แก้ไขได้ถ้าทุกพรรคโอเค ปิดฉากไปสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาดำเนินการมาจนเข้าสู่วาระ 3 แต่ปรากฏว่าไปไม่รอดเพราะเสียงสนับสนุนไม่เกินกึ่งหนึ่ง...ก็ต้องตกไป แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญปี 60 มีที่มาที่ไปอย่างไรก็รู้กันอยู่ เนื่องจากเป็นผลผลิตของ คสช.จะให้เป็นประชาธิปไตยหรือความพึงพอใจของนักการเมืองคงเป็นไปไม่ได้ก็ต้องเริ่มกระบวนการเดินหน้าเพื่อแก้ไขให้ได้อย่างที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้แก้ไขได้ยากที่สุดแต่เมื่อกติกาว่าเอาไว้อย่างนี้ก็ต้องหาวิธีการเพื่อทำให้ได้ด้วยการแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องทำประชามติเพียงแต่ต้องการแก้ไขเป็นรายมาตราไม่ใช่ทั้งฉบับ แต่คงต้องทอดเวลาออกไปก่อน ไปแก้ไขในการประชุมสภาสมัยต่อไปเนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มีความผูกพันกับกฎหมายทุกฉบับน่าจะเป็น “กฎหมายแม่” ที่เหนือกว่ากฎหมายในประเทศนี้พอวาระ 3 ไม่ผ่านก็ต้องหาช่องทางกันใหม่ที่น่าจะเห็นช่องทางกันแล้ว เชื่อว่าแต่ละพรรคก็ต้องกลับไปศึกษาเนื้อหารัฐธรรมนูญให้ถ่องแท้เพื่อปิดทางคัดค้านฟังเสียงแทบทุกพรรคมีความเห็นตรงกันก็คือ ต้องการแก้ไขเพียงแต่จะเป็นประเด็นไหนอย่างไรขึ้นอยู่กับประโยชน์ที่จะได้รับอีกทั้งไม่ใช่พรรคการเมือง นักการเมืองเท่านั้นที่ต้องการแก้ไขเช่นกัน “นอกสภา” ก็มีความเคลื่อนไหวด้วยเช่นกันประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ข้อเสนอของกลุ่มการเมืองนอกสภาก็คือการปฏิรูปสถาบันทั้งการแตะหมวด 1 และหมวด 2รวมถึงการแก้ไข ม.112นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้การแก้ไขมีปัญหาเพราะนักการเมืองและพรรคการเมืองไม่เอาด้วยจึงไม่สอดรับกันด้วยแนวทางที่ไม่ตรงกัน“ประชาธิปัตย์” ออกตัวอีกครั้งก่อนที่จะไปเริ่มต้นกันใหม่ด้วยประกาศเลยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแนวทางของพวกนอกสภาคงเห็นแล้วว่าจะเป็นอุปสรรคทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้หากดูจากประเด็นแล้วนอกจากการตัดอำนาจของ คสช. โดยเฉพาะเรื่องของวุฒิสภาซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ยังคงทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะ คสช.คงไม่เอาด้วยแต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆอย่างการเลือกตั้งน่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองอยู่“เพื่อไทย” นั้น โดนเข้าไปเต็มๆ แม้จะแตกแบงก์พันแล้วก็ตามหรือแม้แต่พลังประชารัฐเองก็ต้องคิดเหมือนกันว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปควรจะใช้รูปแบบไหนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะรูปแบบเก่าคงจะไม่ได้ประโยชน์แบบครั้งที่ผ่านมาก็ได้หรืออย่างพรรคก้าวไกลมาจากอนาคตใหม่ที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวจนได้ ส.ส.เข้ามาอย่างไม่น่าเชื่อแรงจูงใจที่จะแก้ไขได้หรือไม่...อยู่ที่ประโยชน์ของนักการเมืองสำคัญสุด.“สายล่อฟ้า”