พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ผู้กุมอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ คุมทั้งกองทัพ ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง แต่ยอมรับว่าไม่สามารถปราบปรามบ่อนการพนันให้ราบคาบได้ ไม่มีใครทำได้สำเร็จเพียงผู้เดียว ต่อให้ร้อยนายกฯก็ทำไม่ได้ เพราะมีคนไทยเล่นการพนันอยู่เป็นอันมากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี อาจถูกตีความว่าเท่ากับยอมจำนนต่อเครือข่ายมิจฉาชีพนอกกฎหมาย แม้นายกรัฐมนตรีจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวเถื่อนและบ่อน แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบ ก็ยอมรับว่าการตั้งคณะกรรมการเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกคนรู้ว่าบ่อนเถื่อน เป็นต้นเหตุของความชั่วร้ายมากมาย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ระบุว่าบ่อนเถื่อนเป็นต้นเหตุของการซื้อขายตำแหน่งเป็นที่มาของการให้และการรับ “ส่วย” เป็นแหล่งทำมาหากิน “โดยทุจริต”ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการพนันเป็นธุรกิจแสนล้าน ที่ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐแต่เสีย “ภาษี” ในรูปของ “ส่วย” ให้เจ้าหน้าที่รัฐ เคยมีรัฐบาลบางชุด ที่ให้ศึกษาผลดีและผลเสียของการตั้งบ่อนผิดกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาบ่อนเถื่อน เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาลจากการเก็บภาษีการพนัน และขจัดปัญหาส่วย รวมทั้งสกัดกั้นไม่ให้คนไทยหอบเงินไปเซ่นการพนัน ในบ่อนต่างประเทศแต่รัฐบาลชุดนั้นมีอันเป็นไปเสียก่อน อีกทั้งมีคนไทยบางกลุ่มต่อต้าน อ้างว่าไทยเป็นเมืองพุทธจะให้รัฐบาลมอมเมาประชาชนให้จมปลักใน “อบายมุข” ไม่ได้ คำนี้พจนานุกรมของทางราชการให้คำจำกัดความว่า “ทางแห่งความฉิบหาย” เช่น การเป็นนักเลงสุรา นักเลงการพนัน นักเลงหญิง และการเที่ยวกลางคืน เป็นต้นแต่ประเทศไทยก็มี “แหล่งอบายมุข” พร้อมทุกอย่าง บางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น สุรา ที่เป็นธุรกิจระดับเอกอัครมหาเศรษฐี ส่วนบ่อนการพนันเกิดขึ้นในทุกประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่เป็นเมืองพุทธและศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา และพม่า ล้วนแต่เปิดบ่อนต้อนรับนักเล่นการพนันไทย ไม่ทราบว่าปีละกี่ร้อยกี่พันล้านเชื่อมั่นว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทย สามารถแก้ปัญหาบ่อนเถื่อนขนาดใหญ่ และปัญหาส่วยได้ ซ้ำยังเพิ่มรายได้ให้รัฐมหาศาล ประเทศไทยก็น่าจะแก้ปัญหาแบบเดียวกันบ้าง ถ้ารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวถูกด่า ก็ควรแก้ปัญหาตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ โดยให้คนทั้งประเทศลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับบ่อนถูกกฎหมาย.