ไม่แน่ว่า อิทธิฤทธิ์ “ไอ้ไข่” หรือความศักดิ์สิทธิ์ “พ่อท่านป้อม” ช่วยให้นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้สมัครของค่ายพลังประชารัฐ เข้าวินศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 โค่นแชมป์เก่ายี่ห้อประชาธิปัตย์ไปแบบขาดลอยตามฟอร์มแบบที่ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในฐานะแม่ทัพใหญ่ คุมกำลังทีมปักษ์ใต้ นำขบวนไปวัดเจดีย์ บนบาน “ไอ้ไข่” ด้วยประทัด 5 แสนดอก พร้อมไก่ 1 คู่ ชื่อ “โชคดีมาเฟีย”“เล่นของ” ช่วยคนพลังประชารัฐชนะเลือกตั้งซ่อมอีกด้านก็เป็น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่โดดขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกในชีวิต พูดสั้นๆแค่ไม่กี่นาที ตามสไตล์เหมือนตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเน้นแค่ประโยคเด็ด ใจถึงพึ่งได้ ไม่ทิ้งคนใต้แค่นั่นแหละ เรียกแต้มไหลมาเทมา ทีมพลังประชารัฐดาหน้าเจาะพื้นที่เก่งของอดีต ส.ส.ตัวจี๊ดอย่างนายเทพไท เสนพงศ์ ต้องยอมรับสภาพความพ่ายแพ้แบบหมดรูปชื่นสะดือคนแก่ สะใจกองเชียร์ ทีม “ไอโอ” แห่ “ลุงป้อม”แต่เรื่องของเรื่อง 1 ที่นั่งในสนามเลือกตั้งซ่อมเมืองนครศรีธรรมราช แทบไม่ได้มีผลต่อพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด ในสถานการณ์ที่รัฐบาลผสมเสียงเหลือเฟือแต่มันเป็น “1 แต้มสำคัญ” ของ “ผู้กองนัส” ที่ได้เบ่งกล้ามโชว์บารมี เพื่ออัปเกรดเก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ”ปักป้ายจองไปทั่ว ไล่ดะทั้ง รมว.ดิจิทัลฯที่หมายตาไว้ตั้งแต่ตอนฟอร์มรัฐบาล เผลอๆ ก็แอบแซะ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ของ “สายแข็ง” อย่าง “เดอะท็อป” นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ และน่าจะจบที่ “ของตาย” เก้าอี้ รมว.แรงงาน ที่เหมาะสุดกับ “ผู้กองนัส” ในบท “เจ้าพ่อกรรมกร” ดูแลม็อบเลเบอร์สถานะผู้คุมกำลังหลักในค่ายพลังประชารัฐ “ผู้กองนัส” เลือกจิ้มได้และยังเหมารวมไปถึง “แก๊ง 3 ช.” ทีม 3 รัฐมนตรีช่วย ที่กำลังขึ้นหม้อปิดฝาไม่มิดอาการแบบที่ “มาดามบิ๊กอาย” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ตามประกบ “ลุงป้อม” ทุกฝีก้าว ไม่ยอมคลาดสายตา และถือสิทธิ์เป็นคนจัดการบริหารคิวเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เพิ่มโอกาสเคลมตั๋วเสียบรัฐมนตรีกระทรวงการคลังหรืออารมณ์คึกคักอย่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่เล่นบท “สันติ พร้อมเป็น” โชว์ฟอร์มตัวจริงเสียงจริง ประกาศต่อโปรโมชันโครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 3 ตีกินแต้มระหว่างการหาเสียงปาดหน้า “ขุนคลัง” อย่างนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ แบบไม่เปิดไฟให้สัญญาณตามรูปการณ์ ชัยชนะสนามเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช ทำให้ก๊วน 3 รัฐมนตรีช่วยทีมพลังประชารัฐ “เบ่งกล้าม” ตรงกันข้ามกับแก๊ง 2–3 มิตร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่แท็กทีมเฉพาะกิจกับ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กอดคอกันตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากจากสภาพเริ่มกลายเป็น “เนื้องอก” ที่ห่างชั้นกับ “เนื้อแท้” ของ พล.อ.ประวิตร ล้อไปกับลูกติดพัน ช็อตเบื้องหลังมันๆแบบที่ลือกันว่า “มาดามบิ๊กอาย” ไม่ใส่ชื่อ “เสี่ยแฮงค์” ในคิวปราศรัยบนเวทีนครศรีธรรมราชเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาด กับคนเป็นเลขาธิการพรรคต่อเนื่องกับเสียงซุบซิบในวง ส.ส.พลังประชารัฐ หลุดเป็นข่าวกอสซิปที่สื่อบางแห่งแฉเรื่องร้อนๆ เสนาบดีหนุ่มใหญ่ฟิวส์ขาด กำหมัดฮึดฮัดใส่เสนาบดีหญิงคนดัง ดีว่าลุงนั่งอยู่ตรงกลาง เบรกไว้ได้ทันเหยียบบ่า ปีนเกลียว เบียดแย่งแซงหน้าขึ้นชั้นชัยชนะในสนามเลือกตั้งซ่อมเมืองนครฯ ตอกย้ำรอยปริแยกในพปชร.แตกเป็นเสี่ยง แถมแรงสั่นสะเทือนยังเขย่ารอยร้าวระหว่าง “ประชาธิปัตย์” กับ “พลังประชารัฐ”ถึงจุดเลิกสะกดคำว่า “มารยาท”อารมณ์แบบที่ “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศดังๆต่อไปนี้ไม่มีคำว่าเกรงใจ ในเมื่อพลังประชารัฐไม่คิดเรื่องมารยาท ประชาธิปัตย์ก็ไม่ต้องแคร์เหมือนกันพร้อมกดปุ่มสัญญาณเดินหน้าโหวตรื้อรัฐธรรมนูญประชาธิปัตย์–พลังประชารัฐ แค่รอวันแตกหัก และโดยเงื่อนไขสถานการณ์จะไหลลามไปถึงยุทธการล้มธง สกัดคิวรื้อรัฐธรรมนูญ ที่ทีมแห่ทหารเฒ่า 3 ป. หวังลากยาวอำนาจ ท้ารบมวลชนรุ่นใหม่นอกสภาจังหวะ “เอาคืน” นักเลือกตั้งอาชีพส่อแจมม็อบ สหบาทาท็อปบูต.ทีมข่าวการเมือง