“อโรคยา ปรมา ลาภา สทา โสตฺถิ ภวนฺตุ เต สพฺพทา” ขอความเป็นผู้ไม่มีโรค จงเป็นลาภอันประเสริฐ ให้บังเกิดแด่ทุกท่านในกาลทุกเมื่อด้วยเทอญฯจากคำนิยามทั้งภาษาบาลี และไทยนี้ คือแรงบันดาลใจอันสูงส่งที่ก่อให้เกิด โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า และ สถานพยาบาลคลินิก ขึ้นบนแผ่นดินพุทธภูมิโดยความคิดริเริ่มของคณะพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล ที่ปัจจุบันมี พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เป็นหัวหน้านำทีม สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เป็นสถานพยาบาลเอกชนแห่งเดียวที่เปิดรักษาราคาถูกคนละ 12 รูปี หรือ 6 บาท และรักษาฟรีทุกวันพระ มีการตรวจคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มงวด.ที่ เมืองคยา รัฐพิหาร แผ่นดินแห่งการตรัสรู้ เปิดให้บริการในวัดไทยพุทธคยา ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า” พร้อมโครงการ 12 รูปี (6 บาท) รักษาทุกโรคส่วนที่ เมืองกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ แผ่นดินแห่งการปรินิพพาน เปิดให้บริการภายใต้ชื่อ “สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก” เพื่อรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยชาวอินเดียท้องถิ่น ผู้แสวงบุญทั้งชาวไทย และทุกชาติ ทุกศาสนาในช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด มีแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ 15 คน มีคนไข้มาขอรับการรักษาถัวเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 79 คนต่อวันหลังโควิด-19 ระบาด โรงพยาบาลเอกชน สถานพยาบาลเอกชน แห่งอื่นๆของเมืองอุตตรประเทศ ได้ปิดให้ทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด แพทย์อินเดียสอบถามอาการป่วยของผู้ที่ไปรักษาที่ สถานพยาบาลกุสิ-นาราคลินิก มีทั้งชาวอินเดีย พระ และคนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา.แต่ สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก ยังคงต้องเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยชาวอินเดียท้องถิ่น สามารถเข้ารักษาพยาบาล ภายใต้ โครงการ “12 รูปี รักษาทุกโรค” และใน วันพระรักษาฟรี เช่นเดิมเพราะไม่เพียงแต่เป็นการรักษาสถานภาพของการเป็นโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ผู้มีพระเมตตาแบบไม่มีประมาณเท่านั้นแต่ยังเป็นการรักษาสถานภาพของการเป็นสถานพยาบาลที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ประสบโรคภัย ไร้ที่พึ่ง ตลอดจนเพื่อช่วยรักษาปากท้องเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และคนงานผู้ให้บริการด้วยการดำรงอยู่ของ สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก ให้เป็นปกติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ ได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรอง เพิ่มการรักษาและยาเวชภัณฑ์มากขึ้น เพราะมีผู้ขอรับการรักษาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ที่ไปรับการตรวจที่ สถานพยาบาลกุสินา- ราคลินิก ก่อนเข้าพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยโรค ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน.นอกจากนี้ ด้วยมาตรการที่ต้องเข้มงวดเรื่องการป้องกันโควิด-19 แพทย์อินเดียและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเอง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกทั้งจากแมสก์ ถุงมือ เนตคลุมผม เสื้อคลุม เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องตรวจอุณหภูมิ เป็นต้นตั้งแต่โควิด-19 ระบาด ทาง วัดไทยกุสินารา-เฉลิมราชย์ ใช้เงินบริจาคจากหน่วยงาน องค์กรการกุศลและผู้ร่วมทำบุญทั้งในอินเดียและในไทย สนับสนุนคลินิกไปแล้วกว่า 3 ล้านบาทจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้แรงศรัทธามาช่วยขับเคลื่อน เพื่อช่วยเกื้อหนุนเพื่อนมนุษย์ที่กำลังประสบทุกข์ภัย ด้วยการเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเข้ากองทุนรักษาพยาบาลเพียง 6 บาท หรือ 12 รูปี เพื่อรักษาผู้ป่วยได้ฟรี 1 คน พระครูวรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินาคาร์ และสถานพยาบาลกุสินาราคลินิก.โดยสามารถบริจาคตามกำลังศรัทธาได้ที่ชื่อบัญชี “มูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์–อินเดีย เพื่อสถานพยาบาล” ธนาคารทหารไทย สาขา สุรวงศ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 078-2-14799-5สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ โทร.08-1699-9687, 06-1694-9635 และ 09-4449-6463สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ. พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล นำคณะสงฆ์นานาชาติเยี่ยมชมสถานพยาบาลกุสินาราคลินิก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ อินเดีย ก่อนโควิด-19 ระบาด.เด่นชัย เด่นชัยประดิษฐ์