ต้องรอผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากตำรวจอีกครั้งเพื่อคลายข้อสงสัย โดยกล้องวงจรปิดที่อยากให้ตรวจสอบอยู่ใน จุดหน้าร้านกาแฟในปั๊ม ระหว่างเดินเข้าห้องน้ำมีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ฝั่งขวาข้างรถตนไม่ทราบว่า เป็นรถของ ส.ต.ท.ศวัสกรหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่ามีเจตนา ขับรถตามไปจอดที่หน้าห้องน้ำ ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของตำรวจคู่กรณีด้วย