เมื่อ 27 ม.ค. คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญโปแลนด์ ที่มีคำวินิจฉัยให้การทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นั่นหมายถึงห้ามการทำแท้งเกือบทุกกรณีเมื่อเดือน ต.ค.ปีกลาย เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นทางการ ทำให้มีผู้ชุมนุมออกมาประท้วงทั่วประเทศ ทั้งโบกธงสีรุ้ง อันเป็นธงของกลุ่มรักร่วมเพศ และถือป้ายเขียนข้อความว่า “นี่หมายถึงสงคราม” หรือ “ทางเลือกเสรี ไม่ใช่ทรราช” ทั้งที่มีมาตรการคุมเข้มสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นนโยบายแนวคิดอนุรักษนิยมที่หยั่งรากลึกลงในประเทศที่ติดอันดับคาทอลิกสายเคร่งมากที่สุดในยุโรป และเป็นอีกหนึ่งประเด็นของสังคมที่เกิดความแตกแยกมากที่สุดตั้งแต่พรรครัฐบาล PiS ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมขึ้นครองอำนาจเมื่อปี 2558 จนเกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่เมื่อปีกลายทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายห้ามทำแท้งฉบับใหม่ การทำแท้งจะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อในกรณีที่ถูกข่มขืนและการมีเพศสัมพันธ์ภายในครอบครัว และในกรณีที่ผู้ตั้งครรภ์มีปัญหาด้านสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ส่วนแพทย์ที่ทำแท้งให้กับคนไข้จะถือว่าผิดกฎหมายและอาจต้องโทษจำคุก ซึ่งแต่ละปีมีผู้หญิงที่ได้รับการทำแท้งถูกกฎหมายไม่ถึง 2,000 คน และกลุ่มสิทธิสตรีโปแลนด์ประเมินว่า มีผู้หญิงอีก 200,000 คน ที่เลือกทำแท้งเถื่อน หรือเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำแท้ง.