ศาลเริ่มไต่สวนกรณี “อานนท์ นำภา” เขียนจดหมายร้องขอความปลอดภัยในเรือนจำ หวั่นแกนนำม็อบราษฎรได้รับอันตรายถึงชีวิต ร้องขอภาพวงจรปิดมาตรวจสอบ การไต่สวนยังไม่เสร็จต้องเรียกสอบอีกหลายคน ทั้งแกนนำม็อบและผู้บริหารคุก อธิบดีราชทัณฑ์แถลงโต้ ไม่ได้ย้ายแดนผู้ต้องขัง แต่แยกขัง 14 วันตามมาตรการโควิด-19 ที่แกนนำม็อบปฏิเสธไม่ตรวจโรค เตรียมแจ้งความแอดมินเพจที่นำ จ.ม.อานนท์ไปเผยแพร่ ญาติผู้ต้องขังโร่ร้อง กมธ.กฎหมาย “โรม” จ่อตรวจเรือนจำ “ทราย เจริญปุระ” พร้อมพวก 9 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาชุมนุมที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอให้การในชั้นศาล ตำรวจปล่อยตัวไม่ต้องประกัน ม็อบรีเดมมาตามนัด 20 มี.ค.ที่สนามหลวงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มดำเนินคดีและจับกุม กลุ่มม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นข้อหาตามมาตรา 112 มาตรา 116 และความผิดอื่น แกนนำส่วนใหญ่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ต่อมานายอานนท์ นำภา เขียนจดหมายร้องเรียนหวั่นความปลอดภัยในคุกตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากศาลอาญาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มี.ค. ศาลนัดไต่สวนกรณีนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ที่เขียนจดหมายคำร้องขอความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายอานนท์จากเรือนจำมาศาล และเรียกผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมาร่วมการไต่สวน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่า นายอานนท์อยากได้รับมาตรการที่ปลอดภัย เกรงว่าจะได้รับอันตราย ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่ผู้ต้องขังตายในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดี นายอานนท์เขียนคำร้องอ้างถึงอันตรายยื่นต่อศาล เขียนในฐานะจำเลยขอให้ศาลช่วย ส่วนตัวมองว่า ถ้าทำไม่ถูกต้องตามระเบียบ ศาลจะมีคำสั่งให้ดูแลจำเลยให้ดีขึ้น แต่ถ้าศาลเห็นว่า เรือนจำทำถูกต้องแล้ว คำร้องฟังไม่ขึ้นก็ตกไป ยืนยันการยื่นคำร้องเป็นคนละเรื่องกับการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวนายกฤษฎางค์ยังกล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ประกาศอดอาหารว่า ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 3 สภาพร่างกายค่อนข้างอ่อนเพลียไม่มีแรง ส่วนกรณีที่หลายคนมองว่า การที่เพนกวินอดอาหารเป็นกลยุทธ์ไปอยู่โรงพยาบาลนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขอปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเพนกวินต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองต่อมาเวลา 10.30 น. บริเวณหน้าศาลอาญา นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ แกนนำราษฎรนนทบุรี พร้อมมวลชน 4-5 คน จัดกิจกรรมส่องไฟฉายเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร 8 คน นายชินวัตร อ่านแถลงการณ์ที่นายพริษฐ์ลุกขึ้นแถลงต่อศาลว่า ขออดข้าวประท้วง ขอดื่มเพียงน้ำหวานและนมจนกว่าจะได้ประกัน พร้อมกล่าวถึงการจัดกิจกรรมว่า มาเป็นตัวแทนเพื่อนๆที่ถูกขังในคุก กิจกรรมนี้ไม่ได้เน้นจำนวนคน แต่เน้นความจริง ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า สิ่งที่เพื่อนเราถูกกระทำ มันชอบธรรมหรือไม่ ทั้งที่พวกเขายังไม่ถูกตัดสินว่า ถูกหรือผิดแต่ถูกขังคุก นำไปขังในแดนนรก คนคุกเข้าใจกันดีว่าต้องเป็นคดีฆ่า จี้ ปล้นที่มีโทษประหาร จึงมาส่องไฟฉายหาความยุติธรรมที่ศาล จะมาจัดกิจกรรมที่หน้าศาลอาญาอีกครั้งวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น. จากนั้นนายชินวัตรหันหน้าเข้าหาป้ายศาลอาญาเปิดไฟฉาย พร้อมกับร้องเพลงฝากดอกไม้ถึงเจ้าผีเสื้อ แล้วจุดเทียนปักหน้าศาลเมื่อถามว่านายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ อยู่ในคุกกำลังใจดีหรือไม่ นายชินวัตร ตอบว่า วันก่อนได้คุยกัน แอมมี่มีกำลังใจ เพื่อนๆเราทุกคนมีกำลังใจดี แต่ความหวังของพวกเขาอยู่ที่พวกเราที่ยังมีอิสรภาพอยู่ข้างนอก ต้องทำทุกวิถีทางที่จะช่วยเพื่อนออกมาก่อน ตนก็โดนดำเนินคดีตาม ป.อาญามาตรา 112 รวม 4 คดีเช่นกันต่อมาเวลา 12.30 น. นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เผยหลังการไต่สวนของศาลว่า ศาลไต่สวนนายอานนท์โดยละเอียดถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงบ่ายศาลจะให้ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ น่าจะเป็นนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ที่ปรากฏในคำแถลงของกรมราชทัณฑ์มาไต่สวน นายอานนท์ขอให้ทนายขอเทปกล้องวงจรปิดในเรือนจำแดน 2 ทั้งหมด และห้องขังขณะเกิดเหตุ ตอนนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่ส่งให้ เราขอให้ศาลพิจารณาเรียกภาพกล้องวงจรปิด เพราะเรากังวลว่า อาจจะมีการทำลาย ลบทิ้ง หรือทำให้เสื่อมค่า นายอานนท์ยืนยันต่อศาล ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งหมดเป็นนักโทษการเมืองเกรงจะได้รับอันตรายถึงชีวิตนายกฤษฎางค์กล่าวด้วยว่า นายอานนท์เบิก ความต่อศาลว่า มีคำเตือนมาก่อนแล้วว่ามีบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งนายอานนท์เอ่ยเป็นชื่อเล่นในห้องพิจารณาว่า เขาจะส่งคนมาจัดการนายอานนท์และคนอื่นๆที่เรือนจำ นายอานนท์ยังยกตัวอย่างผู้ต้องหาคดีการเมืองหลายคนที่เสียชีวิต ขอให้ศาลโปรดคุ้มครอง นอกจากนี้วันที่ 22 มี.ค. ศาลจะไต่สวนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ เรื่องนี้ด้วยที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เผยว่า ตามข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้บันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ว่า ปฏิบัติตัวต่อผู้ต้องขังรายสำคัญอย่างไร ตนเข้าไปตรวจดูกล้องวงจรปิดว่า ครอบคลุมพื้นที่หรือไม่ พบว่า ครอบคลุมร้อยละ 80 แต่ยังมีบางส่วนเป็นมุมอับ จึงสั่งให้ติดตั้งเพิ่มให้ครอบคลุม นอกจากนี้ยังไปตรวจแต่ละจุดสำคัญ และไปดูแดนกักกันโรคที่นายอานนท์ กับพวกรวม 7 คนอยู่ พวกเขาไม่ประสงค์ตรวจโควิด-19 เราต้องแยกห้องขังไว้ตามมาตรการป้องกัน ไม่ได้ย้ายแดน ทุกคนดูปกติร่างกายแข็งแรงดี ส่วนนายพริษฐ์อดอาหารประท้วง แต่ดื่มนม น้ำหวาน และเกลือแร่แทน เตรียมความพร้อมของแพทย์หากเจ็บป่วย ที่ห้องประชุมกรมราชทัณฑ์ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงกรณีนายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีเจ้าหน้าที่เรือนจำพยายามนำตัวไมค์ และไผ่ ดาวดิน ออกไปนอกแดนคุมขังยามวิกาล 4 ครั้ง นายอายุตม์กล่าวว่า หลังย้ายผู้ต้องขังคดีการเมืองจากเรือนจำพิเศษธนบุรีมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้วมีการย้ายแดนคุมขัง ขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นระเบียบของเรือนจำ เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาล วันนั้นย้ายผู้ต้องขังมาจากเรือนจำธนบุรี 16 คน มีผู้ต้องขังที่เป็นแกนนำม็อบรวมอยู่ด้วย ระเบียบปฏิบัติถ้าย้ายผู้ต้องขังมาใหม่เรือนจำต้องตรวจโควิดทุกครั้ง มีแพทย์และพยาบาลผู้หญิงดำเนินการ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเข้าไปด้วย ทำให้ผู้ต้องขังอาจกลัว การตรวจครั้งนี้มีผู้ต้องขังให้ความร่วมมือ 9 คน ส่วนอีก 7 คนไม่ขอตรวจ เราจำเป็นต้องแยกไปกักตัว 14 วัน โดยไม่มีการขู่ทำร้ายหรือถูกเนื้อต้องตัว มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน“ส่วนเรื่องจดหมายที่อ้างว่าเป็นของนายอานนท์ถูกส่งออกมาจากเรือนจำ ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบว่าจดหมายดังกล่าวหลุดรอดมาอย่างไร ขั้นตอนการตรวจค้นทางเรือนจำเข้มงวดมาก ขณะนำตัวไปศาลเราต้องตรวจค้นอย่างละเอียด ก่อนขึ้นศาลเราตรวจอีกรอบ มั่นใจว่าไม่น่ารอดสายตาไปได้ ที่สำคัญในเรือนจำจะไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือ และเล่นโซเชียลมีเดียเด็ดขาด ตอนนี้เราให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับแอดมินเพจที่นำจดหมายดังกล่าวไปลงในโซเชียลแล้ว” นายอายุตม์กล่าวที่รัฐสภา น.ส.ทิพอัปสร แก้วมณี ตัวแทนภาคประชาชนและเครือญาติแกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขัง เข้ายื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทน ราษฎร ขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์ควบคุมผู้ต้องขังกรณีแกนนำกลุ่มราษฎรและพวก มีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ.การกฎหมายฯเป็นผู้รับหนังสือ น.ส.ทิพอัปสรกล่าวว่า จากจดหมายของนายอานนท์ ได้ล่ารายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้แล้ว 7,000 รายชื่อ เตรียมดำเนินการกับกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า จะนำหารือใน กมธ. เบื้องต้นจะลงพื้นที่เรือนจำตรวจสอบข้อเท็จจริง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง และไม่ใช่มาตรฐานที่ทำในเรือนจำด้านกลุ่มรีเดม (REDEM) โพสต์ข้อความในเทเลแกรมว่า 20 มี.ค.นี้ (จากการเลือกของมวลชน) พร้อมกัน 18.00 น. ที่สนามหลวง และยุติการชุมนุมเวลา 21.00 น. ไม่มีการเดินขบวน ไม่มีแกนนำ ร่วมกันแสดงพลังให้เต็มพื้นที่ นำกิจกรรมมาร่วมกันทำ นี่คือ พื้นที่ของประชาชนทุกคน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดชุมนุมของม็อบรีเดมรอบนี้น่าสังเกตว่า แอดมินไม่ได้เปิดโหวตเลือกสถานที่เหมือนการชุมนุม 2 ครั้งที่ผ่านมาคือ ร.1 ทม.รอ. และที่หน้าศาลอาญา ก่อนแจ้งสถานที่ชุมนุมครั้งที่ 3 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก มวลชนส่วนหนึ่งในกลุ่มอยากให้เลื่อนการจัดออกไป เพราะเป็นช่วงสอบของนักเรียนมัธยม แต่มวลชนอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม บอกว่าเป็นมติจากผลโหวตที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ พ.ต.อ.ปราโมทย์ สิมหลวง รอง ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ รรท.ผกก.สภ.ภูเขียว ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบควบคุมฝูงชน (คฝ.) และป้องกันอำเภอภูเขียว 2 กองร้อย ป้องกันเหตุการณ์วุ่นวายที่โรงพัก ต่อมากลุ่มราษฎร นำโดย น.ส.อินทิรา หรือทราย เจริญปุระ พร้อมพวกรวม 9 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นแจ้งความผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมใดๆในสถานที่แออัด และรวมตัวในสถานที่แออัดลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคฯ มีญาติและทนายความมาให้กำลังใจ ทั้ง 9 คนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การชั้นศาล หลังจากสอบสวนเบื้องต้นเสร็จสิ้นปล่อยตัวทั้งหมดกลับไป โดยที่นายไผ่ ดาวดิน ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯค่ำวันเดียวกัน ทวิตเตอร์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ข้อความว่า จากการที่นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิด ม.112 ที่ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต่อมาถูกนำไปขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว ทนายความวางหลักทรัพย์ 1.5 แสนบาทเป็นหลักประกัน ปรากฏว่าศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนายพรหมศรในชั้นสอบสวน ระบุคดีมีอัตราโทษสูง ตามพฤติการณ์คดี และลักษณะการกระทำเกรงว่าจะหลบหนีและไปกระทำความผิดซ้ำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับหัวแถวของกลุ่มราษฎร และเป็นดาวปราศรัยของกลุ่ม นอกจากนี้ยังเคลื่อนไหวในนามกลุ่มราษฎรมูเตลู เน้นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นายพรหมศรถือเป็นแกนนำกลุ่มราษฎรรายที่ 9 ที่ศาลไม่ให้ประกันตัวต่อมาเวลา 18.00 น. ที่หน้าศาลอาญา น.ส.วรรณวลี เอมจิตต์ หรือธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา พร้อมแนวร่วม “กลุ่มราษฎรเอ้ย” ประมาณ 30 กว่าคน รวมตัวปราศรัยเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี น.ส.วรรณวลีเผยว่า กิจกรรมวันนี้เรามาเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนๆของพวกเรา เมื่อเทียบกับคดีกลุ่ม กปปส.เหตุใดจึงปล่อยได้ นอกจากนี้ยังขอให้พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ผิดปกติในยามวิกาล เรากลัวว่าเพื่อนเราจะเป็นอันตราย วันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ตนมีนัดคดีที่สำนักงานอัยการธนบุรี กรณีปราศรัยในม็อบที่วงเวียนใหญ่อาจถูกขังระหว่างพิจารณาได้ จึงใช้เฮือกสุดท้ายออกมาเรียกร้องให้ดีที่สุด หากมีความยุติธรรมจริง ต้องให้เพื่อนประกันตัวออกมาสู้คดีตามหลัก สากล และตอนนี้หากเรานิ่งเฉยจะมีคดีเช่นนี้เรื่อยๆ