ทุกอย่างเดินหน้า คลี่คลาย แก้ไข ปล่อยนานออกไปยิ่งเสียโอกาสเพิ่มขึ้น เป็นมุมมองของพลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งเคยมีบทบาททางการเมืองระดับเบอร์หนึ่งของประเทศ แสดงความห่วงใยบ้านเมือง หลังเห็นระบบการเมืองไทยโดยรวมที่เป็นอยู่ยังเหมือนเดิมตอนนี้อยู่นอกวงโคจรการเมือง ยังไม่มีช่องทางหรือเหตุอะไรที่จะกระโดดกลับเข้าทำงานการเมืองอีกครั้ง หากเมื่อไหร่มีความรู้สึกสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ โดยสภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวย มีคนสนับสนุนแนวคิดเพียงพอเพื่อช่วยผลักดันไปสู่การปฏิบัติได้ ตรงนี้เป็นเกณฑ์ที่จะใช้ตัดสินใจอนาคตการเมืองเขาคนนั้นมีนิกเนมที่เรารู้จักกันดีว่า “พี่มาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอผ่านทีมการเมืองไปถึง “รัฐบาลลุงตู่” ให้เห็นถึงปัญหาของประเทศตลอด 2 ปีทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ไวรัสโควิด-19เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุด สังคมรอคำตอบจากรัฐบาลว่าจะแก้ไขปัญหาหลักที่สำคัญเมื่อไหร่โดยด้านการเมืองก็มีความขัดแย้งต่อเนื่อง มีเปลี่ยนแปลงคู่ขัดแย้งบ้าง มีจุดเน้นในแต่ละสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง มันเป็นความแตกต่างทางความคิด ความขัดแย้งพื้นฐาน ช่องว่างยังมีอยู่เหมือนเดิมอาจถูกกดทับโดยบางสถานการณ์ ถูกกดทับโดยการบังคับใช้กฎหมายแต่ปัญหาพื้นฐานยังไม่ได้รับการแก้ไขขณะที่ด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงมาก ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบเคียงประเทศในอาเซียน เริ่มถูกมองว่าไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันที่สำคัญความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสร้างความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจไปทั่ว ซึ่งเกิดก่อนโควิดพอเกิดโควิดก็เข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ นับเป็นเรื่องใหม่ ไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้า เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ เพราะต้องคำนึงถึงมิติด้านสุขภาพในการทำทุกสิ่งทุกอย่างแถมมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และคดี กปปส.ที่ถูกศาลพิพากษา ส่งผลต้องปรับ ครม.โจทย์สำคัญที่สุดในสถานการณ์เฉพาะหน้าของรัฐบาลต้องใช้โอกาสปรับ ครม. เพื่อเรียกความเชื่อมั่นแล้วฉายภาพให้เห็นว่ากำลังจะพาประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างน้อยที่สุดการปรับ ครม.ในมุมที่เกี่ยวข้องกับโควิดและเศรษฐกิจ มันเป็นจังหวะวัคซีนเข้ามา ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ให้คนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน โดยให้ข้อมูลในระดับความปลอดภัยเป็นอย่างไรพร้อมให้ข้อมูลด้วยว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ อาจลดการแพร่เชื้อลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังเป็นตัวเลขที่ไม่ชัดเจนนัก ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ยังไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การอธิบายต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดลำดับเรื่องการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มใดก่อนหลังอย่างไร ด้วยเหตุผลอะไรการจัดการวัคซีนให้สัมพันธ์กับมาตรการผ่อนคลายให้เศรษฐกิจเดินหน้าต้องฉายภาพให้คนมีความเชื่อมั่น พร้อมมีแผนรองรับความเสี่ยงในทุกด้านทำแบบนี้สามารถลดแรงกดดันได้อีกหลายอย่าง และระหว่างที่ยังผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ ยังไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ จะยังคงเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการเดินหน้าได้อย่างไรรวมถึงประเมินภาวะทางการเงิน ในช่วงที่กำลังเสนองบประมาณประจำปี 65 เข้าสภาควรอาศัยจังหวะปรับ ครม.เสร็จแล้วฉายภาพ “โรดแม็ปวัคซีน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสาร เชิงยุทธศาสตร์ค่อนข้างน้อย สื่อสารเฉพาะประเด็น เฉพาะสถานการณ์ บางทีมีลักษณะโยนหินถามทาง มากกว่าบอกถึงหลักคิดที่จะทำอย่างไร ทำให้ความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจก็เป็นปัญหา มุมมองผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลายคน หยิบยกความเดือดร้อนของประชาชนหลายกลุ่ม ฉายภาพเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจบิดเบี้ยว ผมไม่ได้บอกว่าเห็นด้วย แต่รัฐบาลตอบเฉพาะจุดเล็กๆ รายละเอียดบางเรื่อง ประเด็นใหญ่ไม่มีคำตอบ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเข้าใจประเด็นหรือมุมมองที่เสนอ ตรงนี้มันจำเป็นที่บอกจำเป็นเพราะหากพูดถึงการเมือง ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้คนเกิดความเชื่อมั่น แต่ละฝ่ายอยู่ในจุดยืนของตัวเอง ผู้ชุมนุมรู้สึกว่าข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อถูกดำเนินคดี สะสมคดีเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ ช่องว่างย่อมมีมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายต่อต้านผู้ชุมนุมรวมถึงคนในรัฐบาล ไม่ได้หยุดยั้งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคตลอดเวลา ยังดีหลายประเด็นในวาระที่ 2 คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แต่ติดขัดกระบวนการตีความและลงมติในวาระที่ 3 ยังไม่มีการสร้างจุดร่วมไปในทิศทางเดียวกัน ในเมื่อรัฐบาลไม่มีความพร้อม มีความเป็นเอกภาพในการทำเรื่องนี้ยิ่งต้องบริหารจัดการด้านโควิดและเศรษฐกิจให้ชัดเจนขึ้นไม่เช่นนั้นหากเกิดความผิดพลาดยิ่งไปซ้ำเติมในภาคการเมืองไม่ใช่ต่อรัฐบาลอย่างเดียว ยังกระทบต่อระบบการเมือง ความรู้สึกย่อมถดถอยในเชิงความเชื่อมั่นศรัทธาในระบบ ขณะที่ตอนนี้เกือบทุกพรรคการเมืองอ่อนแอ ด้วยผลของกติกาหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้านายกฯจะเริ่มทบทวนนิดหนึ่ง หลังจากสังเกตจากตำตอบที่ชี้แจงในสภา หลักใหญ่ของท่านคือได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบผมทำงานการเมืองยืนยันมาตลอดว่ามันไม่พอ กระบวนการทางการเมือง ความรับผิดชอบทางการเมือง มันเป็นสิ่งที่มีอะไรมากกว่า กระบวนการทางกฎหมายนายกฯต้องใช้โอกาสในการปรับ ครม. ดูข้อมูลทั้งหลายที่ปรากฏขึ้น บางเรื่องยังไม่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่สร้างคำถามในใจคน ควรเอาสิ่งเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา เพื่อทำให้คนรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยนายอภิสิทธิ์ ยังสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลตามระบบในสภา ไม่มีปัญหา อาจประเมินว่าแรงกดดันนอกสภามันควบคุมได้โดยวิธีการต่างๆ อาจมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าปัญหาพื้นฐานแบบนี้มันไม่ได้หายไปไหนสะสมรอวันปะทุขึ้นมา มันอันตราย เป็นปัญหาที่แก้ยากขึ้นทีมข่าวการเมือง ถามถึงใกล้ครบรอบ 7 ปี คสช.ในวันที่ 22 พ.ค.64 “ระบอบประยุทธ์” เริ่มถูกตั้งข้อสังเกตว่ายิ่งกว่า “ระบอบทักษิณ” นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ปัญหาแบบนี้เมื่อถึงเวลาร่างรัฐธรรมนูญควรหยิบยกขึ้นมาพูด ให้เห็นความเชื่อมโยงทั้งหมดเช่น ระบบเลือกตั้ง อย่าไปมองว่าวิธีการใครชนะใครแพ้ ควรมองให้เห็นว่าระบบเลือกตั้งถูกออกแบบมาเพื่อให้รัฐบาล พรรคการเมืองเข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน บางประเทศออกแบบให้มีรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติ บางประเทศออกแบบให้รัฐบาลมีเอกภาพเด็ดขาด ทั้งสองแบบต้องออกแบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่แตกต่างกันวันนี้ปัญหาเชิงโครงสร้างมีเยอะมาก ทั้งการเมืองที่ทำให้คนทั้งประเทศ รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าที่เป็นอยู่ เศรษฐกิจมีปัญหาในความเหลื่อมล้ำ ไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสังคม ค่านิยม วัฒนธรรม ซึ่งวิถีชีวิตคนเปลี่ยนไปเยอะมาก ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหลายสิ่งหลายอย่างเหมือนคนรุ่นก่อน ในแง่ที่เขาคาดหวังว่าสังคมควรเป็นอย่างไร โครงสร้างกฎหมายก็ดี โครงสร้างอำนาจก็ดี ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้เริ่มจากหาทางกระตุ้นให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนในสิ่งเหล่านี้ ด้วยเหตุด้วยผล แต่ขณะนี้ไม่มีใครสนใจที่จะทำ มีแต่สนใจใช้สื่อและการสื่อสารกับพวกเดียวกันเอง ย้ำความคิดตัวเอง แล้วเป็นปฏิปักษ์กับอีกฝ่ายหนึ่ง7 ปีที่ คสช.ฝังรากลึกลงในโครงสร้างรัฐ สังคม เครือข่ายอำนาจ การขุดรากหรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงย่อมยากไปด้วย นายอภิสิทธิ์บอกว่า เห็นจากประวัติศาสตร์ของหลายประเทศ ในที่สุดเมื่อโครงสร้างไม่ตอบสนองความต้องการ ความจำเป็นของประเทศและประชาชน ในที่สุดก็ไปไม่ได้“ฉะนั้นผมจึงไม่ได้มองว่าลึกขนาดนั้น ของบางอย่างดูเข้มแข็งบางทีเกิดอะไรขึ้นนิดหนึ่ง มันล้มครืนทั้งหมด”.ทีมการเมือง