ปี 2563 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ผู้คนแทบจะไร้สุข ทุกวงการอ่วมพิษโควิด-19 ความบันเทิงที่พอจะเป็นหนทางให้ผู้คนออกไปพบความสุขก็ถูกปิดกั้น โดยเฉพาะบรรดาภาพยนตร์สตูดิโอยักษ์ฝั่งตะวันตกก็หยุดชะงัก เลื่อนโปรแกรมฉายออกไป แต่ใช่ว่าจะไม่มีหนังฟอร์มใหญ่ออกมาเสิร์ฟความบันเทิงเลย หนึ่งในนั้นคือ “มอนสเตอร์ ฮันเตอร์” (Monster Hunter) หนังแอ็กชันแฟนตาซีงาน กำกับของ พอล ดับเบิลยู เอส แอนเดอร์สัน ที่การันตี ด้วย “เรซิเดนต์ อีวิล” (Resident Evil) 6 ภาค โดยดารานำยืนหนึ่งยังเป็น มิลลา โจโววิช สตาร์ดังฮอลลีวูดและคู่ชีวิตของแอนเดอร์สัน ร่วมด้วย จา พนม หรือ โทนี่ จา รับบท “ฮันเตอร์” ซึ่งเป็นบทนำขับเคลื่อนเดินเรื่องคู่กับมิลลา โจโววิช ถึงโควิดจะทำให้คนต้องมีระยะห่างต่อกัน แต่อินเตอร์เน็ตทำให้โลกแนบชิดกันได้ ก่อนหนังเข้าฉายในบ้านเรา “ไทยรัฐ” มีโอกาสต่อสายออนไลน์ผ่านซูม สนทนากับมิลลาและพอล บอกเล่าถึงการทำงานในโปรเจกต์ “มอนสเตอร์ ฮันเตอร์” หนังที่สร้างจากวิดีโอเกมดังของแคปคอม บริษัทจำหน่ายและพัฒนาเกมแถวหน้าในญี่ปุ่น มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ มีฉากหลังส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย เพื่อให้ได้โลเกชันตามเป้าหมาย ทีมยกกองไปถ่ายทำที่ทะเลทรายในแอฟริกา ซึ่งอุณหภูมิความร้อนจัดในเวลากลางวันหรือหนาวจัดในเวลากลางคืน กลายเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนักสำหรับนักแสดง ยิ่งต้องแบกอาวุธประหลาดรวมถึงเครื่องแต่งกายที่หนักหนาเอาเรื่อง มิลลาเล่าถึงการเตรียมตัวสำหรับบทบาทร้อยเอกนาตาลี อาร์ทีมิส ทหารหน่วยจู่โจมกองทัพบกสหรัฐฯ และการทำงานในทะเลทรายว่า “ฉันไปฝึกที่ฐานทัพสหรัฐฯนอกลอสแอนเจลิสได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่น่าทึ่ง พวกเขาจำลองประสบการณ์สงครามในโลกจริง ได้เห็นอาวุธที่น่าทึ่งอย่างรถถังเอย เฮลิคอปเตอร์เอย ฉันเป็นส่วนหนึ่งของการจำลองสถานการณ์ ได้เรียนรู้ในการทำงานเป็นทีม การได้เห็นว่าทหารเข้าไปในสถานการณ์เหล่านี้เป็นอย่างไรนั้น เป็นการให้ความรู้อย่างไม่น่าเชื่อและให้โอกาสฉันได้เชื่อมโยงกับตัวละครของฉันจริงๆ” นอกจากการเข้าฝึกในค่ายทหารจริง ที่นี่ยังทำให้เธอได้พบมิตรภาพใหม่ๆกับเพื่อนต่างอาชีพนั่นคือทหารหญิงของหน่วยจู่โจมกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ให้คำปรึกษาและทำให้มิลลาเข้าใจและรู้สึกใกล้ชิดกับบทบาทของอาร์ทีมิส “เรากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เธออาศัยอยู่อีกฟากหนึ่งของประเทศ ฉันก็ได้เฟซไทม์คุยกับเธอหลายครั้ง รวมถึงสามีของเธอซึ่งเขาก็เป็นทหารหน่วยรบพิเศษเช่นกัน พวกเขาบินไปที่แอฟริกาใต้ และเป็นที่ปรึกษาทางทหารสำหรับหนัง และยังฝึกฉันฝึก นักแสดงคนอื่นๆให้เข้าใจว่า การทำงานในทีมทหารจริงๆ เป็นอย่างไร มันเหลือเชื่อมากที่ร่างกายสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ ฉันออกกำลังกายหลายอย่าง ที่สำคัญคือต้องคำนึงถึงความคิด ของทหารจริงๆ ฉันจะตื่นตอนตี 4 ออกกำลังกายชั่วโมงนึงแล้วค่อยไปทำงาน นั่นน่ะยอดเยี่ยมมากเพราะมันทำให้ฉันมีระเบียบวินัยและยังทำให้ฉันรู้สึกว่าทหารจริงๆจะทำแบบนี้ทุกวัน”แล้วคาแรกเตอร์ไหนที่คุณชอบมากที่สุดล่ะมิลลาตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ฉันชอบที่จะเล่นเป็นทหาร ฉันไม่เคยเล่นเป็นทหารมาก่อน ฉันรู้สึกสนุกมากที่ได้ใช้คุณลักษณะเหล่านั้นมาฝึกแบบที่ทหารปฏิบัติในกองทัพ ทำให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึก ได้ผูกมิตรกับทหาร สัมภาษณ์พูดคุยกับพวกเขาและสามารถฝึกร่างกายได้เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำ สิ่งที่พวกเขาเป็นคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก ทำให้ฉันรู้สึกเข้าถึงตัวละครของฉันมากขึ้น” การทำงานร่วมกับโทนี่ จา ล่ะ สิ่งที่คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับเขา อะไรบ้างที่ทำให้คุณประหลาดใจมิลลาเผยว่า “สำหรับฉันแล้ว ฉันไม่เคยพบใครที่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง พร้อมที่จะทำฉากแอ็กชันที่ท้าทายมากๆ ราวกับเป็นคนชอบที่จะลอง อย่างการไม่ใช้สลิง ซึ่งเขาก็ทำ ได้อย่างรวดเร็ว คือเขาพร้อมที่จะทำเรื่องบ้าๆและอันตรายนะ” แล้วคุณล่ะพอล “ผมเป็นแฟนตัวยงของโทนี่ จา นะ และก็เป็นแฟนตัวยงของ “องค์บาก” ด้วย ผมส่งข้อความว่าอยากทำงานกับเขามาตลอด แล้วโทนี่เป็นคนสนุกสนานมาก เขามีไฟ มีศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แล้วก็เป็นไอคอนของแอ็กชันที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน อย่างฉากความขัดแย้งกันระหว่างทั้งสองคนนี้ก็มีเคมีที่ยอดเยี่ยมนะ คือมันเป็นความสุขที่แท้จริงสำหรับผมในฐานะผู้สร้างหนัง” เมื่อหนังสร้างจากเกม การสู้กับสัตว์ประหลาดในเรื่องดูจะเป็นจินตนาการที่สำคัญ เพื่อให้ฉากออกมาสมจริง มีฉากไหนน่าจดจำและเป็นฉากที่ดีในความรู้สึกของคุณบ้าง มิลลาตอบว่า “ฉากที่ฉันถูกแทงโดยสัตว์ประหลาดแมงมุมที่บ้าคลั่ง (เนอร์ซิลลา) มันสนุกมากนะ สถานที่ ถ่ายทำที่มีชั้นหิน เราสามารถนำเครื่องจักรกลหนักๆ ที่บ้าคลั่งนี้ไปยังสถานที่เหล่านั้นได้แทนที่การถ่ายในสตูดิโอ การอยู่กลางทะเลทราย ในถ้ำ หรือกลางแนวหิน มันให้ทั้งความสมจริงเหนือจริงมาก ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะอยู่ในสถานที่นี้ แต่ในขณะ เดียวกันก็สามารถโต้ตอบกับเครื่องจักรที่น่าทึ่งนี้ได้ มันเจ๋งและสนุกน่าตื่นเต้นมาก”ผ่านจากเรื่องหนัง มิลลาเผยถึงชีวิตส่วนตัวบ้าง ในช่วงเวลาที่โควิด-19 ยัง ไม่ผ่านพ้น คู่สามี-ภรรยาก็เก็บตัวอยู่บ้านไม่ต่างจากใครอื่นๆ ชีวิตของพวกคุณ เป็นอย่างไรบ้างในสถานการณ์แบบนี้ “ฉันมีลูกเมื่อ 8 เดือนก่อน มันเลยเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้เป็นแม่มากที่สุด ได้ใช้เวลาอยู่กับลูก 3 คน มันเป็นช่วงเวลาแสนวิเศษสำหรับเราในฐานะครอบครัว” เสียงจากคุณแม่ลูก 3 บอกทิ้งท้าย.ภาพ :Brian Bowen Smithข่าว : ศุภางค์ภัค เศารยะพงศ์