ประเทศ เวียดนาม สามารถที่จะนำเศรษฐกิจผ่าน วิกฤติโควิด-19 มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามปี 2563 ที่ผ่านมาบวกร้อยละ 2.9 ในขณะที่เกือบทุกประเทศติดลบกันบานตะไท ทำให้ เวียดนาม วันนี้เป็นประเทศเนื้อหอมที่สุด มีบริษัทข้ามชาติชั้นนำของโลก อาทิ IBM Microsoft Samsung Honda รวมทั้งธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมอาหารแบรนด์ต่างๆ เข้าไปใช้บริการมากมาย เช่นเดียวกับ อินโดนีเซีย ถึงจะเจอกับ วิกฤติไวรัสโควิด-19 แสนสาหัส แต่ อินโดนีเซีย ยังเป็นเป้าหมาย อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีรถยนต์แบรนด์ต่างๆไปใช้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญหรือ เทสล่า ก็เตรียมใช้ อินโดนีเซีย เป็นฐานการผลิต แบตเตอรี่ ที่จะใช้กับ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้นวันนี้ทั้ง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย ชิงประกาศ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ไปล่วงหน้าแล้ว กางแผนการพัฒนาประเทศสู่อนาคตจนถึงปี 2573 หรือ 2030 เข้าสู่ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของประเทศ ต้องยอมรับว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบปัญหากับ ทีมเศรษฐกิจ มาโดยตลอด เมื่อรวมอายุรัฐบาล สมัย คสช.กับสมัยนี้ที่ทำงานต่อเนื่องกันมา เปลี่ยนไปหลายชุด โดยเฉพาะ ทีมเศรษฐกิจ เกิน 6 ปีไปแล้ว ทำให้เป็นจุดอ่อนและปัญหาใหญ่ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ รับหน้าเสื่อมาเป็น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เองด้วยแล้ว ก็เหมือนเอางูมาพันคอตัวเอง ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ กระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ คมนาคม เกษตรฯ พาณิชย์ ไปอยู่ในการกำกับดูแลของ พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการสั่งการหรือใช้อำนาจบริหาร พล.อ.ประยุทธ์ จะไปล้วงลูกมากเกินไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็กลายเป็นปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลไปฉิบ ยกตัวอย่างเรื่องที่ใหญ่ที่สุด และกำลังจะถูกมองข้ามคือ การขาดทุนของการบินไทย ณ จุดนี้การบินไทยมียอดการขาดทุนสะสมแล้วนับแสนล้านบาท การผ่าตัดการบินไทย เข้าสู่การล้มละลายก็ยังคาราคาซัง การเสนอแผนฟื้นฟูโดยการลดค่าใช้จ่ายลดคน และการปรับฝูงบินใหม่ หลังโควิด-19 ที่คาดว่าจะกลับมาเป็นปกติในปี 2568 ท่ามกลางข่าวที่ว่า การบินไทยจะขอซื้อเครื่องบินใหม่อีก 30 ลำ ภายในปี 2568 นำไปสู่คำถามว่า ซากเครื่องบินของการบินไทยที่ประกาศขาย ไปถึงไหนแล้ว การประกาศขายตึก ศูนย์ฝึกอบรมลูกเรือ ของการบินไทย ส่อถึงอะไร ในสถานการณ์ที่ อุตสาหกรรมการบินของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตอนนี้ ที่ยังต่อลมหายใจการบินไทยไปได้ คือ การทยอยขายทรัพย์สิน นำมาเป็นค่าใช้จ่าย ในขณะที่สารพัดเจ้าหนี้คอยตามทวงหนี้กันหน้าสลอน เช่น เจ้าหนี้ผู้ให้เช่าเครื่องบิน ที่เจรจาขอลดค่าเช่าหรือคิดค่าเช่าเฉพาะชั่วโมงที่ใช้บินเท่านั้น หรือธุรกิจ คาร์โก เมื่อประสบกับวิกฤติโควิด จากที่เคยบินขนส่งสินค้าวันละกว่า 200 เที่ยวบิน ลดลงไปร้อยละ 90 เหลือ ประมาณเดือนละ 200 เที่ยวเท่านั้น เมื่อมีปัญหากระแสเงินสด ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายลดเงินเดือนค่าตอบแทน จากเดิมที่มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นคน ก็จะเหลือไม่ถึง 1.5-2 หมื่นคน ลดเงินเดือนอีกร้อยละ 20 น่าเห็นใจทั้งพนักงานและผู้บริหารที่ช่วยกันดิ้นเฮือกสุดท้ายให้ถึงที่สุด นี่คือตัวอย่างการล้มละลายของธุรกิจที่เคยมั่นคงที่สุดใครจะเป็นแพะรับบาปวิกฤติเศรษฐกิจรายต่อไป.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th