รายงานจาก ดิ อิระวดี สื่อท้องถิ่นของเมียนมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. เผยว่ามีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คนจากกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาในกรุงเนปิดอว์ ถูกควบคุมตัวเนื่องจากมีการรั่วไหลของเอกสารเกี่ยวกับการประชุมฉุกเฉินกับผู้แทนรัฐบาลจีนเจ้าหน้าที่เผยว่า นายอู ชาน เอ เจ้าหน้าที่ชายระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการถูกนำตัวออกจากอาคารโดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 6 คนในเช้าวันที่ 9 มี.ค. ขณะที่นายอู โซ ตู ละ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอีกคนถูกควบคุมตัวในตอนเย็นวันเดียวกัน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าบันทึกรายงานการประชุมกับผู้แทนของจีน นอกจากนี้ครอบครัวของทั้ง 2 ยังยืนยันว่า ทั้ง 2 อยู่ในระหว่างการสอบปากคำและได้รับการปฏิบัติอย่างดีเอกสารที่รั่วไหลแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเผยว่าคณะผู้แทนของจีนจัดการประชุมฉุกเฉินกับหน่วยงานที่ดูแลกิจการภายในและเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศช่วงปลายเดือน ก.พ. ขอให้รัฐบาลทหารเพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงการท่อขนส่ง เนื่องจากเกรงกระแสต่อต้านจีนที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ยังขอให้กดดันสื่อให้ช่วยลดความกังขาที่มีต่อจีน ด้านผู้ประท้วงขู่ว่าจะระเบิดท่อส่งน้ำมันและก๊าซ และต่อต้านโครงการของจีนทั่วประเทศ หากจีนยังขวางการดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่อรัฐบาลเมียนมาขณะที่นายจาง จุน ทูตจีนประจำสหประชาชาติได้เรียกร้องเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ให้ลดระดับความรุนแรงของวิกฤติในเมียนมา เพื่อหันหน้ามาเจรจา จีนพร้อมที่จะมีส่วนร่วมและสื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้าน รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาในระหว่างการหารือเรื่องสถานการณ์ในภูมิภาคกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พร้อมชื่นชมบทบาทของไทยในการหารือกับเมียนมาเพื่อพยายามช่วยหาทางออก พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องถึงการแก้ไขวิกฤติด้วยการเจรจานอกจากนี้นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันไม่มีการออกเอกสารเวียนแจ้งเตือนการเพิกถอนวีซ่าหากนักศึกษาต่างชาติเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่เนื่องจากมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 ในบางท้องที่ จึงขอให้ชาวต่างชาติระมัดระวังอย่างสูงและตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละจังหวัดก่อนวันเดียวกัน กองทัพเมียนมาได้กล่าวหานางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ว่ารับสินบนมูลค่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 17.4 ล้านบาท รวมถึงทองคำ แต่กองทัพไม่ได้แสดงหลักฐาน.